ปี 2564 ไทยมีขยะมูลฝอยรวมกว่า 24.98 ล้านตัน ในขณะที่กรุงเทพมหานคร สร้างขยะมูลฝอยสูงถึง 12,214 ตันต่อวัน หรือคิดเป็น 18% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งประเทศ
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร จึงจับมือกันแสดงพลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านเครือข่าย BKK Zero Waste ต่อยอดแคมเปญไม่เทรวม ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพคนกรุง พร้อมแสดงเจตจำนงขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 (เสาชิงช้า)

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พูดถึงความสำคัญของปัญหาขยะมูลฝอยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และโลก รวมถึงการผลักดันให้ภาคีเครือข่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยมาโดยตลอด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความร่วมมืออย่างสูงจากทุกภาคส่วน และการที่ขยะจะลดลงได้ต้องทำมาแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่ลดการเกิดขยะ รู้จักคัด แยก ล้างขยะก่อนทิ้ง เพื่อให้กระบวนการกลางน้ำและปลายน้ำทำงานได้
ดร.สุปรีดา เสริมว่า ปัญหาขยะมูลฝอยนั้นหากมองลึกลงไปจะพบว่ามีหลายมิติมาก ทั้งปริมาณขยะอาหารที่มีมากถึง 1 ใน 3 ของอาหารที่ทั่วโลกผลิตได้ ซึ่งหมายความว่าอาหารกว่า 1.3 พันล้านตันนั้นถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะโดยเปล่าประโยชน์ หรือการกำจัดอย่างไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดมลพิษทางอากาศย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพประชาชน

“ดังนั้นมลพิษจากสิ่งแวดล้อม จึงเป็น 1 ใน 7 ยุทธศาสตร์หลักที่ สสส. ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานในทศวรรษที่ 3 นี้ โดยมุ่งเน้นเป็นตัวกลางสานพลังภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมขับเคลื่อนจัดการปัญหาขยะกับ กทม. เพื่อผลักดันให้การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยเกิดขึ้นได้จริงในมหานครของประเทศไทย
“ด้วยการสร้างพื้นที่ต้นแบบคัดแยกขยะ ต่อยอดการคัดแยกให้สมบูรณ์ครบวงจร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คน พร้อมส่งเสริมให้ 3 พื้นที่นำร่องมีระบบลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ก่อนจะขยายต่อให้ครอบคลุมทุกเขตของ กทม. และเทศบาลใหญ่ๆ ทั่วประเทศต่อไป” ดร.สุปรีดา กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงาน BKK Zero Waste ต่อยอดแคมเปญไม่เทรวม ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘มหานครปลอดขยะ เป็นจริงได้อย่างไร?’ โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงนายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) ตัวแทนจาก สสส. มาร่วมพูดคุยว่า ปัญหาขยะล้นเมือง นอกจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมาย
ดังนั้น เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน แผนยุทธศาสตร์ 10 ปีของ สสส. จึงมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาขยะ ตั้งแต่ต้นทาง ทำแคมเปญในการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ทำโครงการนำร่องต่างๆ เพื่อให้เห็นแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ทั้งนี้ยังได้ร่วมพัฒนาแดชบอร์ด ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าแต่ละพื้นที่มีขยะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง มีการรีไซเคิลขยะมากน้อยแค่ไหน ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยย่อปัญหาให้ทุกคนเห็นว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขยะเกิดขึ้น

ด้าน องค์กรต้นแบบอย่างโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ โดยนางสาวอลิสรา ศิวยาธร ตัวแทนภาคธุรกิจที่ทำเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร มาบอกเล่าประสบการณ์ในการจัดการขยะว่า ด้วยภาพลักษณ์ของการเป็นโรงแรม 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุง ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพรั่งพร้อม หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่าศิวาเทลนั้นเป็นโรงแรมหัวใจสีเขียว ที่รักสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ยังทำงานกับเกษตรกรและชุมชนกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
นางสาวอลิสรา เล่าต่อว่า โรงแรมแก้ไขปัญหาขยะอาหาร ผ่านนโยบาย Zero Waste Policy เริ่มตั้งแต่การวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบให้เหมาะสม เลือกใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า รวมถึงรู้จักดัดแปลงเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยหมัก ไม่เพียงเท่านั้น ศิวาเทลยังนำเปลือกไข่ที่เหลือทิ้งจากการทำอาหาร ส่งคืนกลับไปให้ฟาร์ม เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมเสริมแคลเซียมในอาหารไก่ถึงปีละ 62,000 ฟอง

“ในปี 2017 ศิวาเทลเคยสร้างขยะมากถึง 103,512 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันปี 2022 ลดเหลือเพียง 8,875 กิโลกรัมเท่านั้น ดังนั้นเราจึงอยากบอกกับทุกคนว่าศิวาเทลทำได้ โรงแรมอื่นๆ ก็ทำได้ ทั้งยังพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้และทักษะที่มีให้ทุกองค์กรที่สนใจ เพราะเราอยากให้ภาคเอกชนมีพลังที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน” นางสาวอลิสรา ปิดท้าย
กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครปลอดขยะได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

