ยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูง รายรับในกระเป๋าไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้กลุ่มคนเปราะบางและหลายคนในสังคมต่างต้องเผชิญความเดือดร้อน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งอาหาร ที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับดำรงชีวิตแต่ละวัน ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีสุขภาวะที่ดีได้ในที่สุด
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและส่งเสริมการสร้างเสริมสุขภาวะ เห็นถึงปัญหาและภัยที่จะเกิดขึ้นตามมา จึงร่วมมือกับ มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา และ บริษัท ไอคอน เฟรมเวิร์ค จำกัด หรือ ICON Framework เปิดตัว Line OA ‘ปันกันอิ่ม’ สร้างระบบแบ่งปันสู่โลกออนไลน์ ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล อำนวยความสะดวกทั้งผู้ให้และผู้รับ เพื่อแบ่งปันความอิ่มกันได้อย่างรวดเร็ว

ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการปันกันอิ่มว่า ภารกิจหลักของ ‘สสส.’ คือ การมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีบริบทของ สสส. ไม่ได้หมายถึงสุขภาพโดยรวมของตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาวะทางสังคมที่มีความเอื้ออาทร คนมีจิตใจที่ดี มีการแบ่งกันซึ่งกันและกัน กล่าวคือ การแบ่งปันอาหารให้คนอื่น นอกจากผู้รับอิ่มท้อง และมีร่างกายแข็งแรงแล้ว ผู้แบ่งปันก็จะได้รับความสุขทางใจตามไปด้วย
ยามที่สังคมอยู่ในความลำบาก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องออกมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการแบ่งปันอาหาร หนึ่งในปัจจัยสี่สำคัญที่ขาดไม่ได้ สสส. จึงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ ‘ปันกันอิ่ม’ อาสาเป็นกระบอกเสียงเชื่อมการช่วยเหลือคนในสังคมที่กำลังเผชิญความยากลำบากทั้งในสถานการณ์ปกติ ช่วงเวลาของวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงโควิด-19 เพื่อให้ผู้รับมีพลังกาย พลังใจ ใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข สำคัญกว่านั้นยังเป็นช่องทางพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาในทิศทางที่ดีขึ้นได้อีกด้วย

“กว่า 5 ปีที่ สสส. ขับเคลื่อนโอกาสและแบ่งปันความอิ่มสู่สังคม วันนี้นับเป็นก้าวของการแบ่งปันด้วยการจับมือกับ มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา และบริษัท ไอคอน เฟรม เวิร์ค จำกัด (ICON Framework) เปิดตัวแพลตฟอร์มกลางเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ที่อยากร่วมแบ่งปันสามารถส่งตรงให้ถึงร้านค้า เพื่อส่งต่อความอิ่มให้กลุ่มคนเปราะบางได้ทันที โดยสื่อกลางตัวนี้อยู่ใน LINE OA เรียกว่า ปันกันอิ่ม”
ดร.ไพโรจน์ เล่าอีกว่า ฟีเจอร์ LINE OA ปันกันอิ่ม เกิดขึ้นในยุคที่ทุกอย่างในชีวิตล้วนเกี่ยวพันกับดิจิทัล การมีฟีเจอร์นี้จึงทำให้สามารถรวมร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากถึง 160 ร้านค้า นับเป็นก้าวสำคัญของการขยายโอกาสการแบ่งไปให้กว้างมากขึ้น
“หวังว่าการร่วมมือครั้งนี้ ช่วยให้โครงการปันกันอิ่มเข้าถึงร้านค้าและกลุ่มคนเปราะบางได้มากขึ้น ซึ่งจะบันไดเชื่อมต่อการให้และการรับในสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป ซึ่งในอนาคตเราตั้งใจจะขยายโครงการนี้ สู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศอีกด้วย” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. ปิดท้าย

