“เพราะการสร้างคนที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนเฉพาะทุนทรัพย์ แต่ต้องใส่ใจในทุกกระบวนการแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้เขาเติบโตมาเป็นพลเมืองคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมไทย”
ถอดต้นแบบ Role Model การทำงานเพื่อสังคมของคุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ประธานคณะดำเนินงานผู้ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด บนเส้นทาง 22 ปี แห่งการสร้างคน สู่การส่งต่อแนวคิด “สร้างคน สร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด”

แรงบันดาลใจในการจัดตั้งโครงการทุน การศึกษา บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด
เดิมที บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด ทำกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านการมอบของบริจาคและสร้างสิ่งก่อสร้างแก่ผู้ยากไร้ ประกอบกับก่อนหน้า ตนเองมีโอกาสทำงานด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจนในชุมชนคลองเตยจำนวน 25 คน ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จดี เด็กสามารถมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้
ตนเองและคุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย” (กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด และประธาน โครงการทุนการศึกษาฯ) ซึ่งเป็นสามี จึงเกิดแนวคิดร่วมกันว่าการตอบแทนสังคมที่ดีที่สุดไม่ใช่การให้สิ่งของหรือสร้างสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นการสร้างคนเพื่อให้เขายืนได้ด้วยตนเอง สามารถเป็นกำลังสำคัญในการเลี้ยงดูครอบครัวและตอบแทนประเทศชาติได้ ทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจและนโยบายในการทำงานด้านสังคมของบริษัทฯ และได้จัดตั้งโครงการทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ขึ้นมา โดยการดำเนินงานตั้งแต่ พ.ศ. 2544 – 2565 เราให้ทุนการศึกษาครอบคลุมไปทั่วประเทศ มีนักเรียนทุนสำเร็จการศึกษาแล้ว 1,825 คน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีนักเรียนและนักศึกษาสำเร็จการศึกษาเกือบสามพันคน ให้อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมในทุกกระบวนการรูปแบบการให้ทุน เราถอดบทเรียนมาจากกระบวนการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจนในชุมชนคลองเตย ซึ่งพบว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กต้องหยุดเรียนกลางคันมี2 ประการ คือ อันดับแรกผู้ปกครองยากจน รองลงมา คือ การที่พ่อแม่ไม่มีความรู้เพียงพอ และนำเด็กออกมาช่วยทำงานตั้งแต่ยังไม่จบการศึกษา
เราจึงนำมาปรับวิธีการให้ทุนว่าต้องสร้างคนให้ครบกระบวนการ ตั้งแต่ค่าเทอม ค่าเสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ รวมถึงค่าที่พักในกรณีที่เด็กต้องย้ายสถาบันการศึกษา โดยเราได้มีการปรับอัตราทุนให้ตรงกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราคิดอย่างรอบด้าน เพื่อให้นักเรียนทุนสามารถศึกษาจนจบปริญญาได้
สำคัญที่สุด คือ การทำความเข้าใจ 4 Stakeholder ได้แก่ ผู้ให้ทุน ตัวเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง และโรงเรียน ทั้ง 4 ส่วนต้องเข้าใจร่วมกันเพื่อส่งเสริมให้เด็กสำเร็จการศึกษาสูงที่สุดเท่าที่เขาต้องการ ผ่านคำมั่นสัญญาว่า “เราจะไม่ทิ้งเขา” และ “เขาก็จะไม่ทิ้งเรา”

พัฒนาศักยภาพเด็กทุน สู่คนรุ่นใหม่คืนถิ่น
มากกว่าการให้ทุนการศึกษา จากประสบการณ์เราพบว่า ผู้ให้ทุนยังต้องให้ความสำคัญกับการสร้างทัศนคติการใช้ชีวิตที่ดีให้เด็กนักเรียนทุนควบคู่ไปกับสร้างปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ด้วยกิจกรรม ที่เราเรียกว่า “ค่ายอบรมจริยธรรม” ซึ่งแต่เดิมจะเน้นการปฏิบัติด้านธรรมะและสอนศีลธรรม แต่เมื่อสังคมได้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดของผู้เรียน เชื่อมต่อองค์ความรู้ของนักเรียนทุนให้สามารถเข้ากับบริบทต่างๆ ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ไม่ว่าจะเรื่องเทคโนโลยี การให้ความสำคัญกับการคิดเชิงระบบ และการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้รู้ลึกรู้จริงในเป้าหมายที่จะไปให้ถึง ซึ่งปัจจุบันเรากำลังสนับสนุนให้นักเรียนทุน และศิษย์เก่า ที่มีศักยภาพโดดเด่น ในหลากหลายสาขาวิชา มีเจตจำนงที่อยากทำประโยชน์ให้ประเทศ หวนคืนบ้านเกิดเมื่อสำเร็จการศึกษา ได้เข้าสู่ค่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตรที่ไม่เพียงสร้างต้นทุนภายใน แต่ยังส่งต่อขยายผลคุณค่ากับท้องถิ่นและสังคมที่เขาอยู่ เป็นการเชื่อมต่อการเรียนรู้ผ่าน Learning station สนามประสบการณ์จริงที่เชียงดาว ผ่านผู้คนและชุมชนที่มีความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรมและการเรียนรู้ให้กับเด็กทุนกลุ่มนี้ได้มีโอกาสเรียนรู้จากต้นแบบนักสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ได้ทำงานจริง สร้างประโยชน์ในชุมชน เพื่อตอกย้ำว่าการสร้างนิเวศการเรียนรู้อย่างครบสมบูรณ์แบบนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการเรียนรู้ของเยาวชนที่จะเป็นกำลังคนของชาติ

