เรื่องที่ควรรู้! ‘หมอเบนซ์’ เปิดมุมต่างวงการศัลยกรรม เจาะทริกเสริมจมูก-องค์ความรู้ถูกต้อง
‘ศัลยกรรมจมูก’ หนึ่งในหัตถการที่คนทั่วโลกให้ความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องด้วยเป็นตำแหน่งศูนย์กลางของใบหน้า และสามารถสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบได้ ซึ่งเห็นว่าหลายคนเพียงแค่เสริมจมูก ใบหน้าโดยรวมแลดูเปลี่ยนไปอย่างมาก
ทั้งนี้เหรียญมีสองด้าน การทำจมูกก็เช่นกัน ดังนั้น ‘หมอเบนซ์ – นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย’ ศัลยแพทย์ด้านการเสริมจมูกแบบโอเพน (Open rhinoplasty) จาก ‘โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช’ โรงพยาบาลศัลยกรรมชั้นนำของเมืองไทย มาเปิดอีกด้านของการทำศัลยกรรม พร้อมให้คำตอบเรื่องการทำจมูกแบบเจาะลึก
‘หมอเบนซ์’ เปิดมุมต่างวงการศัลยกรรมจมูก

นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย กล่าวว่า นับตั้งแต่อดีต ค่านิยมเรื่องจมูกของคนไทยเน้นสันจมูกให้โด่ง ส่งผลให้การเสริม ‘จมูกซิลิโคน’ ได้รับความนิยม ทั้งราคาไม่แพงจนเกินไป เทคนิคการผ่าตัดไม่ยุ่งยาก รวมถึงหากทำแล้วมีปัญหาสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือถอดออกง่าย ไม่ต้องดมยาสลบก่อนทำจมูก เพียงแค่ฉีดยาชาเท่านั้น
แม้การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนทำให้สันจมูกโด่งขึ้น ทว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องจมูก ทั้งปลายจมูกได้รูปหรือจมูกเพรียว รวมถึงมีการสร้างพังผืด ส่งผลให้ซิลิโคนหดและรัดตัวเป็นแกนเล็กๆ หากรั้งเป็นแนวขวางจะรัดเป็นแกน แต่ถ้ารั้งตามแนวดิ่งจะรั้งเป็นแนวสั้น ส่งผลให้ปลายจมูกเชิดขึ้น เห็นได้ชัดหลังจากทำประมาณ 5 ปีขึ้นไป หากเป็นซิลิโคนเกรดแข็ง มักพบหินปูนเคลือบผิวค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ ซิลิโคนหลายยี่ห้อที่โฆษณาว่าช่วยลดอัตราการทะลุ มักผลิตให้หัวใหญ่เหมือนรูปโลก หรือเรียกว่า ‘ซิลิโคนตั๊กแตน’ รวมถึงโครงสร้างที่มีขอบกว้างและค่อนข้างคม หากใช้ไม่ถูกวิธี ปลายซิลิโคนอาจทะลุ ทั้งนอกจมูกและในรูจมูกได้

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความตั้งใจเปิดมุมมองของวงการศัลยกรรม จากประสบการณ์การรับเคสแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ผ่านหนังสือ “ถ้า ‘จมูก’ เลือกเกิดได้” เพื่อให้สังคมได้รับรู้ความเทาในวงการศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมจมูกซิลิโคนกับวัสดุต่างๆ และการฉีดสารเติมเต็ม
การเสริมจมูกซิลิโคนกับหลากหลายวัสดุ
นพ.โฆษิต กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้รังสรรค์จมูกมากว่า 10 ปี เชื่อว่าแต่ละคนมีความต้องการและมองความสวยของจมูก รูปทรง และองศาแตกต่างกัน ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการคิดค้นเทคนิคและวัสดุเพื่อตอบโจทย์คนยุคปัจจุบันเพิ่มขึ้น
เริ่มต้นด้วย ‘จมูกซิลิโคนกับกระดูกอ่อนหลังหู’ เทคนิคพิเศษที่นำกระดูกอ่อนหลังหูมารองตรงปลายจมูก เพื่อให้รู้สึกว่าซิลิโคนไม่ทะลุ เพราะมีกระดูกอ่อนหลังหูรองอยู่ แท้จริงแล้ว ซิลิโคนซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์จะดันกระดูกอ่อนหลังหูเข้าไปในผิวหนัง นานวันเข้าผิวหนังเริ่มบางลง ก็เหมือนกับมีเหรียญกลมๆ มาแปะอยู่ที่ปลายจมูก
แต่ใช่ว่าเทคนิคนี้ไม่มีประโยชน์ ในกรณีผิวหนังหนาพอดีกับกระดูกอ่อนหลังหู ช่วยทำให้ปลายจมูกยาวและสวยมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นมืออาชีพ และความซื่อสัตย์ในการเลือกเคสของแพทย์
ลำดับต่อมา ‘จมูกซิลิโคนกับเนื้อก้นกบ’ เป็นการนำเนื้อบริเวณร่องก้นมารองหัวซิลิโคน ในช่วงแรกยังไม่เกิดปัญหาใด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฐานใต้เนื้อตรงกลางจมูกโดนกดจนบาง เนื้อก้นกบเริ่มฝ่อและกลายเป็นเนื้อตาย ในกรณีร้ายแรง เนื้อด้านข้างที่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงและไม่โดนซิลิโคนกด สุดท้ายคนไข้มักประสบปัญหาปลายจมูกใหญ่ และบริเวณกลางจมูกบาง
เสริมจมูกด้วย ‘เนื้อเยื่อเทียม’ และ ‘ซี่โครงเทียม’

