ระหว่างการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบหารือทวิภาคีกับ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการพบปะว่า ทั้งสองประเทศพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มพูนความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ไทยตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางเยือนมาเลเซียในโอกาสแรก ซึ่งฝ่ายไทยเสนอให้มีการพบหารือของคณะภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกันด้วย
โฆษกรัฐบาลเผยอีกว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าไทยและมาเลเซีย มีศักยภาพที่จะร่วมมือกันเพิ่มเติมได้อีกมาก ในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งฝ่ายมาเลเซียชื่นชมการพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของไทย ทั้งสองฝ่ายเห็นควรให้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-มาเลเซีย ครั้งต่อไปโดยเร็วเพื่อผลักดันความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยไทยยินดีที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียมาท่องเที่ยวไทยเป็นลำดับต้น และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเพิ่มมากขึ้น
ประเด็นสำคัญยังหารือถึงความร่วมมือในประเด็นสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และความมั่นคง นายเศรษฐายินดีที่มาเลเซียให้การสนับสนุนการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลจะติดตามและประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศจะผลักดันความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง เช่น ยาเสพติด ส่วนการพูดคุยสันติสุขกับประเทศมาเลเซีย ที่ยืดเยื้อยาวนาน นายเศรษฐายืนยันจะดำเนินการต่อแน่นอน นายกฯมาเลเซียให้ความสำคัญ และรองนายกฯก็มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ย้ำว่ามีการพูดคุยกันมาโดยตลอด และจะสานต่อการพูดคุย
ไทยกับมาเลเซีย มีพรมแดนติดกัน ประชาชนสองชาติไปมาหาสู่ ทำให้เกิดความคึกคักทางเศรษฐกิจ แต่ความรุนแรงในภาคใต้ยังไม่ยุติ เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลใหม่ได้ต่ออายุการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน ที่น่าสนใจก็คือ รัฐบาลนายเศรษฐาจะมีแนวนโยบายในปัญหาภาคใต้อย่างไร เพราะหากรัฐบาลต้องการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาคใต้ ก็ควรมีแนวทางทำให้สถานการณ์ใน 3 หรือ 4 จังหวัดชายแดนมีสันติภาพและความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ซึ่งควรจะต้องมีการริเริ่มหรือเริ่มต้นจากภาครัฐบาลโดยเร็ว