ด้าน นายวีรพงษ์ เกรียงสินยศ รองประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา เสริมว่า ตอนนี้เมืองไทยมีกลุ่มคนเปราะบางที่เข้าไม่ถึงอาหารมากขึ้น ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวของสังคมเมือง ซึ่งไม่นับเฉพาะกลุ่มคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มนิสิตนักศึกษาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางคนคือกลุ่มเปราะบาง มีรายได้น้อย ซึ่งการมีโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ได้
สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เริ่มจากจุดเล็กๆ ด้วยความตั้งใจที่อยากช่วยเหลือคนที่มีความจำเป็นหรือลำบากและมีความต้องการด้านอาหาร ซึ่งการจับกับ สสส. และ ICON Framework เป็นการเดินทางในจุดหมายเดียวกันที่จะนำพากลุ่มเปราะบางในสังคมเมืองรอดพ้นจากความยากลำบาก อีกทั้งเป็นการเอื้อให้ผู้ให้ ร้านค้า และผู้รับ สามารถเชื่อมต่อกันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
“ต้นทุนเดิมของสังคมไทย คือ พร้อมที่จะช่วยเหลือคนลำบากอยู่แล้ว จึงใช้ต้นทุนนี้ขยายโอกาสสร้างเป็นระบบปันกันอิ่มขึ้น ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาในวงกว้างมากยิ่งขึ้น”
รองประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา พูดถึงข้อดีของฟีเจอร์ LINE OA ปันกันอิ่ม ว่า หลังจากใช้ระบบนี้ ทำให้ช่องทางการสมัครเป็นร้านปันกันอิ่มสะดวกมากขึ้น สามารถให้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังส่งต่อได้ง่ายเพียงแอดไลน์ก็สามารถแบ่งปันความอิ่มให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้แล้ว
“เรากำลังกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัย เพื่อดูว่าจะสามารถช่วยกลุ่มเด็กนักศึกษาอย่างไรได้บ้าง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับร้านค้าในมหาวิทยาลัยและตัวมหาวิทยาลัย หากขยายสำเร็จจะช่วยลดปัญหาขาดแคลนอาหารได้อีกระดับ” นายวีรพงษ์ พูดปิดท้าย

ขณะที่ นายวรรณเทพ หรูวิจิตร ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ICON Framework พูดถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในโครงการ สู่การพัฒนาฟีเจอร์ LINE OA ปันกันอิ่ม ว่า จุดเริ่มต้นมาจากที่ตนอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้ ทำให้ตนใช้โอกาสและความรู้สามารถพัฒนาเป็น ‘LINE OA ปันกันอิ่ม’ ขึ้น ด้วยแนวคิดที่ว่า ฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มไลน์สามารถตอบโจทย์และสะดวกมากที่สุดสำหรับคนใช้งานสมาร์ตโฟนทั่วๆ ไป
คอนเซ็ปต์ของระบบนี้ คือ การที่สามารถกรองได้ว่าร้านไหนต้องการความช่วยเหลือ ร้านไหนมีการบริจาคมีมากแล้ว และที่สำคัญ คือ ความโปร่งใส กล่าวคือ เงินที่บริจาคไม่ต้องผ่านใคร แต่ไปที่ร้านค้าโดยตรง และแต่ละร้านค้าก็มีลิมิตในการรับเงิน โดยจะไม่สามารถรับเกิน 2,000 บาท ที่สำคัญเมื่อพูดถึงคนจนจริงๆ บางคนแทบไม่มีมือถือ เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสที่ร้านค้าจะมอบความอิ่มแก่กลุ่มคนเปราะบอกได้จริงๆ
“ความร่วมมือในวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในชีวิตได้ เป็นการลดภาระของสังคม และนอกจากผู้รับอาหารจะได้อิ่มท้องแล้ว ผู้ขายอาหารก็มีรายได้เพิ่มจากตรงนี้ โดยที่ระบบไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น”

ขั้นตอนการช่วยเหลือ เข้าใช้งานแอปพลิเคชันไลน์ กดค้นหาเพื่อน @payitforward จากนั้นผู้ให้สามารถกดเข้าไปปันอิ่มได้ง่ายๆ ด้วยการเลือกร้านที่ต้องการแบ่งปัน หรือ ร้านที่มีจำนวนเงินเหลือน้อย จากนั้นเลือกบริจาคเงินไปที่ร้านค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที
ส่วนผู้รับที่กำลังเดือดร้อน ยากไร้ ตกงาน สามารถเลือกร้านปันอิ่มใกล้บ้าน เพื่อรับอาหาร หรือ เครื่องดื่ม ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน เพราะทุกร้านมีจุดหมายเดียวกันคือช่วยเหลือคนยากลำบากให้อิ่มท้อง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Budnet.org หรือทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘ปันกันอิ่ม พุทธิกา-Pay it forward Thailand’