ส่งผลลัพธ์งานวิจัยให้เป็นบทเรียนแก่ประเทศ ส่งต่อแนวคิดการทำงานเพื่อสังคมร่วมกับเครือข่าย
ในส่วนคำถามว่าที่ผ่านมาโครงการทุนฯ ประสบความสำเร็จหรือยัง ผลการวิจัยที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ได้สรุปออกมาว่า โครงการทุนฯ สามารถเข้าไปมีบทบาทอย่างมากต่อการสร้างแนวคิดและทัศนคติที่ดีของเยาวชน นอกเหนือจากการสร้างโอกาสให้กลับคืนมา
ซึ่งผลวิจัยได้สะท้อนการดำเนินกระบวนการต่างๆ ในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนทุนที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องและครบทุกด้าน แม้แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เราปรับตัวทำกิจกรรมต่อเนื่องบนโลกออนไลน์เพื่อยังคงให้เกิดความต่อเนื่องของการติดตามนักเรียนทุน การส่งเสริมให้นักเรียนทุนที่อยู่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นวัยรุ่นได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสุขภาวะทางจิตใจและเรียนรู้การจัดการการเงินพื้นฐาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ตนเองทั้งภายในและทักษะที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
เราเชื่อว่าผลการวิจัยนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการดำเนินงานด้านการศึกษาให้ได้ผลผลัพธ์ จะต้องใช้ระยะเวลาและต้องอาศัยหลายปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดคุณภาพ จนเกิดผลที่สามารถวัดได้
หลังจากนี้ เราจะส่งต่อแนวคิด Role Model ภูมิทัศน์ใหม่แห่งการให้ทุนการศึกษาที่สร้างคนคุณภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงจะต่อยอดส่งเสริมให้นักเรียนทุนและศิษย์เก่านักเรียนทุนในสาขาต่างๆ ได้ทำงานด้านการพัฒนาร่วมกับภาคีเครือข่าย และสานต่องานที่เป็นรูปธรรมและสามารถสร้างการทำงานด้านสังคมที่ยั่งยืน
โดยเฉพาะในปี 2567 เราได้สนับสนุนโครงการก่อการครูในพื้นที่ภาคอีสาน ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เลย อุดรธานี และกาฬสินธุ์ ภายใต้ความร่วมมือของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่จะหนุนให้ครูที่ทำงานเชิงรุกในพื้นที่เชื่อมต่อศิษย์ ขยายขอบเขตของการเรียนรู้ที่เหมาะสม ตรงกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์ความเป็นจริงของโลกในปัจจุบัน ให้เกิดเป็นระบบนิเวศการเรียนรู้เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนและผู้สอน และสามารถเชื่อมโยงกับชุมชนและท้องถิ่นได้ เกิดการพัฒนาและจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ของตนเอง และสร้างกลไกขับเคลื่อนการศึกษาระหว่างโรงเรียนกับชุมชนให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเข้มแข็ง
นี่เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนของ คุณสงวนศรี บุคคลผู้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ มากว่าครึ่งชีวิต เพื่อช่วยเหลือและมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ให้หลุดพ้นจากวงจรความยากจน โดยไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน เพียงแต่ต้องการปลูกฝังให้เยาวชนเหล่านี้ เติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองคุณภาพที่พร้อมสร้างคุณประโยชน์ กลับคืนสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เหมือนดั่งที่ได้กล่าวไว้ในปัจฉิมบท ครบรอบ 22 ปี โครงการทุนการศึกษากรุงไทยการไฟฟ้า ว่า “ประสานประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วมันจะกลายเป็นพลังทวีคูณ”


