คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยกำหนดให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม-13 เมษายน ทั้งนี้ จะเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบเขตในวันที่ 3-7 เมษายน ตามสถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด วันที่ 4-7 เมษายน เปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จัดที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ส่วนเดือนพฤษภาคม กกต.กำหนดให้ประชาชนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โดยให้แจ้งได้ในช่วงระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม และแจ้งในช่วงหลังวันที่ 15-21 พฤษภาคม ทั้งนี้ กำหนดให้วันที่ 7 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันที่ 14 พฤษภาคม เป็นวันเลือกตั้ง
เท่ากับว่า ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป กกต.เข้าสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และที่สำคัญคือการทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ให้มากที่สุด เพื่อให้ผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ 2 หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่วิธีการและข้อกำหนดหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย เช่น จำนวนเขตเลือกตั้ง จำนวนบัตรเลือกตั้ง รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้น กกต.จึงต้องหมั่นประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
หลังจากที่ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งและดำเนินการตามไทม์ไลน์ โดยวันที่ 27 มีนาคม เริ่มให้ยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ปรากฏว่าประชาชนเริ่มมีข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบในรายละเอียดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ถือเป็นสัญญาณดีที่คนไทยสนใจการเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงว่า กกต.ต้องวางแผนการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารต่อประชาชนอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพราะหลังจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอีกหลายกิจกรรม จึงต้องเร่งทำให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อมิให้เสียงที่โหวตต้องสูญเสียไปอย่างไม่ควรสูญเสีย

