ไทยพบพม่า : ปยูซอธี จากกษัตริย์นักรบสู่กองกำลังพิทักษ์รัฐประหาร
ปยูซอธี (Pyusawthi) เป็นนามของกษัตริย์จากพุกาม บางตำนานอ้างว่าปยูซอธีเป็นปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์พุกาม แต่บางตำนานก็มองว่าท่านเป็นกษัตริย์ที่ลงมาจากอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งยกทัพไปตีที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี แต่ไม่ว่าตำนานจะขัดแย้งกันอย่างไร ชื่อของปยูซอธีเป็นภาพแทนของความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมพม่า ที่มีศูนย์กลางอยู่ในพม่าตอนบน ตั้งแต่พุกามเรื่อยมาถึงอังวะ อมรปุระ สะกาย และมัณฑะเลย์
ชื่อของกษัตริย์ราชวงศ์พุกามและราชวงศ์อื่นๆ ถูกหยิบยืมมาใช้เป็นชื่อปฏิบัติการทางทหาร ชื่อของค่ายทหาร และอื่นๆ ที่เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดความรักและหวงแหนใน “ชาติ” และ “เชื้อชาติ” เราจึงเห็นอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่กรุงเนปยีดอ เมืองหลวงแห่งใหม่ที่กองทัพพม่าสร้างมากับมือ
ท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังฝ่ายต่อต้านหลังเกิดรัฐประหารเมื่อต้นปี 2021 กองทัพพม่าจำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์หลายอย่าง เพื่อรับกับการต่อสู้ที่แตกต่างไป ก่อนรัฐประหาร สงครามกลางเมืองในพม่าเป็นการต่อสู้ระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม แต่สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ก็ต่อสู้แบบตัวใครตัวมัน มีการรวมตัวเป็นกลุ่มพันธมิตรบ้าง แต่มักไม่ประสบความสำเร็จ และไม่สามารถโค่นกองทัพพม่าได้แบบยั่งยืน แต่ในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าภูมิทัศน์การสู้รบเปลี่ยนแปลงไปมาก กลุ่มชาติพันธุ์รวมตัวกันเพื่อโจมตีกองทัพพม่ามากขึ้น และยังให้ความช่วยเหลือกองกำลัง PDF และรัฐบาลคู่ขนาน NUG ทั้งด้านอาวุธและการฝึกกำลังพล เพื่อช่วยกันโจมตีกองทัพพม่าอีกทาง
ที่ผ่านมาหลายสัปดาห์ ผู้เขียนได้รับคำถามว่า “พม่าจะแตกหรือไม่” หรือ “กองทัพพม่าจะเอาอยู่ไหม” บ่อยครั้ง เรียกว่าเป็นคำถามยอดฮิตจริงๆ ผู้เขียนยังคงยืนยันว่าพม่าคงยังไม่แตกในเวลาอันใกล้นี้ แม้กลุ่มชาติพันธุ์จะเข้มแข็งขึ้น และมีการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายว่ากองทัพพม่าอ่อนแอลงจริง ทั้งด้านอาวุธและกำลังพล รวมทั้งขวัญกำลังใจของทหารที่ลดฮวบหลังปฏิบัติการ 1027 ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม แต่โดยสรุปกองทัพพม่ายังมีไม้เด็ดอีกหลายอย่าง และท้ายสุด ท้ายฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นคือจะเกิดสุญญากาศทางอำนาจ และรัฐซ้อนรัฐแบบนี้ไปเรื่อยๆ เหมือนที่เคยเป็นมา แม้ในทางทฤษฎี กลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แต่ก็พยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้มแข็งที่สุดในเขตชายแดนพม่า-จีน แต่สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ก็คงจะมีการสู้รบกันต่อไป และกองทัพพม่าก็จะมีแทคติคอื่นๆ ที่นำมาปราบปรามกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์มากขึ้น
กองกำลังปยูซอธี (Pyusawhti Militias) เป็นกองกำลังฝ่ายกองทัพพม่าที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังรัฐประหาร กองกำลังกลุ่มนี้ประกอบด้วยเครือข่ายกองกำลังพลเรือนที่โปรกองทัพ ที่ผ่านมาปยูซอธีไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เพราะมีจำนวนคนไม่มากเมื่อเทียบกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ และ PDF ที่เป็นเป้าหมายโดยตรง แต่จุดที่น่าสนใจคือคนกลุ่มนี้ได้รับการฝึกฝนโดยตรงจากกองทัพพม่า และยังถูกฝึกฝนให้ใช้ความรุนแรง และสามารถสังหารประชาชนทั่วไปได้โดยไม่สนใจกฎหมาย หากเปรียบให้เห็นภาพ คนกลุ่มนี้คงไม่ต่างจากประชาชนในอินโดนีเซียระหว่างปี 1965-1966 ที่ถูกล้างสมองโดยรัฐบาลเพื่อให้เกลียดชังคอมมิวนิสต์ นำไปสู่การสังหารหมู่ประชาชนที่รัฐสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์นับล้านคน
