หน้าแรก เด่นวันนี้ ‘สสส.’ ผนึกภา...

‘สสส.’ ผนึกภาคีแจงนับ ‘คนไร้บ้าน’ ปี 66 One Night Count เตรียมคลอดแนวทางช่วยเหลือ-ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียม

1.06.23 | 06:00 น.

บ้าน หรือที่อยู่อาศัย นับเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเอื้อให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งยังเป็นสิ่งเติมเต็มของความเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ ทว่าหลายสังคมทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกขานว่า กลุ่มคนไร้บ้าน ไม่ได้รับสิทธิหรือโอกาสเหล่านี้ ด้วยปัจจัยที่เกิดจากความยากจน สภาพปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาการประกอบอาชีพ ที่ล้วนแล้วผลักให้พวกเขาเหล่านี้ถูกเหมารวมอยู่ในนิยามคนไร้บ้านไปในที่สุด

ท่ามกลางเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดเป็นประเด็นพูดถึงอย่างเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นภาพกลุ่มคนหรือหน่วยงานที่เข้ามาประสาน ขับเคลื่อนสังคมไทย แก้ไขปัญหาจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ให้ความสำคัญและไม่ทิ้งให้คนไร้บ้านเดียวดายในสังคม โดยร่วมกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำรวจสถานการณ์และแจงนับคนไร้บ้านตั้งแต่ปี 2558 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

กระทั่งปี 2566 ได้ผนึกกำลังกับ พม. กรุงเทพมหานคร สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และภาคีเครือข่าย เดินหน้าปฏิบัติการแจงนับคนไร้บ้านปี 66 ภายใต้ภารกิจ ‘One Night Count’ พร้อมกัน 77 จังหวัด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา  

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัด พม. พูดถึงสถานการณ์โดยรวมของกลุ่มคนไร้บ้านทั่วประเทศ ว่า ปัญหาหลักของ ‘คนไร้บ้าน’ คือสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่กลุ่มคนเหล่านี้ขาดหายไป และโอกาสที่พวกเขาไม่ได้รับเหมือนคนทั่วไป จนกลายเป็นคนไร้บ้านไปในที่สุด ซึ่งการผนึกกำลังของภาคีเครือข่ายเพื่อแจงนับคนไร้บ้านครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่จะได้ร่วมกันแจงนับจำนวนประชากรที่แท้จริง เพื่อสามารถสรุปและนำไปสู่การหามาตรการหรือแนวทางช่วยเหลือให้คนกลุ่มนี้หลุดออกจากสถานะคนไร้บ้านได้อย่างถาวร

Advertisement

สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นคนไร้บ้านคือความพร้อมทางฐานะ อุปสรรคด้านเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ไปจนถึงโอกาสการเข้าถึงรายได้และสวัสดิการต่างๆ ที่พวกเขาได้รับน้อยกว่าหรือแทบไม่ได้รับจากสังคมเลย ซึ่งในที่สุดกลายเป็นปัญหาทับซ้อนฉุดกลุ่มคนนี้ให้เป็นคนปลายขอบของสังคม ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจึงจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือส่งพลังทางสังคมไปให้ถึงพวกเขา เพื่อหยิบยื่นโอกาสและสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาควรจะได้รับเหมือนคนทั่วไป

ภารกิจการแจงนับคนไร้บ้าน หรือ One Night Count ในปี 2566 เริ่มต้นสำรวจในเวลา 20.00 น. และไล่ยาวตลอดทั้งคืน ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด โดยเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มไร้บ้านเข้าประจำจุดพักผ่อนตามที่สาธารณะต่างๆ อาทิ สวนสาธารณะ สะพานลอย ใต้ทางด่วน ซึ่งเป็นเวลาเหมาะสมสำหรับเก็บข้อมูลประชากร เพื่อให้ได้ตัวเลขใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด จากนั้นจะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ไปประเมินผล สู่การหาแนวทาง มาตรการ หรือผลักดันนโยบายช่วยเหลือคนเปราะบางเหล่านี้

