หลายปีมานี้ ขยะอาหาร กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกตั้งแต่ระดับผู้ผลิต พ่อค้า จนถึงผู้บริโภคต่างตื่นตัว และตระหนักรู้มากขึ้น ซึ่งโจทย์สำคัญนี้ไม่เพียงแค่การรณรงค์ลดขยะอาหารให้น้อยลง หากยังกำหนดแนวทางร่วม และเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอันมีต้นเหตุจากอาหารเหลือทิ้ง เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวไปในที่สุด
แน่นอนว่าอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกเริ่มปรับตัวและเดินหน้าสู่มาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้น คือ โลตัส โดยล่าสุดจับมือกับ กรุงเทพมหานคร ต่อยอด 2 โครงการ กินได้ไม่ทิ้งกันของโลตัส และโครงการไม่เทรวม ของกทม. ร่วมบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่จำหน่ายไม่หมดแต่ยังมีคุณภาพดีและสามารถรับประทานได้ ให้พนักงานกวาดถนนของ กทม. เพื่อช่วยลดขยะอาหาร ทั้งยังช่วยลดค่าครองชีพได้อีกด้วย พร้อมกับช่วยแยกขยะอาหารในสาขาของโลตัส ให้เจ้าหน้าที่ของกทม. สามารถนำไปจัดการทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ในเขตกทม.ต่อไป

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย เผยถึงเป้าหมายของภารกิจลดขยะอาหารของโลตัส ว่า ในฐานะห้างค้าปลีกแบบ omni-channel ที่มุ่งเน้นการจำหน่ายอาหารคุณภาพสูง โลตัส ตระหนักถึงบทบาทของการช่วยลดขยะอาหาร โดยมีเป้าหมายมุ่งหน้าลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030 และสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของ กทม.
‘โลตัส’ เริ่มดำเนินโครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน ตั้งแต่พ.ศ.2560 เพื่อบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดแต่ยังมีคุณภาพดีให้กับผู้ยากไร้ แทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะอาหาร โดยมีพันธมิตรความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนถึงปัจจุบันสามารถบริจาคอาหารได้ถึง 2.8 ล้านมื้อ

และเดือนกันยายนปีที่แล้ว โลตัส เริ่มทำงานร่วมกับ กทม. ด้วยการบริจาคอาหารที่จำหน่ายไม่หมดจากร้านโลตัส โก เฟรช เขตหนองแขม จำนวน 8 สาขา แก่พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดที่ปฏิบัติหน้าที่กวาดถนน โดยบริจาคอาหารไปทั้งสิ้น 660 กิโลกรัม ส่งผลดีทั้งในแง่ลดปริมาณขยะอาหารที่จะไปสู่หลุมฝังกลบของ กทม. ทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง
“อีกผลหนึ่งของการบริจาคอาหาร คือ ช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายแต่ละวันของเจ้าหน้าที่เบาบางลง โดยแวะรับอาหารที่เดินทางผ่านสาขาโลตัสในเส้นทางการปฏิบัติหน้าที่กวาดถนน ซึ่งโลตัสยังช่วยอำนวยความสะดวกแยกประเภทอาหารคุณภาพดีรับประทานส่งถึงมือ และแยกส่วนที่รับประทานไม่ได้แล้วให้เจ้าหน้าที่นำไปทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ในพื้นที่ต่างๆ ของ กทม. ต่อไป”

สำหรับการต่อยอดสู่โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน X ไม่เทรวม’ เป็นการยกระดับการดำเนินการ โดยจะเริ่มสานภารกิจอีก 6 เขต ครอบคลุมร้านโลตัส โก เฟรช 33 สาขา ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมขยายสู่เขตอื่นๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ใน กทม. เพื่อช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน นำไปสู่เป้าหมายลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ตามแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้สำเร็จไปร่วมกัน

‘โครงการกินได้ไม่ทิ้งกัน x ไม่เทรวม’ สอดคล้องกับพันธกิจของโลตัส ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ Vision 2030. Actions every day. ที่โลตัสวางแผนงานด้านความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจค้าปลีก
“เราเน้นขับเคลื่อนการดำเนินงานทุกวันอย่างยั่งยืนครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 15 ข้อภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งสู่วิสัยทัศน์การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ” ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย ปิดท้าย
นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจของ ‘โลตัส’ ที่เป็นการขยับเพื่อเปลี่ยนโลกเพื่อเดินหน้าตามเป้าหมายลดขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2030 ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย

