สานต่อพระราชดำริในหลวง ร.9
สธ.พัฒนาบุคลากรดูแลคนแม่ฮ่องสอน
“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสไว้เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาเรื่องการยกคุณภาพชีวิต และสุขภาวะที่ดีของประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนและชนชาติพันธุ์ แต่ปัจจุบันผลยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระประสงค์ที่จะสืบสานและต่อยอด การยกระดับสุขภาวะของประชาชน และการแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุขวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ คือการสรรหานักเรียนในพื้นที่ไปศึกษาด้านการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับมาปฏิบัติงานที่บ้านเกิดของตนเอง โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีชนชาติพันธุ์มาก วิธีการนี้จะช่วยลดอัตราการโอนย้ายของบุคลากร ที่สำคัญบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นคนพื้นถิ่นจะเข้าใจในบริบทของพื้นที่ สามารถสื่อสารได้ดีเข้าใจในวัฒนธรรมประเพณี จะช่วยลดอุปสรรคในเรื่องการเข้าถึงการบริการสาธารณสุข อีกทั้งยังทำให้เกิดความภาคภูมิใจของผู้ปฏิบัติงานและคนในชุมชน”
เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เมื่อคราวให้โอกาสกับทีมผู้บริหารของสถาบันพระบรมราชชนกเข้าพบประชุมหารือเรื่องการส่งเสริมและแนวทางการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อพัฒนาสุขภาวะประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างยั่งยืน ณ โรงแรมอิมพีเรียล จ.แม่ฮ่องสอน
นอกจากเรื่องข้อจำกัดของบุคลากรแล้ว ประธานองคมนตรียังกล่าวถึงปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ไม่ทั่วถึงเนื่องจากสภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ภูเขาเป็นส่วนใหญ่ การ
คมนาคมลำบาก และสัญญาณการสื่อสารไม่เสถียร วิธีการแก้ปัญหาที่สามารถช่วยได้ คือ ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถพูดคุย ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
กับเเพทย์ หรือพยาบาลได้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถให้บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสุขศาลา สามารถปรึกษาปัญหาของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา
“ตัวอย่างที่โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก มีนักเรียนในพื้นที่ คือ นายบิลลี่ ที่ได้รับโอกาสมาศึกษาที่วิทยาลัยในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วกลับไปปฏิบัติงานที่
โรงพยาบาลอุ้มผาง อ.อุ้งผาง จ.ตาก ซึ่งทำงานด้วยความทุ่มเทและใช้ระบบการแพทย์ทางไกลช่วยในการดูแลบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ชื่นชมและได้รับการยอมรับในวงกว้าง ดังนั้น งานอีกส่วนที่สำนักงานองคมนตรีร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังดำเนินการ คือ การวางระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และการวางสายใยแก้วเพื่อประโยชน์ในการสื่อสารและการแพทย์ทางไกล”
ครานั้น ผู้เขียนในฐานะอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ให้ข้อมูลต่อประธานองคมนตรีว่า สถาบันพระบรมราชชนก พร้อมที่จะสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อการพัฒนาสุขภาวะประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างยั่งยืน โดยการคัดเลือกนักเรียนชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ มาศึกษาที่วิทยาลัยในสังกัด โดยพิจารณาความครอบคลุมและการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน ทั้งนี้ ยังมองถึงการออกแบบการจัดการศึกษา ที่จะผลิตบุคลากรทางการแพทย์ การพยาบาลและสาธารณสุข ที่สามารถมาปฏิบัติงานได้ในเชิงสหสาขาวิชาชีพ เนื่องจากสถาบันพระบรมราชชนกเป็นสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และมีวิสัยทัศน์ด้านการดำเนินงาน Primary Care เพื่อยกระดับสู่ Primary Health Care สนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ให้แนวคิดเรื่องการสาธารณสุขเชิงแนวเวชศาสตร์การป้องกัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการโครงการ สบช.โมเดล ที่เน้นการป้องกันโรคไม่ติดต่อร้ายแรง (NCDs) ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และโครงการ “สบช.สัญจร” เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันพระบรมราชชนก ร่วมกับโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยให้โควต้านักเรียนที่อยู่ในชุมชนพื้นที่บ้านเกิด มาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาด้านการพยาบาลและสาธารณสุขในวิทยาลัยในสังกัดเป็นการให้โอกาสนักเรียนได้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาอย่างทั่วถึง เมื่อสำเร็จการศึกษา พวกเขาสามารถกลับไปทำงานในภูมิลำเนาบ้านเถิด ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของสถาบันพระบรมราชชนก คือ ปัญญาเพื่อชุมชน (Wisdom for Community)
สำหรับการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลช่วยในการดูแลบริการประชาชนเพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ได้น้อมรับนโยบายมาบูรณาการกับงานของสถาบัน ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยในสังกัดที่มีการใช้ระบบการเรียนทางไกล (Tele education) สามารถประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงานได้เมื่อสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนครับ
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

