หน้าแรก เด่นวันนี้ คุยกับ ‘ม.ล.ด...

คุยกับ ‘ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล’ ผู้บริหารดอยตุง กว่าจะเป็น ‘Black Silk Blend’ เสิร์ฟกาแฟรสชาติเยี่ยมให้ผู้โดยสารการบินไทยได้ลิ้มลอง

8.12.22 | 14:03 น.

เมื่อการส่งมอบความสุขแก่ผู้โดยสาร คือหัวใจสำคัญของ ‘การบินไทย’ สายการบินแห่งชาติ ประกอบกับเพื่อให้เข้าถึง เข้าใจ และเข้าใกล้ผู้บริโภคในยุคนี้มากขึ้น การบินไทยจึงปรับกลยุทธ์ทางการตลาดครั้งใหญ่ เน้นชูความเป็นไทยผ่านบริการสุดประทับใจ เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษแก่ผู้ใช้บริการของสายการบิน ภายใต้แนวคิด ‘emotional’ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการ ที่สามารถตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกของลูกค้าได้ 

คุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์

เช่นที่ คุณกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ หรือ ‘คุณหนึ่ง’ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกไว้ว่า หนึ่งในแนวคิดหลักที่การบินไทยต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ตามพันธกิจที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง คือ การสร้างความประทับใจ และในฐานะที่การบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติ นอกจากภารกิจพลิกฟื้นกิจการให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง สิ่งสำคัญอีกอย่างที่การบินไทยให้ความสำคัญอย่างมากก็คือ การสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยโดยนำผลิตภัณฑ์ของคนไทยออกไปสู่ตลาดโลกผ่านการบริการบนเครื่อง ดังนั้น จึงเชื้อเชิญ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เป็นแบรนด์ธุรกิจเพื่อสังคม มาคิดค้นกาแฟสูตรพิเศษ อย่าง ‘Black Silk Blend’ ให้การบินไทยเป็นการเฉพาะ

เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมการบินไทยถึงเลือกโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาสูตรกาแฟให้ เราเลยบุกไปหา ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล หรือ ‘คุณดุ๊ก’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ดำเนินงานการพัฒนาทางเลือก โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถึงออฟฟิศย่านลุมพินีกันเลย 

Advertisement

หลังจากทักทายกันเรียบร้อย คุณดุ๊ก เริ่มต้นเล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ว่า ดอยตุงริเริ่มโดย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ดำเนินการโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ อาชีพ รายได้ การศึกษา รวมถึงสิ่งแวดล้อม

“ดอยตุงเริ่มต้นขึ้นมาจากสมเด็จย่า ท่านรับสั่งเอาไว้ว่า ‘ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง’ ฉะนั้นในการที่เราจะปลูกป่าได้อย่างยั่งยืน แปลว่าคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าต้องมีรายได้อย่างยั่งยืนควบคู่ไปด้วย ดังนั้นกาแฟเลยเป็นพืชทางเลือกที่เราคิดว่าจะสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นได้” 

ภาพต้นกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า : ที่มา Facebook DoiTung Club
(https://www.facebook.com/DoiTungClub/)

เพราะอะไรถึงต้องเป็นกาแฟ? ก็เพราะกาแฟสามารถปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าตามธรรมชาติ นอกจากจะทำให้กาแฟยืนต้นนาน ออกดอกออกผลอย่างมีคุณภาพกว่าการปลูกเดี่ยวๆ แล้ว การปลูกกาแฟแบบนี้ยังดีต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ปลูก ลดการตัดไม้ทำลายป่า ช่วยอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของนก และเมื่อมีนกก็จะสามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย

ปัจจุบัน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ส่งเสริมและรับซื้อกาแฟจากเกษตรกรภายในพื้นที่โครงการกว่า 800 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,900 ไร่ โดยมีการรับซื้อตามคุณภาพ และหากเกษตรกรสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะมีรายได้เพิ่มอีก 10-20% เพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรประณีตมากยิ่งขึ้น

ภาพเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า : ที่มา Facebook DoiTung Club
(https://www.facebook.com/DoiTungClub/)

คุณดุ๊กเล่าต่อว่า กาแฟที่ปลูกบนดอยตุงทั้งหมดเป็นสายพันธุ์อาราบิก้า ปลูกบนยอดเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 900-1200 เมตร นอกจากจะเหมาะกับพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงของไทยแล้ว กาแฟอาราบิก้ายังเติบโตดีมาก ถ้าเกิดเติบโตใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องการดูแลรักษาป่าและทำให้ชาวบ้านสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างราบรื่น

“ดีใจมากที่ดอยตุงมีลูกค้าดีๆ อย่างการบินไทย ที่เล็งเห็นถึงคุณภาพ และพร้อมที่จะนำเสนอเรื่องราวการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ไปเล่าต่อให้ผู้โดยสารทั่วโลกได้รู้ว่า แท้จริงแล้วประเทศไทยนั้นมีของดีเยอะแยะมากมาย ที่อยู่ภายใต้สินค้าที่มีคุณภาพต่างๆ จากแบรนด์คนไทย”

