กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาระบบ ‘สอน. บัดดี้’ แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลการให้บริการสุขภาพประชาชนเชิงรุก
โดย รพ.วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี มีแนวคิดจากแพลตฟอร์มหมอพร้อม ที่ใช้ในช่วงโควิด-19 ภายใต้โครงการพัฒนาเครื่องมือด้านสารสนเทศ เพื่อการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพสำหรับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข อธิบายถึงแนวทางการทำงานว่า การลงพื้นที่ติดตามในครั้งนี้ เป็นการทดสอบระบบร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน ว่าสามารถใช้ระบบกับงาน มีความคล่องตัว และสะดวกกับงานที่ทำอยู่หรือไม่ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอด ตลอดจนแก้ไขปรับปรุงหากเกิดปัญหา พัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพต่อไป
“การดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า หน่วยบริการปฐมภูมิแต่ละแห่งมีความพร้อมของเครื่องมือสารสนเทศแตกต่างกันตามบริบทการใช้งาน ที่ผ่านมาจัดเก็บข้อมูลโดยบันทึกบนกระดาษ และจัดเก็บลงฐานข้อมูลอีกครั้ง เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วน
“จึงมีการพัฒนาเครื่องมือสารสนเทศสำหรับหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่เรียกว่า สอน. บัดดี้ มุ่งเน้นจัดเก็บข้อมูลการให้บริการสุขภาพประชาชนเชิงรุก รวมถึงข้อมูลการสำรวจหรือการเยี่ยมบ้านที่มีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ให้เป็น Digital Health Platform เพื่อพัฒนาระบบให้ครอบคลุมการให้บริการด้านดิจิทัลสุขภาพมากยิ่งขึ้น” นพ.โสภณ บอกกับผู้สื่อข่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ หนึ่งในหน่วยงานของ สสส. เล่าถึงการร่วมมือในครั้งนี้ว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพหนุนเสริมการทำงานเชิงรุกกับประชาชน โดยเฉพาะการปรับระบบ และพัฒนาศักยภาพของการสาธารณมูลฐาน (Primary Health Care)
สสส. ได้สนับสนุนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนระดับครัวเรือนและแหล่งชุมชน พัฒนาระบบ สอน. บัดดี้ ช่วยในการทำงานเชิงรุกให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฐมภูมิ ลดความซ้ำซ้อนของการใช้เครื่องมือ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่สามารถออกปฏิบัติงาน และบันทึกข้อมูลได้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต สะดวกต่อการเข้าถึงชุมชนท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น

นพ.พงศ์เทพ บอกอีกว่า ระบบ สอน. บัดดี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android บนอุปกรณ์ที่หลากหลาย อาทิ โทรศัพท์มือถือ Smartphone แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และพกพา รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ HIS (Hospital Information Systems) หรือ ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล ได้ทุกระบบ
ซึ่งข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกประมวลผลข้อมูลในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และประเทศ ตามลำดับ สรุปออกมาในรูปแบบ แดชบอร์ด (Dashboard) เช่นเดียวกับฐานข้อมูลวัคซีนโควิด-19 ในปัจจุบัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้บริหาร หรือหน่วยงานอื่น ๆ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ติดตามผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก หรือประกอบการวางแผน และตัดสินใจในระดับนโยบายต่อไป

