หน้าแรก เด่นวันนี้ ลดซด ลดโซเดีย...

ลดซด ลดโซเดียม ลดเค็ม ลดโรค สสส.ผนึกความร่วมมือ ตั้งเป้าลดเค็มภายในปี 2568

13.02.23 | 10:39 น.

การกินเค็มหรือโซเดียมถือเป็นนิสัยการกินที่แก้ยากของคนไทย แม้จะมีการรณรงค์อยู่เสมอ เพราะคนไทยมีนิสัย กินเค็มตั้งแต่เด็ก หรืออาหารที่ผู้ปกครองปรุงเค็มเกิน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ลิ้นจะติดเค็ม โดยเฉพาะการกิน ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กซอง-ถ้วย บุฟเฟต์ปิ้งย่าง หมูกระทะ อาหารดองญี่ปุ่น เกาหลี เสี่ยงเป็นโรค NCDs ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เห็นผลในทันที แต่จะสะสมจนเกิดโรคขึ้น จนมีผลจากครอบครัว ต่อเศษฐกิจ เนื่องจากจะเกิดภาระค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากในแต่ละปี 

 ล่าสุด ได้มีงานแถลงข่าวความร่วมมือการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียม ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2559-2568 ที่ ห้องประชุมประเมิน จันทวิมล  กรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข

 โดย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นปัญหาสุขภาพระดับประเทศ อัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโรค NCDs ถึง 73% สาเหตุหนึ่งมาจากการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มล้นเกิน โดยเฉพาะบริโภคโซเดียมสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำกว่า 1.8 เท่า หรือ 9.1 กรัม/วัน (WHO แนะนำไม่ควรบริโภคเกิน 5 กรัม/วัน) การได้รับโซเดียมเกินเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ที่จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หลอดเลือดสมอง ไตเรื้อรัง มีผู้ป่วยโรคที่สัมพันธ์กับการบริโภคโซเดียมถึง 22.05 ล้านคน ทั้งโรคความดันโลหิตสูง 13.2 ล้านคน โรคไต 7.6 ล้านคน โรคหัวใจขาดเลือด 7.5 แสนคน โรคหลอดเลือดสมอง 5 แสนคน 

Advertisement

 “มติสหประชาชาติในการติดตามผล 9 เป้าหมายป้องกัน ควบคุมโรค NCDs ระดับโลก ได้สร้างกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย (พ.ศ. 2559-2568) ตั้งเป้าลดการบริโภคโซเดียมลง 30% ภายใน พ.ศ. 2568 สธ. สานพลัง สสส. และภาคี เร่งดำเนินงานผ่าน 4 ประเด็นหลัก 1.ปรับสูตรอาหารลดเกลือและโซเดียม โดยอุตสาหกรรมอาหารแบบสมัครใจ 2.ปรับสูตรอาหารลดเค็มที่ร้านจำหน่ายริมทางแบบสมัครใจ 3.สื่อสารสร้างความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์แบบ GDA อย่างง่าย เช่น ฉลากทางเลือกเพื่อสุขภาพ 4.กิจกรรมสร้างสภาพแวดล้อมให้ประชาชนได้บริโภคอาหารลดเกลือและโซเดียม ทั้งโรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย 3 ดี สถานที่ทำงาน สถานประกอบการ และชุมชนลดเค็ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดีจากการบริโภคเกลือและโซเดียมลดลง” นพ.ธเรศ กล่าว

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า  ที่ผ่านมาเราได้มีแคมเปญลดการบริโภคโซเดียมมาตลอด ซึ่งเรามีทั้งการทำงานทางวิชาการ การทำงานในด้านต่างๆ วันนี้ถือเป็นข่าวดีที่เราจะได้ทำงานเชื่อมต่อกัน สสส. หวังจะเป็นหัวเรือในการทำงานเชื่อมต่อกันต่อไป  โดยเรามีข้อมูลที่เราได้ทำการสำรวจพบว่า คนไทยเราบริโภคโซเดียมสูงจากการซดน้ำซุป จึงได้พัฒนาแคมเปญรณรงค์ ลดซด ลดปรุง ลดโรค สื่อสารความรู้ให้เกิดความตระหนักภัยร้ายจากการบริโภคโซเดียมเกินมาตรฐาน นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 

 “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในเรื่องรสชาติเป็นเรื่องยาก เพราะผู้บริโภคยังคงติดอาหารรสจัด และการรับรสเค็มในอาหารนั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละคนขึ้นอยู่กับความเคยชิน ขณะนี้ กรมควบคุมโรค สธ. ได้สานพลัง สสส. กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เครือข่ายลดการบริโภคเค็ม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการลดการบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรไทย โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนมาตรการภาษีโซเดียม สร้างกติกากลางให้กับภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำไปสู่การปรับสูตรลดปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้สสส.ยังได้ ผลักดันให้เกิดยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือฯ พัฒนานวัตกรรมสูตรอาหารโดยใช้สารทดแทนความเค็ม ต้นแบบผลิตภัณฑ์อาหารลดโซเดียม เครื่องตรวจสอบความเค็มในอาหาร (Salt Meter) ฐานข้อมูลโซเดียมในวัตถุดิบอาหาร-เครื่องปรุงรสเค็มด้วย” ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าว

ขณะที่ ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์  วิทยาลัยธุรกิจการอาหารไทยและนานาชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมกับสสส. ทำโครงการลดเค็ทเลือกได้ โดยได้ดำเนินการพัฒนาเมนูอาหารลดโซเดียมแก่ผู้ประกอบการ ,ร้านอาหารชุมชนลดเค็ม ,เมนูปรับพฤติกรรมลดเค็ม ซึ่งดำเนินการในปี 2564 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมในกรุงเทพ 20 ร้าน และร้านทางภาคเหนือ 20 ร้าน ซึ่งเป็นร้านชื่อดังตามท้องตลาด อาทิ ร้านเขียง , บุญตงกี่ ,ทวีชัยพัฒนา ,สุกี้โรงเตี๊ยม และอื่นๆ อีกมากมาย 

  “สิ่งที่เราทำคือการขอสูตรอาหารจากร้านเหล่านั้นมาปรับสูตรใหม่ให้ลดโซเดียมลง 30% พบว่าไม่มีผลกระทบต่อลูกค้า ร้านยังคงขายได้ปกติ และลูกค้ายังคงได้รับประทานอาหารอร่อย มีผลตอบรับที่ดี แต่ลดโซเดียมลงในเมนูลดเค็ม ซึ่งตนคิดว่าต่อไปควรมีป้ายให้ร้านค้าว่าเขามีเมนูลดเค็ม ทั้งนี้อยากฝากว่าการจะปรับพฤติกรรมการกินของคนได้นั้น ควรเริ่มปรับตั้งแต่ตัววัตถุดิบก่อนออกสู่ท้องตลาดทั้ง ผงปรุงรสต่างๆ น้ำปลาลดโซเดียม จะต้องลดโซเดียมและราคาถูกด้วย ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการรับต้นทุนไม่ไหว”ดร.ยิ่งศักดิ์ กล่าว

จากนั้นได้ร่วมชมนิทรรศการ แนะนำการกินและเปิดเมนูลดเค็ม “ยำตะไคร้กุ้งสด” โดยสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค เครือข่ายลดบริโภคเค็ม พร้อมชิม “ข้าวไก่กระเทียม” และ “ข้าวกะเพราไก่” ลดโซเดียมจากร้านเขียง