นพ.โฆษิต เผยว่า ที่ผ่านมาการทำศัลยกรรมจมูกมีการคิดค้นวัสดุอุปกรณ์ขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ ‘เนื้อเยื่อเทียม’ เพื่อใช้แทนกระดูกอ่อนหลังหูและเนื้อก้นกบ ซึ่งวัสดุนี้มีรูปร่างคล้ายซิลิโคน มีขนาดตั้งแต่ 1×1 – 1×5 ซม. โดยมีทั้งแบบแผ่นและแบบที่เหลามาแล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื้อเยื่อเทียมไม่ได้ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ ทว่าเป็นผิวหนังของมนุษย์ที่นำมาผ่านกระบวนการทำให้แห้ง ฆ่าเชื้อ ฉายรังสี ซึ่งวัสดุนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรง เพียงแค่ปลายจมูกมักปรากฏรอยแดงนาน เนื่องจากกระบวนการที่เนื้อเยื่อเทียมเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อจำเป็นต้องใช้เวลานานนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีการคิดค้น ‘ซี่โครงเทียม’ ซึ่งมีกระบวนการเตรียมเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อเทียม ที่ล้ำไปกว่านั้นยังมี ‘Equine’ หรือซี่โครงเทียมที่นำซี่โครงม้ามาใช้ ซึ่งปัจจุบันมีราคาถูก และสามารถผลิตในปริมาณมาก ทว่ามีข้อด้อย คือ ซี่โครงเทียมจากม้ามีอัตราการสลาย 80 – 90% ทำให้ในระยะยาวเกิดปัญหาจมูกเสียทรง ต่างจาก ‘ซี่โครงบริจาค’ ของมนุษย์ที่มีอัตราการสลายประมาณ 50%
เจาะลึกการเสริมจมูกเทคนิคพิเศษ

นพ.โฆษิต ในฐานะศัลยแพทย์ด้านการเสริมจมูกแบบโอเพ่น กล่าวเสริมว่า ‘การเสริมจมูกเซมิโอเพน’ แพทย์มักบอกกับคนไข้ว่าเป็นการการเย็บอินเตอร์โดม (Interdome) ช่วยทำให้ปลายจมูกเล็ก ขณะที่การเย็บอินเตอร์โดมตามความหมายของเทคนิคโอเพนไม่ได้ทำเพียงเท่านั้น เพราะมีการวางโครงสร้าง มีการทำหัตถการอื่นๆ ที่ละเอียดมากกว่า
ทว่าในการเสริมจมูกเซมิโอเพน สุดท้ายแพทย์จะนำซิลิโคนมาวางทับด้านบน เพราะฉะนั้นการเย็บข้างล่างจึงไม่ได้มีผลต่อพื้นผิวด้านบน แถมยังไปเปิดแผลในรูจมูก ดังนั้นเทคนิคนี้จึงสร้างเพิ่มปัญหาให้หนักขึ้นและแก้ไขยากกว่าเดิม
นอกจากนี้ การฉีดสารเติมเต็ม หรือ ‘ฟิลเลอร์’ ยังเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากฟิลเลอร์สำหรับจมูกถูกผลิตขึ้นมาเพื่อเติมเต็มในบริเวณเล็กๆ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ไม่ได้ฉีดให้เป็นสันจมูก รวมถึงอายุของฟิลเลอร์แท้อยู่เป็นทรงได้นาน 2 ปี หลังจากนั้นอาจมีลดลงบ้าง เนื่องจากสารเติมเต็มนี้แผ่ออกด้านข้างจมูก
สรุปแล้ว การศัลยกรรมจมูกที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดต้องมีประสบการณ์ สามารถผ่าตัดได้อย่างหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด ด้านอุปกรณ์ต้องทันสมัย ครบครันและปลอดภัย ที่สำคัญคือซิลิโคนที่ใช้ต้องได้มาตรฐานสากล
“นี่คืออีกมุมหนึ่งของวงการความงาม ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขโดยแพทย์ แต่เราสามารถให้ความรู้กับคนในสังคมได้ ซึ่งการที่ออกมาพูดถึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การพูดเพื่อให้ร้าย หรือก่อให้เกิดการสูญเสียในเชิงธุรกิจ แม้ว่าเป็นความจริงที่โหดร้าย แต่ก็เพื่อให้คนไข้ได้ระมัดระวังตัวเอง” นพ.โฆษิต กล่าวปิดท้าย

