‘พิธา’ ลุยฝ่า 3 ด่านหิน ผ่านสัประยุทธ์ของ 2 ขั้ว เดิมพันสูงเกมตั้งรัฐบาล

11.06.23 | 12:21 น.
‘พิธา’ ลุยฝ่า 3 ด่านหิน ผ่านสัประยุทธ์ของ 2 ขั้ว เดิมพันสูงเกมตั้งรัฐบาล

‘พิธา’ ลุยฝ่า 3 ด่านหิน ผ่านสัประยุทธ์ของ 2 ขั้ว เดิมพันสูงเกมตั้งรัฐบาล

เลือกตั้ง ส.ส.ผ่านจบลงไปแล้วด้วยชัยชนะของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) คว้าเสียง ส.ส.มาเป็นที่หนึ่ง คือ 151 เสียง พร้อมกับความชอบธรรมในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่เวลาผ่านมาเกือบจะครบ 1 เดือน นับจากกาบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่พรรค ก.ก. ภายใต้การนำของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรค ก.ก.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ก.ก. รวมเสียงของ 7 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในขั้วประชาธิปไตยเสรีนิยม จับมือกันได้อยู่ที่ 312 เสียง โดยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคแรก กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกฯ กับ ส.ส.ทั้ง 500 คนได้ ซึ่งแคนดิเดตนายกฯ จะได้รับเลือกจากที่ประชุมรัฐสภา เป็นนายกฯคนที่ 30 ต้องมีเสียงสนับสนุนไม่ต่ำกว่า 376 เสียง

สถานการณ์ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ที่รวมเสียงกันได้ตัวเลขกลมๆ 312 เสียง โดยด่านแรก คือ ต้องการเสียงสนับสนุนของ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 64 เสียง ผ่านทั้งการเดินสาย เจรจานอกรอบ ของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่มีพรรค ก.ก.เป็นแกนนำกับกลุ่ม ส.ว. แต่ยังไม่สามารถการันตีได้ว่าจะมีเสียงของ ส.ว.มาโหวตสนับสนุน “พิธา” ให้ขึ้นเป็นนายกฯได้สำเร็จ

ส่วนด่านที่สอง “พิธา” ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และการเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ก.ก. ภายหลังมีกรณีคำร้องจากนักเคลื่อนไหวทางการเมืองยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของ “พิธา” ว่าจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) กรณีการเป็นผู้จัดการมรดกถือครองหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น ว่าจะเข้าข่ายการถือครองหุ้นสื่อหรือไม่ แม้บริษัทไอทีวีจะไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อมวลชนตั้งแต่ปี 2550 แล้ว หากในชั้นการตรวจสอบระบุว่าเป็นการถือหุ้นสื่อจริง ความผิดจะเกิดแค่เฉพาะตัวของ “พิธา” หรือมีความผิดโยงไปถึงการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ก.ก.ที่เซ็นรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส.พรรค ก.ก.ทั้งพรรคด้วยหรือไม่ หากมีผลต่อการรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส. จะถึงขั้นต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่พรรค ก.ก.ได้รับเลือกตั้งมาทั้งประเทศด้วยหรือไม่

ขณะที่การตรวจสอบผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของ กกต.ตามที่ประธาน กกต.ออกมาระบุว่า อาจมีว่าที่ผู้ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส. 20-30 เขต ถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และอาจถึงขั้นต้องมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ซึ่งว่าที่ ส.ส. 20-30 เขต หากถูกสั่งให้เลือกตั้งใหม่ แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเป็นว่าที่ ส.ส.ของพรรคการเมืองในขั้วใด หากเป็นว่าที่ ส.ส.ในขั้วของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ย่อมจะส่งผลให้แกนนำอย่างพรรค ก.ก.ต้องทำงานหนักในการเจรจากับ ส.ว. เพื่อให้มีเสียงมาโหวตสนับสนุน “พิธา” เป็นนายกฯ ตามที่มาตรา 272 วรรคแรก กำหนด ถึงขั้นที่แกนนำพรรค ก.ก.ต้องคิดแผนสองมาแก้เกมหากได้เสียง ส.ว.ไม่เพียงพอ

