หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. ชู 6 ประ...

สสส. ชู 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ ‘EMPACT’ ส่งเสริมกิจกรรมทางกายเด็ก-เยาวชน

9.02.23 | 06:00 น.

กิจกรรมทางกายเป็น 1 ใน 7 ของกรอบยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาพ โดยประเทศไทยได้มีการประกาศใช้แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ปี 2561-2573 ครอบคลุมประชากรทุกช่วงวัย แต่พบว่ากลุ่มที่น่าเป็นกังวลก็คือ ‘เด็กและเยาวชน’ จากการมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูง ระดับการมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอต่ำกว่าวัยผู้ใหญ่ถึงกว่า 30% ทำให้อนาคตมีโอกาสเป็นโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งด้านสุขภาวะและภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล

งานประชุมวิชาการด้านกิจกรรมทางกายเป็นครั้งแรกของไทย ‘Thailand Physical Activity Conference 2022’ หรือ TPAC 2022 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล และภาคีเครือข่าย จึงได้มีการประกาศการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย

ส่วนหนึ่งจากปาฐกถาพิเศษของ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนไทย จะต้องเริ่มจากการวางรากฐานตั้งแต่ในหญิงระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด เมื่อเข้าสู่ระดับปฐมวัยซึ่งเป็นวัยที่มีพัฒนาการในทุกๆ ด้าน ก็จะได้รับการส่งเสริมประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ‘เด็กไทยเล่นเปลี่ยนโลก’ เพื่อให้เกิดพัฒนาการการเรียนรู้ได้อย่างรอบด้าน จากพลังแห่งการเล่นก็จะนำไปสู่พลังแห่งชีวิต มีร่างกายที่แข็งแรง กินอาหารที่มีคุณภาพ และการเรียนที่สมบูรณ์ ก็จะเติบโตไปเป็นเยาวชนสู่วัยทำงาน สุดท้ายจะเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ

Advertisement

เสริมด้วยทิศทางการส่งเสริมสุขภาพและกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนของ สสส. โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ย้ำว่า พฤติกรรมที่เนือยนิ่งจะส่งผลกระทบทั้งด้านกายและต่อมิติของจิตหรือมิติของการเรียนรู้ วันนี้ถึงเวลาที่เราจะตีกลับและฟื้นฟู จากที่มีการนำเสนอแผนปฎิบัติการประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติเรื่องกิจกรรมทางกายแล้ว ตามมาด้วย Action Plan ของเด็กและเยาวชน ซึ่งคณะวิจัยได้สังเคราะห์ขึ้นและอยู่ในกระบวนการ รวมทั้งการประชุมวิชาการในวันนี้ที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่างๆ แต่ในการดำเนินการจะต้องใช้ประสบการณ์และการทดลองจริงให้เข้ากับบริบทซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย จากนี้จึงต้องมีพันธมิตรที่กว้างขวาง ได้ร่วมกันพัฒนาแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กและเยาวชน

สำหรับแผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2566-2573 มี 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ ชื่อว่า ‘EMPACT’ ประกอบด้วย Educational setting ส่งเสริมกิจกรรมทางกายในสถานศึกษา, Manage การมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากครอบครัว, Policy สนับสนุนด้วยนโยบาย, Academic พัฒนาศักยภาพงานวิจัยและการส่งเสริมกิจกรรมทางกายเครือข่ายภาควิชาการและประชาสังคม, Community การสนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมจากชุมชน สังคม และ Technology เทคโนโลยีและการสื่อสารสาธารณะ บนหลักการพื้นฐาน 5 ข้อ ได้แก่ ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์, นำไปปฎิบัติได้จริง, ความเท่าเทียม เสมอภาค, การมีส่วนร่วม, ความยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เด็กและเยาวชนไทยมีวิถีชีวิตกระฉับกระเฉงเพื่อสุขภาวะที่ดี’

สาระสำคัญทั้งหมดจากงานนี้ ทั้งผลงานวิชาการของภาคีเครือข่าย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงาน ตลอดจนองค์ความรู้จากการประชุมวิชาการ จะมีการนำไปต่อยอดในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของคนไทยต่อไป