ประเด็น “ปัญหาความปลอดภัยจากการใช้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถ” กลับมาร้อนแรงในสังคมไทยอีกครั้ง หลังมีข่าวผู้ต้องหาชายก่อเหตุลวงหญิงขับรถรับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชันไปทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ก่อนนำรถยนต์ไปขายต่อแก่ขบวนการมิจฉาชีพในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา
รวมถึงล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้เกิดเหตุคนขับชายวัย 74 ถูกมิจฉาชีพผู้หญิงแฝงตัวมาเป็นผู้โดยสาร เรียกบริการเรียกรถส่วนบุคคลให้ไปส่ง พอสบโอกาสผลักตกจากรถ ก่อนที่จะเชิดขับรถหลบหนีไป ยังไม่นับรวมข่าวอื่นๆ ก่อนหน้านี้อย่างกรณีที่มีผู้ใช้บริการสาวถูกคนขับข่มขืนกระทำชำเราที่ม่านรูดจนเพื่อนต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรมผ่านโซเชียลมีเดีย
เหตุการณ์เหล่านี้ต่างสร้างแรงกระเพื่อมด้านข่าวสารครั้งใหญ่แก่สังคมไทย เนื่องจากเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อนื่องและต่างมีจุดร่วมอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นคือ เกิดจากการใช้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถเถื่อน ที่ไม่ถูกกฎหมายหรือไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างกรมการขนส่งทางบก ทำให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้างว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมและจัดการ “แอปฯ เรียกรถเถื่อน” อย่างจริงจัง

แอปฯ เรียกรถ..กับเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
พัฒนาการของ “แอปพลิเคชันเรียกรถ” ในยุคแรกไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเกิดจากความพยายามของภาคเอกชนและภาคประชาชนที่ต้องการทำความเข้าใจกับภาครัฐ ในการเรียกร้องให้มีการส่งเสริมให้คนไทยสามารถใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับส่งผู้โดยสารเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งถือเป็นการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) และช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย
แม้บริการดังกล่าวจะได้รับความนิยมจากคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกสบายและความปลอดภัย แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็มีความท้าทายต่างๆ ให้เห็นอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในด้านตัวบทกฎหมายเดิมที่ยังเป็นข้อจำกัด รวมถึงเสียงคัดค้านของกลุ่มคนขับแท็กซี่ที่กังวลว่าแอปฯเรียกรถเหล่านี้จะมาแย่งอาชีพ แต่ด้วยความพยายามและการผลักดันจากหลายภาคส่วน ในที่สุดกระทรวงคมนาคมก็ได้ประกาศกฎกระทรวงให้การบริการรถรับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชันเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ถือเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มมิติใหม่ในการเดินทางให้แก่ประชาชนคนไทย
สอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่รัฐบาลมีความชัดเจนในการส่งเสริมการพัฒนาและการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงมีการผลักดันให้เกิดกฎหมายและกฎระเบียบที่ทันสมัย สามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปยังสังคมดิจิทัล โดยในปี 2564 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทย มีมูลค่า 2.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.97% ต่อจีดีพีของประเทศไทย ซึ่งขยายตัว 14.07% (ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขยายตัวของโอกาสทางอาชีพใหม่ๆ ที่มีลักษณะยืดหยุ่นมากขึ้น แรงงานในระบบการจ้างงานประจำสามารถผันตนเองออกมาเป็นแรงงานอิสระ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจหรือวิกฤตการณ์ของโลกได้อย่างทันท่วงที