Advertisement

คือ การเจรจากับว่าที่ ส.ส.ในขั้วรัฐบาลปัจจุบันมาร่วมโหวต “พิธา” เป็นนายกฯ เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้มามีส่วนร่วมโหวตเลือกนายกฯได้อีกต่อไป

สำหรับด่านที่สาม คือ การตรวจสอบคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส.ของ “พิธา” กรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัทไอทีวีของศาลรัฐธรรมนูญ หาก กกต.มีมติส่งเรื่องให้ตรวจสอบคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) หรือไม่ หากขัดรัฐธรรมนูญอาจจะส่งต่อความผิดแค่เฉพาะตัว “พิธา” หรือมีความผิดพ่วงไปถึงการเซ็นรับรองให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรค ก.ก.ลงรับเลือกตั้งทั้งพรรคด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะส่งผลต่อคุณสมบัติการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ซึ่งบัญญัติให้มีคุณสมบัติเดียวกันกับการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ด้วย

นอกจากนี้ยังมีโทษถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งสูงสุดถึง 20 ปีด้วย

แม้ “พิธา” และทีมกฎหมายจะดำเนินการโอนหุ้นบริษัทไอทีวี ให้กับทายาทอื่นไปช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นเทคนิคในการสู้คดีการครอบครองหุ้น ตามเงื่อนไขของกฎหมายแพ่ง เพื่อให้มีสถานะว่าไม่เคยครอบครองหุ้นดังกล่าวมาก่อนที่สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 7 เมษายน และไม่ใช่เป็นการหนีหรือยอมรับความผิด แต่เป็นวิธีการต่อสู้ในทางกฎหมาย ตามที่ “พิธา” ระบุไว้ว่า

“เรื่องการตรวจสอบการถือครองหุ้นบริษัทไอทีวี ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่อย่างที่บอกว่ามีหลายคนส่งข่าวมา ต้องพูดกันให้ชัด ไม่ว่าพยายามจะฟื้นคืนชีพมาด้วยเหตุผลทางธุรกิจของผู้บริหารเอง หรือพยายามจะฟื้นคืนชีพมาเพื่อเหตุผลทางการเมืองเพื่อที่จะสกัดกั้นผม ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ความน่าจะเป็นมีอยู่ในอนาคต ต้องบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต ในอดีตที่ผ่านมาทั้งเรื่องหลักฐานต่างๆ หรือหลักกฎหมายในการตัดสิน ถ้าบริสุทธิ์ยุติธรรม มีมาตรฐานเดียวกัน คิดว่าในอดีตที่ผ่านมาไม่มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล ผมคงตอบได้เท่านี้”

ทั้ง 3 ด่านหินการเมืองที่ “พิธา” ต้องเผชิญในการเดินหน้าเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ คือ บททดสอบเบื้องต้น แต่นับจากนี้เป็นต้นไปการสัประยุทธ์ทางการเมือง ระหว่างขั้วประชาธิปไตยเสรีนิยม ที่มี “พิธา” และพรรค ก.ก.เป็นแกนนำ กับ “ขั้วอนุรักษนิยม” ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันยังผนึกเสียงกันอยู่ที่ 188 เสียง ยังจะเกิดขึ้นอีกแน่นอน

แม้สถานะขณะนี้ “ขั้วอนุรักษนิยม” จะอยู่ในสภาวะ “นิ่ง” เพื่อรอดูสถานการณ์ว่าพรรค ก.ก.จะฝ่า 3 ด่านหินสำคัญได้หรือไม่ แน่นอนการสัประยุทธ์ทางการเมืองจะไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องด้วยการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองของทั้ง 2 ขั้ว ถือว่ามีเดิมพันสูง ที่ทั้งสองฝ่ายต่างแพ้ไม่ได้เหมือนกัน จึงต้องติดตามว่าบทสรุปสุดท้ายของเกมเข้าสู่อำนาจบริหารครั้งนี้จะจบลงเช่นใด