หน้าแรก เด่นวันนี้ ดุลยภาพ ดุลยพ...

ดุลยภาพ ดุลยพินิจ : ความเปราะบางในสถานศึกษา เนื่องจากผู้เรียนลดลง

6.09.24 | 12:35 น.

ดุลยภาพ ดุลยพินิจ : ความเปราะบางในสถานศึกษา เนื่องจากผู้เรียนลดลง

ความเสี่ยงและเปราะบางเกิดขึ้นได้กับทุกคน พืชและสัตว์หลายชนิดกำลังเผชิญความเสี่ยงและความเปราะบางจากปัญหาโลกร้อน ทำนองเดียวสถานศึกษาของรัฐหลายพันแห่งมีความเสี่ยงที่อาจจะต้องปิดตัวลงในไม่ช้า เนื่องจากจำนวนผู้เรียนลดลงอย่างน่าใจหาย ในโอกาสนี้จะนำข้อมูลเชิงประจักษ์มายืนยัน พร้อมเสนอข้อคิดเห็นและการอภิปรายผลและการปรับตัวเชิงนโยบาย เช่น มาตรการควบรวมหน่วยงานขนาดเล็กเข้าด้วยกันหรือการผนวกกับสถานศึกษาขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ก่อนอื่นขอแสดงความขอบคุณสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ประมวลข้อมูลรายโรงเรียน จำนวนนักเรียน ห้องเรียน จำแนกตามชั้นเรียน ฯลฯ เผยแพร่สาธารณะ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ เป็นสถิติในปีการศึกษา 2566 เพื่อเข้าใจสถานการณ์ความเสี่ยงของการจัดการศึกษา โดยจำแนกข้อมูลรายภาค/จังหวัด เพื่อเป็นข้อคิดเชิงนโยบายในอนาคตว่าสมควรเตรียมการหรือปรับตัวอย่างไร

ข้อสังเกตจากตารางข้างต้นคือ ก) จำนวนโรงเรียนในสังกัด สพฐ. รวมกัน 29,251 แห่ง จัดการศึกษาให้ผู้เรียน 6.5 ล้านคนทั่วประเทศ ข) ในจำนวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก (ผู้เรียนน้อยกว่า 50 คน) ถึง 4,937 แห่ง ค) จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กกระจายในภาคเหนือ 23.19% รองลงมาคือภาคอีสาน 18.84% และภาคกลาง 16.79% ง) ย้อนอดีตจากสถิติในปี 2555 พบว่า โรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีจำนวน 29,499 แห่ง ผู้เรียน 6.6 ล้านคน แสดงว่านักเรียนในสังกัดลดลงไปแล้วว่า 1 แสนคนในช่วงเวลา 11 ปี

Advertisement

เราสืบค้นข้อมูลต่อไปว่า โรงเรียนที่มีผู้เรียนต่ำกว่า 10 คน มากน้อยเพียงใด? กระจายอยู่ที่จังหวัดใด? นำมาแสดงในตารางที่ 2

โดยสรุปคือ ก) มีสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. จำนวน 397 แห่งที่มีผู้เรียนต่ำสิบ ผู้เรียนรวมกัน 815 คน คำนวณเป็นเฉลี่ย 2 คนต่อแห่ง ส่วนใหญ่กระจายในจังหวัดภาคเหนือ/ตะวันออกเฉียงเหนือ ส่อเค้าว่าจะต้องปิดตัวในไม่ช้า นักวิจัยไม่ทราบว่าข้อมูลจำนวนครูและผู้บริหารในสถานศึกษาว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด ข) ที่น่าห่วงใยคือคุณภาพการจัดการศึกษา จากผลการวิจัยที่ผ่านมาชี้ปัญหาว่าการที่ครู 1-2 คนรับภาระการสอนเด็กทุกชั้นเรียน เป็นเรื่องยากที่จะจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เพราะขาดความชำนาญการที่จะสอนได้ครบสาระวิชา ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่/ขนาดเล็กจึงเป็นสิ่งที่คาดคิดได้

จากหลักฐานเชิงประจักษ์นี้มีข้อคิดเห็นเชิงนโยบายอย่างไร? หนึ่ง มาตรการควบรวมสถานศึกษาขนาดเล็กเข้าด้วยกันหรือจัดให้มี “การเรียนรวม” ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทำเลที่ตั้งที่ไม่ห่างไกลจนเกินไป สอง อาจจัดให้มีรถรับส่งหรือจัดค่ารถให้ผู้ปกครองที่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สาม คงไม่สามารถปล่อยให้ “การปรับตัว” เป็นภาระของสถานศึกษานั้นๆ หน่วยงานระดับบนเช่นจังหวัด อำเภอ หรือท้องถิ่นน่าจะมีส่วนร่วมปรึกษาหารือกันการแบ่งปันทรัพยากร ถึงแม้ว่าต่างสังกัดกันก็ตาม เพราะท้ายที่สุดงบประมาณอุดหนุนการศึกษาทั้งสังกัด สพฐ. ท้องถิ่น และแม้แต่โรงเรียนเอกชน มาจากรัฐบาล ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของรัฐ

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์
เมรดี อินอ่อน