หน้าแรก เด่นวันนี้ บทนำ : ต้องมอ...

บทนำ : ต้องมองไกล

26.06.23 | 09:19 น.
บทนำ : ต้องมองไกล สภาผู้แทนฯจะประชุมครั้งแรกในวันที่ 4 ก.ค.

สภาผู้แทนฯจะประชุมครั้งแรกในวันที่ 4 ก.ค.เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานรัฐสภาด้วย ถือเป็นตำแหน่งสำคัญ มีหน้าที่กำกับให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่ รวมถึงการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี การตรวจสอบนโยบาย และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ที่ผ่านมาพรรคการเมืองที่ได้เสียงมากที่สุด จะได้รับตำแหน่งประธานสภาและนายกรัฐมนตรี แม้บางครั้งเสียงของพรรคอันดับ 1 และ 2 ห่างกันเพียงเล็กน้อย เช่น การเลือกตั้งเมื่อปี 2539 พรรคความหวังใหม่ได้ 125 เสียง ชนะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้123 เสียง พรรคประชาธิปัตย์หลีกทางให้พรรคความหวังใหม่ตั้งรัฐบาล ในครั้งนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภา และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งสองคนมาจากพรรคความหวังใหม่

การเลือกประธานสภารอบนี้ พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคอันดับ 1 ยืนยันรับตำแหน่งประธานสภาเอง ตามแนวปฏิบัติที่ยึดถือกันมา โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุน ก่อนจะมี ส.ส.เพื่อไทยอีกกลุ่มออกมาโจมตีแกนนำและอ้างว่า พรรคก้าวไกลไม่มีตัวบุคคลที่มีวัยวุฒิเหมาะสมเพียงพอ จะกลายเป็นเอาพระบวชใหม่มาเป็นเจ้าอาวาส และมีกระแสข่าวว่า อาจมีพรรคการเมืองอื่นเสนอชื่อ ส.ส.ที่มีอาวุโสของพรรคเพื่อไทยเข้าชิงตำแหน่งนี้กับตัวแทนพรรคก้าวไกล

จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าในวันเลือกประธานสภา จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ หากเกิดขึ้น จะทำให้การจับมือตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลกับเพื่อไทยและอื่นๆ รวม 8 พรรคเกิดปัญหาขึ้นได้ และจะไปสอดคล้องกับความพยายามสกัดพรรคก้าวไกลเพื่อให้ออกไปเป็นฝ่ายค้าน โดยให้พรรคเพื่อไทยร่วมมือกับพรรคการเมืองนอกขั้ว 8 พรรค จัดตั้งรัฐบาลแทน

ตำแหน่งประธานสภา เป็นบทบาทของผู้มาจากเลือกตั้ง ที่มีอายุและคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ขณะนี้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง กำลังจับตาการเลือกประธานสภา และการจัดตั้งรัฐบาลด้วยความหวังอยากให้เป็นไปตามครรลอง และสะท้อนผลเลือกตั้ง พรรคหรือกลุ่มใดพยายามบิดเบือนทำลายครรลองและผลเลือกตั้ง จะเป็นที่รับรู้ และต้องยอมรับผลเสียหายต่อพรรคและระบอบประชาธิปไตยที่จะตามมาอย่างแน่นอน