ภารกิจนี้เราไม่ได้ให้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าคนอื่น แต่คือการยื่นโอกาสการเข้าถึงสิทธิสุขภาพ สวัสดิการ บ้านหรือที่อยู่อาศัย อาชีพ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยเสียไป เอาคืนกลับให้พวกเขาอย่างเท่าเทียม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จนท้ายที่สุดคุณภาพชีวิตของพวกเขาก็จะดีขึ้น” ปลัด พม. ย้ำ

ด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. พูดเสริมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำของกลุ่มคนไร้บ้าน ว่า จากการสำรวจประชากรไร้บ้านช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือ การขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ ทั้งยังขาดโอกาสและสิทธิพื้นฐานต่างๆ ระยะยาวจะกลายเป็นปัญหาสะสมและแก้ไขได้ยาก โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า ประชากรกลุ่มคนไร้บ้านมากถึง 55% มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมดื่มสุรามากถึง 41% ขณะที่ประชากรทั่วไปเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 17-20% และ 30% (ตามลำดับ) เท่านั้น

การแจงนับจำนวนประชากรในปี 2566 จึงไม่แค่นับจำนวนเท่านั้น แต่เป็นการสำรวจถึงแก่นแท้ของปัญหา ลักษณะที่อยู่อาศัย การเคลื่อนย้าย ไปจนถึงปัญหาสุขภาพ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเกิดการเปลี่ยนในทิศทางที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตของประชากรเหล่านี้จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

การสำรวจครั้งนี้เราจะได้ตัวเลขที่แน่นอน เห็นสถานการณ์ที่ชัดเจน สามารถประเมินผลและได้แนวทางใหม่ที่สามารถช่วยเหลือดึงกลุ่มคนเหล่านี้ออกจากปัญหาทับซ้อนได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือ การแก้ปัญหาสุขภาวะของคนไร้บ้านครบทุกมิติ สามารถกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้”

ดร.สุปรีดา พูดถึงบทบาทของ สสส. ต่อการช่วยเหลือคนไร้บ้านด้วยว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้สานพลังร่วมกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และภาคีเครือข่ายอีกหลายแห่ง พัฒนานวัตกรรมการจัดบริการที่อยู่อาศัยและความช่วยเหลือฉุกเฉินบนฐานการมีส่วนร่วมของคนไร้บ้าน หรือโครงการที่อยู่อาศัยคนละครึ่ง โดยเป็นการแชร์ร่วมกันระหว่าง สสส. กับคนไร้บ้าน ระหว่าง 60% กับ 60% ในอัตราค่าเช่า 1,700 – 2,200 บาทต่อเดือน

การเกิดขึ้นของโครงการที่อยู่อาศัยคนละครึ่ง ถือเป็นแกนสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนไร้บ้านได้ดียิ่งขึ้น โดยโมเดลนี้ยังได้รับการต่อยอดไปพื้นที่อื่นๆ นำร่อง ‘บ้านสวัสดิการที่อยู่อาศัยคนจนเมือง’ ปรับพื้นที่ร้างให้เป็นที่อยู่อาศัยราคาถูก ซึ่ง พม. และ กทม. อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อช่วยลดปัญหาไร้บ้าน สู่การตั้งหลักการใช้ชีวิตและพัฒนาชีวิตต่อไปได้

  “ด้วยเจตนารมณ์ของ สสส. และพลังความร่วมมือในปฏิบัติการ One Night Count ครั้งนี้ จะสามารถสรุปตัวเลขที่ชัดเจน รับทราบปัญหา ความต้องการ การจ้างงาน ดูแลสุขภาพ นำสู่การผลักดันนโยบายหรือวิธีการช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านให้มีชีวิต มีสิทธิ ได้รับโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อมีสุขภาวะที่ดีต่อไป” ผู้จัดการกองทุน สสส. ทิ้งท้าย

เชื่อได้ว่าพลังความร่วมมือที่เกิดขึ้น เป็นจุดหมุดหมายครั้งสำคัญ ที่จะเริ่มต้นดูแล ‘คนไร้บ้าน’ ให้รับสิทธิสวัสดิการอย่างทั่วถึง และที่สุดแล้วพวกเขาจะก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำกลับสู่ภาวะความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม