บทนำ : ปลดล็อกท้องถิ่น
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โฆษกคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.ได้รับข้อเรียกร้องจากผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับใน จ.ภูเก็ต เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่า อยากรณรงค์ให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดจัดการตนเอง เพราะภูเก็ตสร้างรายได้ให้ประเทศ 4-5 แสนล้านบาทต่อปี แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปีละประมาณร้อยล้านบาท เพราะคิดตามจำนวนประชากรในพื้นที่ นอกจากนี้ อำนาจในการจัดการไปรวมอยู่ที่กรมทั้งหมด จนจังหวัดทำอะไรไม่ได้ จึงคิดว่าหากได้จัดการปกครองแบบพิเศษเหมือน กทม. หรือเลือกตั้งผู้ว่าฯ และการจัดสรรงบประมาณจะเป็นผลดีมากกว่า
นายสมชายยังเผยว่า หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ปลดล็อกท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ไม่ผ่านความเห็นชอบ จะไปดูรายละเอียดกฎหมายรองลงมา เพื่อเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น เช่น พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าทำไม่ทันในสมัยนี้ก็จะทำต่อสมัยหน้า นอกจากนี้ อาจจะเสนอร่าง พ.ร.บ.จังหวัดภูเก็ตจัดการตนเอง อาจจะเป็นความร่วมมือระหว่าง กมธ.และภาคประชาชนที่มีแนวร่วมที่สำคัญคือคณะก้าวหน้า จะรับหน้าที่ศึกษาข้อกฎหมาย
คณะก้าวหน้าและประชาชนได้เข้าชื่อกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรับเปลี่ยนการบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ท้องถิ่นหลายแห่งได้สนับสนุนแนวทางดังกล่าว นอกจากภูเก็ต ยังมีเชียงใหม่ นครราชสีมา รวมถึงเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนมากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีเศรษฐกิจดี ท้องถิ่นมีรายได้ และต้องการบริหารจัดการงบประมาณเอง โดยเสนอให้เลือกตั้งผู้บริหารเหมือนกับ กทม.เพื่อให้การบริหารงบประมาณและการแก้ปัญหาต่างๆ คล่องตัว เนื่องจากมาจากประชาชนในพื้นที่ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 น่าจะเป็นการพลิกโฉมหน้าใหม่ของการบริหารท้องถิ่นของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาจาก ส.ว.ที่มาจากระบบราชการ ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้น พรรคต่างๆ น่าจะผลักดันเรื่องนี้ โดยเสนอเป็นนโยบายของพรรค