เช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการปิดประเทศ เศรษฐกิจหลายอย่างเกิดภาวะชะงักงันหรือปิดกิจการ ทำให้เกิดแรงงานในระบบที่ว่างงานจำนวนมาก หากไม่มีอาชีพอิสระใหม่ๆ อาทิ การขับรถส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน (Food Delivery) หรือการขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เข้ามาเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องรายได้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าสังคมไทยอาจเกิดปัญหาวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจมากกว่านี้ได้
แอปฯ ถูกกฎหมาย ปลอดภัยและเป็นธรรม
สำหรับ “แอปพลิเคชันเรียกรถ” ในประเทศไทยที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ปัจจุบันมีจำนวน 6 ราย ได้แก่ แกร็บ (Grab) โรบินฮู้ด (Robinhood) ฮัลโหลภูเก็ต เซอร์วิส (Hello Phuket Service) บอนกุ (Bonku) เอเชีย แค็บ (Asia Cab) และ แอร์เอเชีย (Airasia)
โดยเงื่อนไขในการพิจารณาการให้ใบอนุญาตพิจารณานั้นครอบคลุมในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น การมีเทคโนโลยีและระบบมาตรฐานด้านความปลอดภัย มีศักยภาพทางธุรกิจและความมั่นคงทางการเงิน มีระบบคัดกรองคนขับและควบคุมมาตรฐานในการให้บริการ มีการแสดงอัตราค่าโดยสารล่วงหน้าที่ชัดเจนในอัตราที่เป็นธรรมตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก มีประกันคุ้มครองผู้โดยสารและคนขับ รวมถึงการไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เป็นต้น
16
ผศ. ดร. สุทธิกร กิ่งแก้ว ที่ปรึกษาสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัล ระบุว่าการมีแอปพลิเคชันเรียกรถที่ถูกต้องตามกฎหมายถือว่าเป็นผลดีกับหลายฝ่าย นอกจากภาครัฐที่จะสามารถควบคุมดูเเลได้อย่างเป็นระบบมีมาตรฐานเเล้ว ผู้ใช้บริการยังได้ประโยชน์จากระบบที่เป็นมาตรฐานนี้ทำให้ไม่ต้องรอรถนานสามารถคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางได้ ทำให้เพิ่มเวลาและประสิทธิภาพในการทำงานซึ่งเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ประชาชนมักมองไม่เห็น
ทั้งยังมีการแสดงราคาที่โปร่งใสให้ทราบก่อนการเดินทางทุกครั้ง รวมทั้งมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ มีฐานข้อมูลของคนขับที่สามารถตรวจสอบได้หากมีเหตุฉุกเฉิน และมีระบบร้องเรียนหรือระบบให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา นับว่าเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารในทุกมิติ
นอกจากนี้ ยังมีผลดีต่อผู้ให้บริการแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มในการพัฒนาและขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อเปิดให้มีการแข่งอย่างเสรี ย่อมส่งผลให้เกิดการยกระดับของทั้งอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการรายต่างๆ มีการพัฒนาการมากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานการบริการที่ดียิ่งขึ้น ราคาในการให้บริการที่สมเหตุสมผล ซึ่งผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือภาคประชาชนนั่นเอง
ผู้ประกอบการไร้จิตสำนึก ภาครัฐไม่เอาจริง ต้นตอของปัญหา
อย่างไรก็ตามภายใต้การส่งเสริมและผลักดันการให้บริการทางเลือกรถยนต์รับจ้างผ่านระบบแอปพลิเคชันของภาครัฐที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมหาศาล กลับเกิดช่องโหว่ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่เล่นตามกฎกติกา เข้ามาประกอบกิจการแข่งขันกับผู้ให้บริการที่อยู่ในเกมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้วงการอุตสาหกรรมธุรกิจดิจิทัลของไทยมีภาพลักษณ์เสียหาย โดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มองว่าตนเองไม่ได้รับความคุ้มครองความปลอดภัยและอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมอย่างเต็มที่

