หน้าแรก เด่นวันนี้ คพ.ตรวจเข้ม-ใ...

คพ.ตรวจเข้ม-ให้คำแนะนำแหล่งกำเนิดน้ำเสีย

28.11.23 | 14:42 น.

ปัจจุบันแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่สำคัญในทุกภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และส่วนใหญ่มีการระบายน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด กรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เห็นความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วิกฤตคุณภาพน้ำ ให้มีการจัดการมลพิษทางน้ำเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ได้ดำเนินโครงการลดของเสียในแหล่งน้ำวิกฤตและจัดการคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุม กำกับ และบังคับการใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่วิกฤตคุณภาพน้ำให้มีการควบคุมการระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายที่จะทำให้คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำวิกฤตดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปีงบประมาณ 2566 กรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมหรือออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทั้งนี้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีปัญหาวิกฤตคุณภาพน้ำ รวมทั้งสิ้น 1,041 แห่ง โดยดำเนินการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ จำนวน 979 แห่ง ผลการตรวจสอบพบว่า แหล่งกำเนิดมลพิษที่น้ำทิ้งมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 524 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 53.52 และมีแหล่งกำเนิดมลพิษที่น้ำทิ้งมีค่าเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 455 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 46.48

จากการดำเนินการใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่น้ำทิ้งมีค่าเกินมาตรฐานที่กำหนด ได้มีการออกคำสั่งทางปกครองให้จัดการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและควบคุมการระบายน้ำทิ้งตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และใช้มาตรการเชิงรุกในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียให้กับแหล่งกำเนิดมลพิษ และพบว่า การดำเนินงานดังกล่าวมีผลทำให้จำนวนแหล่งน้ำผิวดินมีคุณภาพน้ำดีขึ้น จากค่าเฉลี่ยดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (WQI) สูงขึ้น จำนวน 9 แหล่งน้ำ ได้แก่ แม่น้ำกวง จังหวัดลำพูน แม่น้ำคาว จังหวัดเชียงใหม่ แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี คลองสาขาแม่น้ำท่าจีนตอนล่าง ช่วงระหว่างจังหวัดนครปฐมถึงจังหวัดสมุทรสาคร แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี แม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลำน้ำพุง จังหวัดสกลนคร ลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ และ ห้วยสำราญ จังหวัดศรีสะเกษ

Advertisement

ผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการดำเนินงาน จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำตั้งแต่ต้นทาง และพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเกิดความตระหนักในการปฏิบัติตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อเก็บสถิติ ข้อมูลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย และสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ทำให้เกิดกระบวนการจัดการปัญหาคุณภาพน้ำที่ยั่งยืน ต่อไป