เรื่องร้อนๆ ที่นำมาสู่การถกเถียงกันในสังคมมนุษย์นั้น มีอยู่ไม่เคยขาด ยิ่งถ้าเป็นสังคมที่ไม่ค่อยยึดเหตุผล ไม่ค้นหาข้อมูลและไม่ประเมินข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจ แต่เอาความถูกใจ เอาอคติเป็นตัวนำ สังคมนั้นต้องมีเรื่องให้โต้เถียงกันแบบสุดโต่งสุดขั้วกันอยู่เสมอๆ
สังคมไทยในวันนี้กำลังแบ่งฝ่ายโต้แย้งกันอย่างเมามัน ในหัวข้อ “แพะรับบาป” หรือ “เด็กเลี้ยงแกะ” กันแน่
จากจุดเริ่มต้นนั้น กระแสแพะรับบาปมาแรงเหลือเกิน เพราะสำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยแล้ว ถ้าบอกว่าตำรวจจับผิด เป็นเชื่อก่อนทันที
ไม่แค่เชื่อในทันทีเท่านั้น แต่ร่วมผสมโรงถล่มตำรวจกันไม่ยั้ง
ครั้นต่อมาเมื่อฝ่ายตำรวจประมวลข้อมูลอีกด้านออกมาตอบโต้ กระแสแพะก็ชักสะดุด
ข้อสงสัยเรื่องแกะเริ่มกระหึ่ม
แต่แน่นอนฝ่ายปักใจว่าแพะ ก็ยังยืนยันมั่นเหมาะ ก็เลยยังแบ่งฝ่ายถกเถียงกันอลหม่าน
ในจังหวะนี้เอง ต้องยกนิ้วให้กับลีลาไม่ธรรมดาของ พล.ต.อ.ดร.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ไปคุมการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้
ได้ออกมาขอโทษประชาชน ที่ไปเตะปลั๊กจนทีวีดับ
“โดยส่วนตัวผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชนด้วย ที่กำลังดูทีวี ดูเรื่องราวต่างๆ แล้วอาจจะอิน บางคนอาจจะน้ำตาไหล แล้วพอดีผมไปเตะปลั๊กเข้า ทำให้ทีวีดับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”
พูดง่ายๆ ว่ากำลังอิน กำลังดราม่าเรื่องแพะกันจนน้ำตาไหล แล้วก็มีตำรวจโผล่มากระตุกอารมณ์
มีภาพแกะเข้ามาบดบังแพะ อะไรทำนองนั้น
นอกจากนี้ยังมี นายไพรัช เกิดศิริ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ที่ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า คนไทยจะชอบแต่ดราม่าหรือ? นักกฎหมายหลายฝ่ายอึดอัดนะ…
ได้อธิบายถึงประเด็นข้อกฎหมายในคดีนี้ ซึ่งผู้สนใจข่าวนี้ควรหาอ่านกัน
รวมทั้งได้เตือนสติพิธีกรข่าวทีวี ที่กำลัง “มัน” อยู่กับการเสนอข่าวนี้ และ “มีอาการออกนอกหน้า” ว่าควรมี “หลัก” ในการมองเหตุการณ์อย่างไร
“หากินทางเป็นนักข่าวหรือพิธีกรรายการข่าว ก็น่าจะมีความรู้เรื่องพื้นๆ อย่างนี้บ้าง เป็นเรื่องของวิญญูชนแท้ๆ”
น่าคิดมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นตำรวจที่เตะปลั๊กทีวี
ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาที่ออกมาเตือนว่า จะชอบแต่ดราม่าหรือ
ถือเป็นการดึงผู้คนในสังคม ให้กลับมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างใช้สติและเหตุผล มากกว่าจะเอาแต่ความเชื่อและอคติ
ใครที่มุ่งศึกษาหาข้อเท็จจริงของคดีนี้ จะพบว่ามีความสลับซับซ้อนค่อนข้างมาก ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการคลี่คลายความจริงทีละเปลาะทีละปม
แต่จะเห็นได้ว่า บรรดาผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม แทบทุกหน่วยงาน พูดตรงกันในประเด็นหนึ่งก็คือ
ทำไมจึงไม่ให้ปากคำเพื่อต่อสู้คดีตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน
นี่คือจุดเริ่มต้นของความซับซ้อนทั้งหมด
เอาเป็นว่า คดีและเหตุการณ์ที่วกวนซับซ้อนอย่างนี้ ถือเป็นอีกบทเรียนชั้นดีของคนในสังคมไทย
เพื่อเราๆ ท่านๆ ทุกคนจะได้ร่วมกันเรียนรู้และยกระดับกันต่อไป

