บทนำ : รบ.ล่าช้า:ผลเสียหาย
ภาคธุรกิจแสดงความห่วงใยต่อการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเอกชน และนักลงทุน ขณะนี้สถานทูตของประเทศต่างๆ แนะนำว่าควรชะลอการตัดสินใจลงทุนในไทยออกไปก่อน หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยืดเยื้อออกไป หรือมีความเป็นไปได้ที่การจัดตั้งจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรืออาจจัดตั้งได้หลังเดือนสิงหาคม 2566 เอกอัครราชทูตประเทศสำคัญที่มีการลงทุนและค้าขายในไทย มีความกังวลและได้สอบถามมายังหอการค้าฯ โดยตรงถึงสถานการณ์การเมืองในไทยว่าเป็นอย่างไร และจะมีความชัดเจนได้เมื่อไหร่ รวมถึงได้มีการหารือเพื่อหาทางออก เพื่อไม่ให้กระทบกับธุรกิจอีกด้วย
ประธานหอการค้าไทยระบุว่า นักธุรกิจอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วที่สุด และอยากให้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีความต่อเนื่องในการทำงาน และเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับมาลงทุนต่อไป ย้อนกลับไปช่วงก่อนเลือกตั้ง บรรยากาศการลงทุนในไทยถือว่าดี มีนักลงทุนเข้ามาติดต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ และสนใจเข้ามาลงทุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี จำนวนมาก นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาท่องเที่ยวมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นอย่างเต็มตัวแล้ว แต่สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันยังไม่นิ่ง ส่งผลให้เอกชนยังมีความกังวล
ความกังวลและห่วงใยของภาคเอกชน มีต้นทางมาจากรัฐประหาร 2557 อันเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ดีไซน์เพื่อกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม ทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการเลือกตั้ง อาทิ การกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร การที่ให้ผู้สมัครและพรรคใช้คนละหมายเลข การกำหนดให้ กกต.ใช้เวลายาวนานถึง 60 วันก่อนรับรองผลเลือกตั้ง และการให้ ส.ว.ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อกลุ่มที่อยู่คนละฝั่งกับกลุ่มอำนาจเดิมชนะเลือกตั้ง จึงเกิดอุปสรรค เมื่อทุกฝ่ายประจักษ์ในปัญหานี้ ควรหาทางแก้ไข ร่วมกันผลักดันให้รื้อ แก้ไข หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้ประเทศออกจากโครงสร้างทางการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อยู่ในขณะนี้

