หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. ร่วมมือ ...

สสส. ร่วมมือ มธ. เดินหน้าโมเดล ‘มหาวิทยาลัยสุขภาพดีแห่งอนาคต’ ตั้งเป้าครบ 4 ศูนย์ ภายในปี 2568

23.10.24 | 10:00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การศึกษา นับเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ เมื่อผนวกกับปัญหาสุขภาวะของเยาวชนและประชากรวัยทำงาน จึงทำให้ทุกมหาวิทยาลัยล้วนมุ่งสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสุขภาพดีแห่งอนาคต’ เนื่องด้วยเป็นสถานที่ที่รวมกลุ่มคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักศึกษา เจ้าหน้าที่และคณาจารย์ รวมถึงเป็นสถานที่แห่งการบ่มเพาะความรู้ ความคิดสร้างสรรค์และการเจริญเติบโต ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะองค์กรสุขภาวะที่ช่วยนักศึกษา – บุคลากร ให้มีสุขภาวะดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จึงผสานความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เพื่อพัฒนาโมเดลมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมแอปพลิเคชัน TU Great – Future Wellness App ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินสุขภาวะของนักศึกษาและบุคลากร ทั้งยังช่วยให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่ตรงตามความต้องการเฉพาะบุคคลนายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. เผยว่า จากผลสำรวจของ มธ. ในปี 2567 ชี้ให้เห็นว่านักศึกษาและบุคลากร ร้อยละ 72 ยังขาดความรู้ในการจัดการความเครียด ขณะที่ร้อยละ 56 เผชิญภาวะหมดไฟในการเรียนและการทำงาน 

ดังนั้น สสส. ในฐานะองค์กรสุขภาวะ จึงมุ่งเสริมโครงสร้างการเป็น ‘มหาวิทยาลัยสุขภาพแห่งอนาคต’ ให้กับ มธ. โดยจุดประกายให้นักศึกษา – บุคลากร สามารถเรียนรู้และยืนหยัดได้ด้วยตนเอง (Self-care) รวมถึงดูแลสังคม (Social Care) ได้ขณะเดียวกัน สสส. ยังได้ร่วมขับเคลื่อนแนวทางมหาวิทยาลัยสุขภาพดี ภายใต้เครือข่าย ASEAN University Network – Health Promotion Network (AUN – HPN) โดยใช้กรอบแนวคิดมหาวิทยาลัยสุขภาพตามกรอบ Healthy University Framework ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน

โดย สสส. ได้นำแนวทางนี้มาใช้เป็นกรอบในการออกแบบโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต 

ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม และมุ่งเป้าขยายผลให้ครบ 4 ศูนย์ของ มธ. ภายในปี 2568 ครอบคลุมบุคลากร นักศึกษา 51,300 คน และหวังให้เป็นต้นแบบด้านการสร้างพื้นที่สุขภาวะที่ดีให้แก่มหาวิทยาลัยในไทยและภูมิภาคอาเซียนสสส. สนับสนุน มธ. ในเรื่องของสื่อและความรู้ และหวังว่าจะเห็นผลการขับเคลื่อนที่ดี นอกจากนี้ไม่ได้มองว่าการดำเนินโครงการเป็นเพียงอีเวนต์พื้นฐาน แต่มุ่งให้เป็นรากฐานของยุทธศาสตร์ และพร้อมขับเคลื่อนให้ประเด็นสุขภาพเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย”ด้าน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รักษาการแทนอธิการบดี มธ. เล่าว่า ที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันว่าความท้าทายของเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งคนทำงานในปัจจุบัน คือ การเผชิญกับภาวะความเครียด และปัญหาสุขภาพจิตในรูปแบบต่างๆ เช่นเดียวกับประชาคมชาวธรรมศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรทั้งสิ้นกว่า 9,300 คน อีกทั้งในแต่ละปีมหาวิทยาลัยดูแลนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก กว่า 42,000 คน และหลายคนในจำนวนนี้อาศัยอยู่ในแคมปัส 24 ชั่วโมง 

Advertisement

ดังนั้น จึงเป็นที่มาของพันธกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต โดยดำเนินการทั้งเชิงการป้องกัน การคัดกรอง และการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษา อีกทั้งยังมุ่งให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างเสริม และสนับสนุนสุขภาวะของผู้คนที่อยู่ร่วมกันให้เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง เพราะสุขภาวะที่ดีไม่ได้หมายรวมถึงสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ทว่าสุขภาพใจของสมาชิกในสังคมยังเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการพัฒนาสังคมไปสู่ความยั่งยืน 

 “วันนี้ต้องยอมรับว่าที่เล่ามาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินการ ด้วยความสนับสนุนอันดีจาก สสส. ที่พร้อมด้วยเครื่องมือและองค์ความรู้ที่ช่วยสนับสนุน พร้อมเชื่อว่าจะให้เป็น มธ. เป็นสถาบันที่ดูแลสุขภาวะของนักศึกษาให้

ประสบผลสำเร็จ มีคุณภาพชีวิตที่ดีออกไปหลังจบการศึกษา และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้จะเป็นตัวแบบบทเรียนที่มีคุณค่า รวมถึงช่วยเพิ่มพลังบวกให้แก่ระบบสุขภาพของประเทศโดยรวมได้” รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์สุขศาสตร์ มธ. เล่าเสริมว่า โครงการฯ ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 – ตุลาคม 2568 เบื้องต้นการดำเนินโครงการได้รับการผสานความร่วมมือสร้างเครือข่าย ตลอดจนผลสำรวจข้อมูลด้านสุขภาวะในประชาคมธรรมศาสตร์ เพื่อออกนโยบายที่สอดรับกับปัญหาในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพเชิงรุกขณะนี้โครงการฯ อยู่ในระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการทางด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยด้วยนวัตกรรม คือ Application TU Greats Future Wellness และ TU Staff Future Wellness ซึ่งเป็นช่องทางในการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาวะที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรธรรมศาสตร์มีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและใจ” รศ.นพ.พฤหัส ทิ้งท้าย