หน้าแรก เด่นวันนี้ สำรวจความคืบห...

สำรวจความคืบหน้ากลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange® 2030 ไทยยูเนี่ยน

11.10.24 | 09:00 น.

‘อาหาร’ ไม่ใช่เพียงปัจจัยพื้นฐานของชีวิต แต่ยังเป็นกุญแจสู่ความยั่งยืนของโลก ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจ การผลิตอาหารในปัจจุบันต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจและความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสู่การผลิตที่ยั่งยืนจึงกลายเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความต้องการอาหารและการปกป้องโลกสำหรับอนาคต

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารทะเลเมื่อไทยยูเนี่ยนได้ประกาศกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ทุ่มงบประมาณกว่า 7.2 พันล้านบาท ผลักดันอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้ก้าวสู่ความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมายในการสร้างผลกระทบ เชิงบวก ต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจภายในปี 2030

ล่าสุด ไทยยูเนี่ยนได้ เข้าร่วมมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันในงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้นำเสนอวิสัยทัศน์ SeaChange® 2030 ที่จะนำอุตสาหกรรมอาหารทะเลก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้เพื่อส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อผู้คนและโลกของเรา ที่เรียกว่า Healthy Living, Healthy Oceans

Advertisement

ในงานนี้ ไทยยูเนี่ยนได้นำเสนอแนวทางการผลิตที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค พร้อมทั้งเน้นความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการของโลกในปัจจุบันและอนาคต

นายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ภูมิภาคเอเชีย บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป 

นายปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ภูมิภาคเอเชีย บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน SX 2024 เป็นครั้งที่ 5โดยในแต่ละปีเราจะนำเสนอในธีมที่แตกต่างกันไปตามภารกิจที่บริษัทฯ กำลังผลักดัน ในปีนี้เป็นการ นำเสนอความก้าวหน้าของพันธกิจ SeaChange® 2030 ซึ่งมุ่งเป้าในการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น นับตั้งแต่การประกาศพันธกิจในปีที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในหลายโครงการ ที่สร้างผลกระทบในทางบวกให้กับโลกใบนี้

พันธกิจ SeaChange® 2030 มีเป้าหมายในการปรับโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลในสองมิติสำคัญ

  1. มิติของคน มุ่งเน้นเรื่องสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้แรงงานของเราและแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน ได้รับการเคารพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการส่งเสริมคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร โดยมีแนวทางสอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารจากแบรนด์เรามีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดสำหรับผู้บริโภค
  2. มิติของสิ่งแวดล้อม เรามุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยตั้งเป้าหมายให้เป็น Net Zero ภายในปี 2050 และลดการปล่อยก๊าซให้ได้ 42% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังมีภารกิจในการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทรัพยากรทางทะเล และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการสนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้

หนึ่งในไฮไลต์เด่นของโครงการไทยยูเนี่ยนที่ได้นำมาเสนอในงาน คือ “โครงการฟาร์มกุ้งคาร์บอนต่ำ หรือ Shrimp Decarbonization” ซึ่งมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งไทย ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเพาะเลี้ยงที่ทันสมัย เพื่อให้การผลิตมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้เน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการเพาะเลี้ยงอาหารกุ้ง โดยมีมาตรการหลักที่น่าสนใจ เช่น

  1. เครื่องให้อาหารกุ้งอัตโนมัติ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้อาหาร
  2. การใช้แผ่นพลาสติก PE ปูบ่อ ลดการสูญเสียน้ำและช่วยรักษาสภาพแวดล้อม
  3. เทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มมิ่ง เช่น ไฮโดรนีโอ ที่ช่วยในการควบคุมและตรวจสอบสภาพแวดล้อมในฟาร์ม
  4. การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มความยั่งยืนให้กับการผลิต

ไทยยูเนี่ยนมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามพันธกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีความรับผิดชอบ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 กุ้งทั้งหมดที่ใช้จะต้องมีการเลี้ยงที่มีความรับผิดชอบ และตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับในตลาดโลก หากฟาร์มใดไม่ได้รับมาตรฐานเหล่านี้ จะต้องเข้าร่วมในโครงการพัฒนาเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ เรียกว่าโครงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (AIP)
ในปี 2023 ไทยยูเนี่ยนบรรลุเป้าหมายนี้ไปแล้วประมาณ 72% ซึ่งหมายความว่ายังมีอีก 28% ที่ต้องพัฒนาให้ครบถ้วนภายในปี 2030 เพื่อให้การดำเนินการของเราเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เราได้ขับเคลื่อนโครงการนี้โดยการร่วมมือกับองค์กร – Aquacuture Stewardship Council หรือASC เพื่อพัฒนาโครงการฟาร์มสัตว์น้ำ โดยเน้นไปที่ฟาร์มขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่อาจยังขาดศักยภาพในการทำตามมาตรฐานเหล่านี้
ทีมงานไทยยูเนี่ยนได้เข้าไปสนับสนุน โดยการตั้งไทม์ไลน์และโปรแกรมการพัฒนาที่เหมาะสม เพื่อผลักดันให้ฟาร์มสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การสนับสนุนยังรวมถึงการให้ความรู้และการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตอย่างยั่งยืน
ในอนาคต ไทยยูเนี่ยนมุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยการพัฒนาแนวทางการผลิตที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการขยายตัวของประชากรโลก ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถผลิตอาหารทะเลที่มีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ทั้งนี้ เราจะยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีและมีความยั่งยืนในอนาคต

“หากภารกิจ SeaChange® 2030 ประสบความสำเร็จ เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยเฉพาะในด้านการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ซึ่งปัจจุบันอาหารทะเล ถือว่ามี คาร์บอนต่ำอยู่แล้ว เมื่อเราขับเคลื่อนความสำเร็จนี้ คาร์บอนฟุตพรินต์ของเราและผู้ค้ารายอื่นๆ จะลดลงอีก ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิแรงงานในอุตสาหกรรมนี้จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการสร้างอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า” นายปราชญ์  ทิ้งท้าย