หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. ยก ‘พชอ....

สสส. ยก ‘พชอ.บ้านตาขุน’ ต้นแบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ 

19.06.23 | 06:00 น.

เบาหวาน-ความดัน สองในจำนวนกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คร่าชีวิตคนไทยมาเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่นำกลุ่มคนเหล่านี้เข้าสู่ภาวะเสี่ยงหรือเป็นผู้ป่วยนั้นมาจากพฤติกรรมกินหวาน มัน เค็ม เกินมาตรฐาน ทั้งยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายให้เกิดการเผาผลาญตามความเหมาะสม

เพื่อเน้นย้ำถึงพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันการเสียชีวิตจากโรค NCDs สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเดินหน้าติดตามผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง พร้อมสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ Smart NCDs พื้นที่นำร่องอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ หรือ ‘พชอ.’

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 7 สสส. ให้ข้อมูลว่า คนไทยโดยส่วนใหญ่มีมุมมองต่อการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องของการรักษา ซึ่งเป็นการดูแลปลายเหตุ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การสร้างเสริมสุขภาพ หรือการดูแลตนเองให้ดีแล้วค่อยเข้าสู่ขั้นตรวจสุขภาพ เรียกว่า สร้างนำซ่อม

การทำงานตั้งแต่ระดับอำเภอจะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพแบบปฐมภูมิ รู้จักการดูแลสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตั้งแต่ต้น และป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จะก่อให้เกิดการสร้างสุขภาวะเริ่มที่ตนเอง ชุมชน และสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. เล่าถึงแนวทางพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิผ่านการทำงานระหว่าง สสส. พชอ. และสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) ว่า อำเภอบ้านตาขุน เป็นหนึ่งใน 878 อำเภอเครือข่ายที่มีรูปแบบป้องกัน ควบคุมโรค NCDs แบบองค์รวมระดับปฐมภูมิ ที่ช่วยขับเคลื่อนงาน พชอ. 4 เรื่อง คือ 1. ความปลอดภัย-สุขาภิบาล 2. การดำเนินงาน NCDs 3. การเฝ้าระวังโควิด-19 และ 4. การดูแลกลุ่มเปราะบาง

ซึ่งที่บ้านตาขุน ได้นำแนวคิดโรคเบาหวาน-ความดันสามารถเข้าสู่ระยะสงบได้ โดยพัฒนาระบบรักษาด้วย Smart NCDs มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Smart Watch ติดตามกิจกรรมทางกาย ร่วมกับอุปกรณ์เจาะหาน้ำตาลในเลือดที่บ้าน หรือเครื่องวัดความดัน โดยมีทีมสหวิชาชีพคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

“จากการร่วมทำงานทำให้สามารถปรับลดยาเดิม และบางรายหายป่วย สามารถหยุดยาได้ ซึ่งเป็นผลดีกับตัวผู้ป่วยเอง รวมถึงช่วยลดความแออัดให้กับโรงพยาบาล” นพ.พงศ์เทพ ย้ำ

สำหรับแนวทางขับเคลื่อน พชอ. ของอำเภอบ้านตาขุน นายวินัย อินทร์ชนะ สาธารณสุขอำเภอบ้านตาขุน บอกว่า หลักการดำเนินงานจะเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสรุปประเด็นปัญหา และกำหนดทิศทางร่วมกันผ่านคณะกรรมการฯ จากนั้นนำประเด็นร่วมหาแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดเป้าหมายการพัฒนาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน

“เราใช้กลไกความร่วมมือ การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เจ้าหน้าที่ อสม. หน่วยงานเอกชน และประชาชนพื้นที่ ร่วมกันทำงานติดตามประเมินผล เพื่อต่อยอด และเกิดความยั่งยืนภายในชุมชน สร้างเสริมความเข้มแข็งในระบบสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง”

ช่วงท้าย ‘นายวินัย’ ยังเสริมถึงประเด็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะของชุมชนด้วยว่า การท่องเที่ยว ได้ร่วมกับ เทศบาลตำบลบ้านเชี่ยวหลาน  สาธารณสุขอำเภอบ้านตาขุน  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสก ผู้ประกอบการแพที่พัก เรือท่องเที่ยว ดูแล 4 มิติ คือ สุขาภิบาล อาหาร อนามัยสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และยาเสพติด เพื่อให้การท่องเที่ยวชุมชนปลอดภัย มีมาตรฐาน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

เชื่อว่า ‘บ้านตาขุน’ จะเป็นโมเดลสำคัญต่อการรณรงค์ การดูแล ติดตาม ลดพฤติกรรมเสี่ยง และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน-ความดันโลหิตของคนไทยได้อีกหลายพันคน