จากปัจจัยมากมายในปัจจุบัน ส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ โรคระบาดใหม่ๆ อย่างโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย
ดังนั้น เพื่อสร้างต้นแบบเมืองสุขภาพดี (Healthy City) และชุมชนสุขภาพดี (Healthy Community) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้เตรียมความพร้อมเชิงระบบในพื้นที่ชุมชนกึ่งเมือง โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่บางกอกน้อย ผ่านโครงการบางกอกน้อยโมเดลขึ้น มุ่งเน้นการสร้างระบบฐานข้อมูลสุขภาพเชิงรุก จนสามารถต่อยอดเป็นโครงการวิจัยที่เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวบางกอกน้อย

ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีการถอดบทเรียนในหลายมุมมอง อาทิ แผนบริหารโครงการ การประสานงานเครือข่าย รวมถึงขั้นตอนการลงชุมชน นำมาสู่การพัฒนาเฟสถัดมาเป็น ‘โครงการบางกอกน้อยโมเดล 2’ เพื่อบูรณาการระบบสุขภาพเชิงรุกให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เน้นการเตรียมความพร้อมด้านเปลี่ยนแปลงสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูล สะท้อนปัญหา แก้ไขเชิงระบบจากต้นเหตุ และให้ความสำคัญกับการร่วมพัฒนาของผู้นำชุมชนและประชาชน

ล่าสุดได้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการ ‘ศิริราชรุกเข้าถึงชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพอย่างยั่งยืน ในโครงการบางกอกน้อยโมเดล 2’ โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนผลงานชิ้นนี้ ว่า โครงการบางกอกน้อยโมเดลจัดทำขึ้นมีวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ต้องการช่วยเหลือคนไทย โดยใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาช่วยกันทำงาน เพื่อยกระดับการดูแลประชาชนในเขตบางกอกน้อย ผ่านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพของชุมชน
และนำไปออกแบบการแก้ไขปัญหาสุขภาพให้เหมาะสมกับชุมชน พร้อมทั้งเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนากิจกรรมจนเกิดเป็น 8 โครงการที่สามารถตอบสนองต่อการสร้างระบบสุขภาพของประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริม ป้องกัน รักษา หรือฟื้นฟู เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในเขตบางกอกน้อยจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยเชื่อว่าเด็กและเยาวชนนั้นเป็นอนาคตที่เข้มแข็งของประเทศ โครงการบางกอกน้อยโมเดล 2 ยังลงพื้นที่แบบเชิงรุกบุกไปให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองแก่เด็กๆ ในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายที่เหมาะสม การศึกษาเล่าเรียนหาความรู้

“ตลอดการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เราทำให้ภาคีต่างๆ ได้เห็นถึงความตั้งใจความมุ่งมั่นของโครงการบางกอกน้อยโมเดล ต่อยอดจนเกิดเป็นเฟส 2 ซึ่งโมเดลที่ 2 รพ.ศิริราช ตั้งเป้าจะทำให้ชุมชนในเขตบางกอกน้อยเป็นชุมชนที่มีแต่ผู้คนสุขภาพดี และหวังว่าในอนาคตชุมชนแห่งนี้จะเป็นต้นแบบในการดูแลประชาชนเขตชุมชนกึ่งเมืองให้กับหลายๆ พื้นที่ในกรุงเทพฯ รวมถึงหัวเมืองใหญ่ต่างๆ ของประเทศไทย และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านด้วย
“โครงการจะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์ทุกท่าน รวมถึงการสนับสนุนจาก สสส. องค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน” คณบดี เสริม

หนึ่งภาคีที่ให้การสนับสนุนโครงการบางกอกน้อยโมเดลเรื่อยมาตั้งแต่เฟสแรก เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพ นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. พูดถึงการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ ว่า สสส. มีบทบาทหน้าที่สานพลัง จุดประกาย กระตุ้นบุคคล ชุมชน และองค์กรทุกภาคส่วนในการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งการที่ สสส. จับมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะช่วยกันทำงานสร้างเสริมสุขภาพประชาชนในชุมชนพื้นที่เขตบางกอกน้อยในมิติต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพ สังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
“คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นั้นมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถและความชำนาญ มีความรู้ด้านต่างๆ ที่สามารถช่วยกันวิเคราะห์แก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนได้อย่างตรงจุด สุดท้าย สสส. ขอยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนทุกองค์กรที่อยากทำงานสร้างเสริมสุขภาพ เพราะเราเชื่อว่างานสร้างเสริมสุขภาพไม่ใช่หน้าที่แพทย์ พยาบาล สหวิชาชีพต่างๆ เท่านั้น แต่เราอยากให้ชุมชน คนในสังคม ภาคเอกชนลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพร่วมกัน เพราะสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคน” นายแพทย์พงศ์เทพ ย้ำช่วงท้าย

สำหรับการจัดการระบบสุขภาพชุมชนบางกอกน้อย ดำเนินงานผ่าน 8 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการพัฒนาต้นแบบด้านการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินในชุมชนกึ่งเมือง 2. โครงการรูปแบบระบบการแจ้งเตือนมลพิษทางอากาศโดยชุมชนในบางกอกน้อยโมเดล 3. โครงการบางกอกน้อยปลอดภัยไร้โรคอ้วน 4. โครงการพัฒนาการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
- โครงการการพัฒนาต้นแบบการจัดการเรียนรู้เพศวิถีและการให้การปรึกษาทางเพศในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 6. โครงการการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน 7. โครงการแกนนำเฝ้าระวังเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนเมืองวิถีใหม่ และ 8. โครงการต้นแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์เด็กเล็กชุมชนบางกอกน้อย
เมื่อตัวเลขของผู้ป่วยสวนทางกับจำนวนแพทย์ การผลักดันให้ประชาชนดูแล ป้องกัน และรักษาสุขภาพองค์รวมด้วยตนเองจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งภาพนี้จะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกภาคส่วนรวมพลังกันขับเคลื่อนงาน ร่วมกันสร้างการเรียนรู้ ในไม่ช้าทุกพื้นที่ในประเทศไทยก็จะมีแต่ชุมชนที่มีประชาชนสุขภาพดีอย่างแน่นอน