ภาพเมล็ดกาแฟคั่ว : ที่มา Facebook DoiTung Club
(https://www.facebook.com/DoiTungClub/)

กาแฟดอยตุง สูตรพิเศษ Black Silk Blend : ที่มา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ (https://home.maefahluang.org/17923621/black-silk-blend)

ก่อนจะได้รสชาติที่ลงตัว ความหอมกรุ่นที่โดนใจ คุณดุ๊กเล่าย้อนไปตอนทำกาแฟสูตร Black Silk Blend ว่า ตอนนั้นทดลองคิดค้นกันอยู่นานครั้ง ชงและชิมอยู่หลายรอบ กว่าจะได้รสชาติที่ต้องการ สุดท้ายกาแฟสูตร Black Silk Blend ก็เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างเมล็ดกาแฟคั่ว 3 โปรไฟล์ คือ คั่วเข้ม คั่วปานกลาง และคั่วอ่อน เพื่อทำให้เกิดความกลมกล่อมและรสชาติที่ดีที่สุด เมื่อผู้โดยสารของการบินไทยได้ดื่มกาแฟสูตรพิเศษนี้ ก็จะสัมผัสได้ถึงรสชาติและความหอมกรุ่นที่ไม่เหมือนใคร แม้จะดื่มอยู่บนความสูงหลายหมื่นฟุตก็ตาม 

“การทำสูตรกาแฟที่โปรไฟล์ไม่อ่อนไม่เข้มจนเกินไป จะทำให้ได้รสชาติกลางๆ ทุกคนสามารถดื่มได้ โดยการบินไทยและดอยตุงพยายามที่จะทำให้กาแฟมีรสชาติความเป็นตัวเนื้อของกาแฟอยู่ ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้ติดความเป็นตัวกาแฟดอยตุงด้วย สุดท้ายกาแฟที่ได้มานั้นก็จะสะท้อนออกมาในลักษณะคล้ายกับช็อกโกแลต บวกกับรสชาติของความเป็นเบิร์นท์ คาราเมล เมื่อดื่มแล้วก็จะชุ่มคอ ไม่ได้มีรสชาติขมปลายลิ้นแต่อย่างใด” 

ด้านคุณหนึ่งก็เสริมว่า กาแฟที่เป็นสูตรพิเศษสำหรับการบินไทย อย่าง Black Silk Blend นั้น จะให้บริการเฉพาะชั้น First Class และ Royal Silk Class ความพิเศษ คือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะต้องดริปกาแฟทีละแก้ว ด้วยความตั้งใจให้ผู้โดยสารได้ดื่มกาแฟที่หอม อร่อย และมีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งนอกจากจะมีกาแฟดริปสูตรพิเศษนี้แล้ว ยังมีเครื่องดื่มสูตรอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย เสริมเข้ามาให้ลูกค้าได้เลือกดื่มอย่างมีความสุขตลอดการเดินทาง อาทิ กาแฟโคลด์ บรูว์ กาแฟดำผสมน้ำส้ม และชาไทยเฉาก๊วย ที่เป็นซิกเนเจอร์ของการบินไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับและยอดขายดีมาก  

“นอกจากกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการแล้ว โปรเจกต์นี้ยังถือเป็นการนำความฝันของเกษตรกรไทยขึ้นเครื่องไปกับการบินไทย ด้วยการสนับสนุนและผลักดันสินค้าที่ผลิตจากคนไทยให้ไปเฉิดฉายในตลาดโลก ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในการสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมถึงสร้างรายได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย” คุณหนึ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต่างภาคภูมิใจที่ผลผลิตของพวกเขาได้รับการยอมรับไปทั่วโลก คุณดุ๊กซึ่งเป็นผู้นำของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ยิ่งดีใจมากขึ้น เมื่อเห็นเกษตรกรในโครงการอยู่ได้ด้วยตัวเอง

“ปัจจุบันเกษตรกรที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ไม่ได้เป็นแค่คนปลูกกาแฟอย่างเดียวเท่านั้น แต่หลายคนเริ่มที่จะหันมาแปรรูปกาแฟ สร้างแบรนด์กาแฟของตัวเอง หรือบางคนเปิดร้านคาเฟ่ด้วยก็มี เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับว่าโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ได้เข้าพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจ และเกิดรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงการดอยตุงฯ เพียงอย่างเดียว ก็ถือว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประสบความสำเร็จแล้ว” คุณดุ๊กบอกทิ้งท้าย

มาถึงตรงนี้เราก็ได้คำตอบว่าทำไมการบินไทยถึงเลือกโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ก็เพราะว่าการบินไทยไม่ได้อยากเติบโตไปเพียงลำพัง จึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จไปด้วยกัน