มหาดไทย แจงยิบ’ชูวิทย์’ ร้องปมภาษีที่ดิน
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม รายงานข่าวแจ้งว่ากรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้มีการชี้แจง กรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงเรื่องการโอนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 16515 (เดิม 3959) อําเภอปทุมวัน (สามเพ็ง) กรุงเทพมหานคร มีข้อกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง และหนังสือที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1 ประเด็นการที่บริษัท ประไพทรัพย์ จํากัด จดทะเบียนแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้น 12 ราย โดยจดทะเบียน คนละวันกัน จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนี้ 1.1 ค่าธรรมเนียม ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน (ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 103 และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 47ฯ) 1.2 ภาษีเงินได้นิติบุคคล หัก ณ ที่จ่าย ตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 1 ของราคา ที่สูงกว่า ระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 69 ตรี) 1.3 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาที่สูงกว่า ระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (6))
2. ประเด็นเจ้าของที่ดิน 12 คน (ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและได้มาไม่พร้อมกัน) จดทะเบียนขายที่ดิน ให้แก่บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน) โดยแยกกันขาย และทําการจดทะเบียนขายโดยแยกส่วนของตน คนละวันกัน ต้องเสียค่าธรรมเนียม ภาษี และอากรแสตมป์ดังนี้ 1.1 ค่าธรรมเนียม ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน (ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 103 และ กฎกระทรวง ฉบับที่ 47ฯ)
1.2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย คํานวณตามอัตราก้าวหน้า จากราคาประเมิน (ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 ทวิ, คําสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 100/2543 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2543 เรื่อง
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการขาย การโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ข้อ 4 (2)) 1.3 ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาที่สูงกว่า ระหว่างราคาประเมินกับราคาทุนทรัพย์ เนื่องจากเป็นการขายหลังจากได้ที่ดินมายังไม่พ้น 5 ปี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (6))
อนึ่งกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ได้รับชําระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และหรือค่าอากรแสตมป์ไว้ไม่ครบถ้วนถูกต้องตามข้อเท็จจริง หน้าที่ในการติดตามจัดเก็บภาษีอากรดังกล่าว เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมิน และเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ สังกัดกรมสรรพากรที่จะทําการประเมินหรือ สั่งเรียกเก็บเพิ่มเติม ตามหนังสือกรมสรรพากร ที่ กค 0802/19989 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2536 ซึ่งเวียนตาม หนังสือกรมที่ดิน ด่วนมาก ที่ มท 0612/ว 28770 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2536
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารระบุด้วยว่า สําหรับกรณีที่นายชูวิทย์ แถลงเป็นเรื่องการจดทะเบียนขายให้บริษัทแสนสิริฯ โดยผู้ขายคนละคน ซึ่งไม่ได้ร่วมกันซื้อที่ดินโดยเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมกัน แต่เป็นการได้มาจากการแบ่งคืนให้ผู้ถือหุุ้น คนละคราว ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0515.1/ว 27470 ลงวันที่ 21 กันยายน 2552 ซึ่งเป็นเรื่องการขายที่ดินโดยให้ผู้ซื้อรายเดียวกันเข้าถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองครั้งละส่วน ๆ มีระยะเวลาการจดทะเบียนไล่เลี่ยกันห่างกันไม่นาน และหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0515.1/ว 8900 ลงวันที่ 2 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นเรื่องบุคคลหลายคนร่วมกัน ซื้อที่ดินโดยเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมกัน ไม่มีการแบ่งแยกหรือบรรยายส่วนชัดเจน ต่อมาได้ขายให้กับผู้ซื้อรายเดียวกัน โดยทําสัญญาและจดทะเบียนขายเฉพาะส่วนแยกกัน จึงไม่มีกรณีที่สํานักงานที่ดินต้องส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพื่อแจ้งกรมสรรพากร

