สะพานแห่งกาลเวลา : ดวงตาแห่งซาฮารา
โลกเราเต็มไปด้วยของแปลกและพิสดารมากมายที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น น่าแปลกเสียจนบางอย่างเมื่อพบเห็นครั้งแรก อดคิดไปไม่ได้ว่าไม่น่าจะเป็นฝีมือของธรรมชาติ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือสิ่งที่เรียกว่า ดวงตาแห่งซาฮารา หรือบางครั้งก็เรียกกันว่า ดวงตาแห่งแอฟริกา นี่เอง
ดวงตาแห่งซาฮารา เป็นโครงสร้างหินขนาดมหึมาในทะเลทรายซาฮาราส่วนที่เป็นพื้นที่ของประเทศมอริเตเนีย ลักษณะโดยรวมเป็นโดมหินขนาดมหึมา โดยมีตรงกลางเป็นวงแหวนกลมใหญ่ มองจากด้านบนแล้วเหมือนเป้าตาวัว สำหรับนักยิงธนูหรือมือปืนเลยทีเดียว
ความใหญ่โตของมันทำให้ดวงตาแห่งซาฮารา สามารถมองเห็นได้จากห้วงอวกาศ นักวิทยาศาสตร์และนักบินอวกาศรู้จักกันดีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นการส่งมนุษย์ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในช่วงทศวรรษ 1950 มาเลยทีเดียว
อาณาบริเวณที่ปรากฏดวงตาแห่งซาฮาราอยู่นี้เป็นส่วนของทะเลทรายซาฮาราที่รู้จักกันในชื่อ เอิร์ก อูเดน (Erg Oudane) ซึ่งกินเนื้อที่กว้างใหญ่ไม่ต่ำกว่า 125 ตารางกิโลเมตร ปกคลุมด้วยทรายที่ถูกกระแสลมพัดกระหน่ำเป็นลอนสูงต่ำ โดยแทบไม่มีพืชพรรณใดๆ ปรากฏให้เห็น
จากผลการสำรวจศึกษาในปี 2021 พบว่า พื้นที่ซึ่งเรียกว่า ดวงตาแห่งซาฮารา ปรากฏอยู่เหนือระดับพื้นทรายที่รายล้อมอยู่โดยรอบราว 200 เมตร โดยส่วนที่สูงที่สุดอยู่ที่ริมขอบด้านใต้ ส่วนที่ปรากฏ “ลูกตา” กลมโตอยู่นั้นเป็นที่ราบหินปูนผสมกับหินกรวดเหลี่ยม และส่วนของหินแตกหักขนาดใหญ่ทั้งหลายที่ถูกยึดติดเข้าไว้ด้วยกันโดยส่วนผสมของทรายละเอียด
ส่วนที่น่าอัศจรรย์ก็คือส่วนที่เป็น นัยตา นั้นเป็นส่วนที่ยุบตัวลงไปจากพื้นที่ราบดังกล่าวนี้โดยมีริมขอบเป็นแนวลาดชันลึกลงไปแทบจะเป็นรูปวงกลม มีทิวหินและร่องหินเป็นวงกลมเช่นเดียวกันเป็นส่วนประกอบ
ตัวทิวหินในบริเวณนี้ส่วนใหญ่แล้วมีองค์ประกอบเป็นหินควอตซ์ (quartzite) ที่สามารถต้านทานการผุกร่อนได้ดี ส่วนที่เป็นร่องกลับเป็นกรวดหินที่มีความทนทานน้อยกว่า ผุกร่อนหายไปได้รวดเร็วกว่ามาก
โครงสร้างทั้งหมดเหล่านี้ยืนหยัดผ่านการเสียดสีกัดกร่อนของลม ทรายและน้ำฝนมาหลายยุคหลายสมัย แต่ยังคงสภาพอยู่ให้เราเห็นได้จนถึงทุกวันนี้
ด้วยความที่ดวงตาแห่งซาฮารานี้มีส่วนลูกตาที่เป็นทรงกลมแทบจะสมบูรณ์แบบ ทำให้ในตอนแรกบรรดานักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า น่าจะเกิดขึ้นจากการที่มีอุกกาบาตตกลงกระแทกพื้นในบริเวณนี้
แต่จากการสำรวจศึกษาต่อเนื่องหลายครั้งต่อๆ มา พบว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นแต่อย่างใด
ต้นเหตุที่เป็นที่มาของดวงตาแห่งซาฮารานี้ กลับเป็นการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ที่ส่วนหนึ่งถูกดันให้สูงขึ้นและอีกส่วนหนึ่งถูกกดให้ต่ำลงในเวลาเดียวกัน แต่ทำไมถึงได้กลายเป็นทรงกลมแทบสมบูรณ์แบบเช่นนั้นได้ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าเป็นเพราะเหตุใด
ในรายงานผลการศึกษาวิจัยของสถาบัน ลูนาร์ แอนด์ แพลเนทารี พบว่า การกัดกร่อนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ได้แสดงให้เห็นถึงหินหลอมละลาย(ที่แข็งตัวลงแล้ว) 4 ชนิด คือ หินแกบโบ (gabbro),หินไรโอไลต์ (rhyolite), หินคาร์บอเนไทต์ (carbonatite) และหินคิมเบอร์ไลต์ (kimberlites) ซึ่งทั้งหมดนี้บริเวณรอบนอกมีอายุน้อยกว่าบริเวณพื้นที่ใจกลางลูกตา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ได้มีหินที่ร้อนจัดจนหลอมละลายปูดขึ้นมาและแผ่ออกไปโดยรอบ เมื่อเย็นลงก็จับตัวเป็นก้อนแข็งแล้วเผชิญกับการกัดกร่อนตามกาลเวลาดังกล่าว
ทีมสำรวจยังตรวจสอบพบแนวปริแยกของแผ่นเปลือกโลกอยู่ในพื้นที่บริเวณรอบนอกของดวงตาแห่งซาฮาราอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แรงดันจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทำให้แนวชั้นหินเคลื่อนที่แยกออกจากกันอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ดวงตาแห่งซาฮารา จึงถือกันว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา” แห่งหนึ่งของโลก นอกจากนั้นยังมีคุณค่าในทางบรรพชีวินวิทยาด้วยอีกต่างหาก เนื่องจากในระหว่างการสำรวจขุดค้น มีการพบเครื่องมือหินเก่าแก่อายุ 2 ล้านปี ซึ่งเชื่อมโยงถึงมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ 2 สปีชีส์ คือ โฮโมอีเรคตัส (Homo erectus) และโฮโมไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis) อีกด้วย
แล้วก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับแอตแลนติส หรือทวีปที่หายสาบสูญแต่อย่างใดครับ
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

