ปัจจุบันเมืองหลวงหลายประเทศทั่วโลกต่างต้องเผชิญ ‘ปัญหาฝุ่น PM 2.5’ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยประชากรหนาแน่นการจราจรคับคั่ง รวมถึงเขม่าควันและฝุ่นจากการก่อสร้าง สอดรับกับข้อมูลจาก Health Data Center (HDC) ล่าสุดเดือนตุลาคม 2567 พบทั้งประเทศมีผู้ป่วยด้วยโรคจากมลพิษทางอากาศกว่า 9.4 ล้านคน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ – คุณภาพชีวิตโดยรวมด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของ ‘โครงการสานพลังขับเคลื่อนเคาท์ดาวน์ PM 2.5 เพิ่มสุขภาวะคนเมือง (หลวง)’ โดยมีหัวเรือหลัก คือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย มุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เกิดการแก้ปัญหามลพิษฝุ่นอย่างเป็นรูปธรรม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า แหล่งที่มาของฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ กทม. ส่วนใหญ่มาจากภาคการจราจรขนส่งทางบกเป็นหลัก รองลงมาคือการเผาในที่โล่ง ดังนั้น กทม. จึงยกระดับการป้องกันและเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินแผนลดฝุ่น 365 วัน รวมทั้งแผนบริหารจัดการฝุ่นระยะวิกฤตนอกจากนี้ ยังร่วมกับ สสส. ดำเนิน ‘โครงการสานพลังขับเคลื่อนเคาท์ดาวน์ PM 2.5 เพิ่มสุขภาวะคนเมือง (หลวง)’ โดยได้พัฒนานวัตกรรมดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) ซึ่งช่วยลดการเผาในที่โล่ง และการเดินทางลดฝุ่น พร้อมส่งมอบรถยนต์ต้นแบบให้กับ กทม. เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นควันจากภาคการจราจร รวมถึงสร้างชุดความรู้และคู่มือการดัดแปลงไปใช้ขยายผลในอนาคต สอดรับกับนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองของ กทม. อย่างแท้จริง
“สำหรับการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นโครงการที่ดีของภาคีเครือข่าย เพื่อเป็นต้นแบบนำร่องและนำไปใช้ได้ เนื่องจาก กทม. มีรถยนต์ที่สามารถนำไปปรับได้นั้นมีเยอะพอสมควร จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสร้างอาชีพช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีรายได้ รวมถึงลดมลพิษทางอากาศ แม้ว่าช่วงแรกจะต้องลงทุนสูง ทว่าในระยะยาวสามารถช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงานเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่าย ทั้งยังไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 โดยอย่าลืมว่าต้นทุนด้านสุขภาพและ

สิ่งแวดล้อม ไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เผยว่า สสส. ดำเนินการสร้างสังคมสุขภาวะในหลากหลายมิติ โดยมีจุดตั้งต้นคือ ‘คนในสังคม’ ครั้งนี้ได้ร่วมมือกับ กทม. และ มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย ตลอดจนภาคีเครือข่าย ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยี – นวัตกรรม ส่งเสริมประชาชนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดมลพิษทางอากาศ พร้อมขยายสู่พื้นที่ต่างๆ ต่อไปขณะเดียวกัน สสส. ร่วมสนับสนุนโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2566 ทั้งการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ (EV Conversion) ที่สามารถช่วยลดปัญหาฝุ่นควันจากภาคการจราจรได้ พร้อมสร้างชุดความรู้และคู่มือการดัดแปลงไปใช้ขยายผลในอนาคต รวมถึงจัดตั้ง สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร เพื่อสะท้อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากปัญหาเล็กๆ ขยายไปสู่สังคม หรือเรียกว่า Snowball effect ซึ่งสามารถนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ตลอดจนกิจกรรมหลักอื่นๆ “สำหรับการผสานความร่วมมือกับ กทม. ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างเสริมสุขภาวะคนเมืองหลวง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่แม้ว่าจะเกิดกระบวนการทีละเล็กทีละน้อย ทว่ายังคงขยายผลสู่วงกว้างอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานในด้านการจัดการและลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากแหล่งกำเนิด นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างสังคมสุขภาวะ ตลอดจนสร้างอากาศสะอาดได้อย่างยั่งยืน” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวทิ้งท้าย