ต่อประเด็นนี้ นางสิริรัตน์ วีรวิศาล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้วางโมเดลการทำงานไว้ 2 โมเดล ได้แก่ หนึ่งประสานงานให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อสั่งปิด “แอปพลิเคชันเรียกรถเถื่อน” ทั้งหมด และต่อไปผู้ประกอบการที่จะให้บริการ “แอปพลิเคชันเรียกรถ” ต้องไปแจ้งจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ตาม พ.ร.บ.เรื่องการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มเติมด้วย

ด้าน “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” นักกฎหมายชื่อดัง ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของภาครัฐว่า ควรมีการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องกวดขัน ต้องทำงานจริงจัง ให้คุ้มกับภาษีของประชาชน ผู้ให้บริการต้องมีการขอนุญาตและลงทะเบียนอย่างถูกต้อง ใครไม่ทำตามกฎระเบียบ เจ้าหน้าที่ต้องขอคำสั่งศาลเพื่อปิดแอปพลิเคชันทันที ไม่ใช่ปล่อยให้เปิดให้บริการท้าทายกฎหมาย เพราะเรื่องนี้เป็นความปลอดภัยของประชาชนคนไทยโดยตรง ทั้งในแง่ของทรัพย์สิน และความปลอดภัยของชีวิต
ขณะที่ น.ส.ปรียชยา คล้ายทวน และนายยุทธนา ศรีสวัสดิ์ ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถสะท้อนความคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้แอปพลิเคชันผิดกฎหมายอาจจะมีการทำโปรโมชันราคาที่ดีกว่า แต่ตนเองเลือกเรียกรถจากแอปฯ ที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เพราะมีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือมากกว่า หากจะมีข้อเรียกร้องจากรัฐ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการกับ “แอปพลิเคชันเถื่อน” อย่างจริงจัง เพื่อที่ตนเองและครอบครัวจะได้ใช้บริการรถสาธารณะได้อย่างมั่นใจ
โอกาสที่มาพร้อมวิกฤต ความท้าทายที่ต้องร่วมกันหาทางออก
การแก้ปัญหาแอปพลิเคชันเรียกรถผิดกฎหมายไม่สามารถแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน หากต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการต้องมีความจริงใจ รัฐบาลต้องมีความเข้มงวด ประชาชนต้องอย่าเห็นแก่ของถูก ทุกอย่างต้องดำเนินการพร้อมกันในทุกมิติ ทั้งการปราบปรามและการส่งเสริมให้ใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่ถูกกฎหมาย
เพราะหากไม่มีการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง เป็นที่คาดได้ว่าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้ประกอบการที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมเมื่อเห็นภาครัฐไม่ปราบปรามจริงจังก็ลำพองใจที่จะทำผิดกฎหมายต่อไป ซึ่งจะส่งผลกับความปลอดภัยของผู้โดยสารโดยตรง รวมถึงยังเป็นการลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อาจมองว่าประเทศไทยปล่อยให้มีการเอาเปรียบทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และอาจทำให้พัฒนาการของธุรกิจดิจทัลหยุดนิ่งอยู่กับที่และไม่เติบโตอย่างที่คาดหวัง
มากไปกว่านั้นในช่วงที่ประเทศกำลังต้องการเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว และมีการเปิดประเทศอย่างเต็มระบบ การปล่อยให้ “แอปพลิเคชันเถื่อน” เหล่านี้ยังสามารถประกอบกิจการได้อย่างไม่มีการควบคุม ยังอาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่หากเกิดเหตุผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเถื่อนก่อคดีกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้วนั้น จะยิ่งทำให้ประเทศไทยเสียชื่อเสียงอย่างประเมินค่าไม่ได้
ท้ายที่สุดการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและการส่งเสริมนวัตกรรมทางธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภาครัฐต้องมีจินตภาพมองให้เห็นว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะช่วยสร้างประสิทธิภาพให้เศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างไร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นความท้าทายใหญ่ของสังคมไทยที่จะพิจารณาไตร่ตรองร่วมกัน ระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเสรีกับการควบคุมให้อยู่ภายใต้กฎระเบียบ ภาครัฐจะสร้างสมดุลนี้อย่างไร
โจทย์ใหญ่ โจทย์นี้ ยังรอคำตอบ …