ทัศนคติแบบพร้อมฆ่า PDF และผู้สนับสนุน PDF ได้ทุกเมื่อนี้จะเป็นปัญหาในระยะยาว เพราะนี่คือระบบศาลเตี้ยที่กองทัพใช้เพื่อปราบปรามฝ่ายต่อต้านเ เหยื่อที่เป็นเป้าหมายของปยูซอธีไม่ใช่ทหารจาก PDF เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นชาวบ้านธรรมดา ที่อาจมีหรืออาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ PDF ด้วย
ตลอด 70 ปีเศษที่เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในพม่า กองทัพสร้างกองกำลังในท้องถิ่นขึ้นมาเพื่อปราบปรามกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ พรรคคอมมิวนิสต์พม่า และฝ่ายต่อต้านอื่นๆ ตลอดมา กองกำลังในท้องถิ่นที่เรียกรวมๆ ว่า local militias นี้ มีทั้งกองกำลังทั่วๆ ไป หรือกลุ่มอันธพาล ที่กองทัพจ้างวานเพื่อให้ช่วยปราบปรามฝ่ายตรงข้าม หลังรัฐประหารปี 2021 กองทัพจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เพราะรู้ดีว่าประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เว้นแต่อันธพาลหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นล้วนต่อต้านรัฐประหารเช่นกัน จึงต้องกลับไปใช้กองกำลังเดิมอย่างปยูซอธี ที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950
ในปัจจุบัน เครือข่ายของกองกำลังปยูซอธีประกอบด้วยคนที่โปรกองทัพ โปรรัฐประหาร เกลียดชังรัฐบาล NLD และสนับสนุนพรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคนอมินีของกองทัพ เมื่อ PDF มีเป้าหมายลอบสังหารบุคคลที่ช่วยเหลือกองทัพ คนกลุ่มนี้จึงต้องตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อต่อต้าน PDF และป้องกันตนเอง ทำให้ปยูซอธีแห่งศตวรรษที่ 21 เกิดขึ้น โดยมีกองทัพฝึกฝนด้านเทคนิคการรบให้ รวมทั้งจัดหาอาวุธพื้นฐานให้
อย่างไรก็ดี ปยูซอธีกลับประสบปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน เมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มถอดใจ เพราะได้รับเงินค่าจ้างน้อยนิด และยังเป็นเป้าหมายการโจมตีของ PDF และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ แรงจูงใจของคนหนุ่มจำนวนมากที่ยอมเข้าร่วมกับปยูซอธีคือค่าจ้างที่สมน้ำสมเนื้อ และทหารปยูซอธียังจะได้รับปืนอีกคนละกระบอก สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในชนบทของพม่าจูงใจให้คนหนุ่มจำนวนมากตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของปยูซอธี แต่เมื่อเข้าไปแล้ว พวกเขากลับต้องผิดหวัง เพราะพวกเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ แต่กลับต้องต่อสู้เพื่อปกป้องกองทัพ จากกลุ่มคนที่กองทัพเรียกว่า “ผู้ก่อการร้าย”
จากรายงานของ Frontier Myanmar ทหารในกองกำลังปยูซอธีได้รับค่าจ้างเป็นข้าวสาร 12 กิโลกรัม น้ำมัน 1 ลิตร และปืนไรเฟิลกับกระสุนไม่กี่นัด ต่างกับที่เคยโฆษณาไว้ว่าทหารทุกคนจะได้รับเงินเดือนราว 1 แสนจัต หรือ 1 พันบาท แต่ในความเป็นจริงทหารกลุ่มนี้กลับได้รับเงินเดือนเพียง 15,000 จัต ในหลายพื้นที่ ปยูซอธีเป็นเหมือนกองกำลังสำรอง เพราะพื้นที่ในพม่าภาคกลางหลายๆ ส่วนก็ยังคงสงบ และยังไม่มีการสู้รบระหว่างปยูซอธีกับ PDF อย่างจริงจัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือปยูซอธีมีลิสต์รายชื่อเป้าหมายการสังหาร ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกพรรค NLD ที่อยู่ในพื้นที่ นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร และสมาชิกในครอบครัวของคนกลุ่มนี้ แม้ในเวลานี้ ปยูซอธียังไม่ได้สังหารเป้าหมายบุคคลในลิสต์ แต่มีโอกาสที่จะเกิดการลอบสังหารถี่ขึ้นในอนาคตอันใกล้ แน่นอนว่าเมื่อเกิดการลอบสังหารขึ้นแล้ว หน่วยงานในท้องถิ่นก็จะปกป้องปยูซอธี
จริงอยู่ว่ากองกำลังในท้องถิ่นอย่างปยูซอธียังไม่เข้มแข็งนัก แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทราบว่ากองทัพพยายามใช้คนในท้องถิ่นเพื่อให้จัดการกับคนในท้องถิ่นด้วยกันเอง และช่วยเป็นหูเป็นตาให้กองทัพ ในขณะที่กองทัพต้องใช้สรรพกำลังมากเป็นประวัติการณ์เพื่อปราบปรามฝ่ายต่อต้าน
ลลิตา หาญวงษ์

