เด็กปลื้ม มหกรรม “Let’s play festival เทศกาลเล่นอิสระ” ปีที่ 2 สสส. สานพลัง กทม.-เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก เปิดพื้นที่กลางเมือง 22-24 พ.ย. 67 นี้ เชิญผู้ปกครอง-เด็ก–เยาวชนออกมาเล่นอิสระ-เสริมพลังใจ-สร้างทักษะชีวิต พร้อมโชว์โมเดลลานเล่น ชวนชุมชนทั่วประเทศสร้างพื้นที่เล่นอิสระใกล้บ้าน อุดช่องว่างเด็กไทยเข้าไม่ถึงแหล่งเรียนรู้ 60% ไม่เคยไปศูนย์ฝึกอาชีพ 42.7% ไม่เคยเข้าพิพิธภัณฑ์-หอศิลป์ เหตุระยะทางไกล-ครอบครัวยากจน ส่งผลให้เด็กติดจอมือถือพุ่ง 64%
เวลา 16.00 น. วันที่ 23 พ.ย. 2567 ที่ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก จัดงาน “Let’s play festival เทศกาลเล่นอิสระ ตอน เล่นตอนจิ๋ว โตไปแจ๋ว” เปิดพื้นที่กลางเมืองให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเล่นที่เป็นอิสระ สร้างสรรค์ สร้างความสุข เสริมพัฒนาการตามวัย สร้างทักษะชีวิต และความผูกพันในครอบครัว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 พ.ย. 67 คาดว่าจะมีครอบครัวและเยาวชนในกรุงเทพฯ เข้าร่วมงานกว่า 4,500 คน
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กทม. มีวิสัยทัศน์ในการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการศึกษาและการสร้างพัฒนาการที่ดีทุกมิติ การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ได้จำกัดแค่เพียงห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกแห่ง ทั้งศูนย์เยาวชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ สวนสาธารณะ และภายในชุมชน งาน “Let’s play festival เทศกาลเล่นอิสระ” ที่ กทม. ร่วมกับ สสส. และภาคีจัดขึ้นครั้งนี้ เป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งเสริมการเข้าถึงพื้นที่เรียนรู้ ส่งเสริมเด็กทุกคนได้เล่นอย่างเล่นอิสระ เกิดเป็นความสุขของเด็กที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดพัฒนาการรอบด้านตามวัย สร้างทักษะทางด้านสมอง และเสริมทักษะการใช้ชีวิต

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า วัยเด็กแรกเกิด-7 ปี เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการสร้างทักษะติดตัวเป็นทุนชีวิต เพื่อให้เด็กใช้ต่อยอดในการเรียนรู้และเติบโต โดยเฉพาะทักษะด้านกระบวนการคิด การรับรู้ การยับยั้งชั่งใจ และความจำ ทักษะทั้งหมดนี้จะพัฒนาได้ดีเมื่อเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสบการณ์เรียนรู้อย่างเต็มที่ ในไทยยังมีการส่งเสริมพื้นที่เล่นและเรียนรู้จำนวนน้อย ส่งผลให้เด็กต้องใช้เวลาว่างนอกห้องเรียนเพื่อไปห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด และบ้านเพื่อน สอดคล้องกับผลสำรวจข้อมูลพฤติกรรมและความต้องการแหล่งเรียนรู้ กลุ่มเยาวชนอายุ 15-25 ปี รวม 19,694 คน จากทั่วประเทศ ปี 2565 โดย สสส. และคิด for คิดส์ พบเด็กและเยาวชน 60% ไม่เคยไปแหล่งเรียนรู้ประเภทศูนย์ฝึกอาชีพ 42.7% ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์หรือหอศิลป์ 29% ไม่เคยไปสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ 22.8% ไม่เคยไปสนามกีฬา สาเหตุที่เข้าไม่ถึงแหล่งเรียนรู้เนื่องจากระยะทางไกล การเดินทางเป็นอุปสรรค และเด็กส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวรายได้น้อย
“สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก จัดงาน Let’s play festival ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่เล่นอิสระ และเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเล่นอิสระต่อสังคม นำเสนอและส่งต่อแรงบันดาลใจด้วยโมเดลการเล่นที่หลากหลายให้กับครอบครัว หน่วยงาน คนทั่วไป จากการดำเนินงานของภาคีกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ และสื่อสารคุณค่าของการเล่นทั้งประเด็นในการเล่นฟื้นฟูพลังจากวิกฤตและก้าวข้ามอคติ ควบคู่ไปกับการสร้างรากฐานการพัฒนาเด็กทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และจิตวิญญาณ สร้างความรักความผูกพันในมิติครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และเชื่อมโยงทุกภาคร่วมกันสร้างโอกาสให้เด็กเข้าถึงพื้นที่เล่นอิสระใกล้บ้าน ทั้งนี้ ผู้สนใจติดตามได้ที่ www.letsplaymore.org” น.ส.ณัฐยา กล่าว

น.ส.ประสพสุข โบราณมูล ผู้ประสานงานเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลกและมูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา พบว่า โอกาสในการเล่นอิสระของเด็กลดลง สาเหตุจากการติดหน้าจอมือถือ จากผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย พบเด็กปฐมวัย 64% ใช้งานโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โดยมีระยะเวลาการใช้จอที่มากกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลต่อการเล่นของเด็กที่ลดลงถึง 50% นอกจากนี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสนใจเฉพาะเรื่องวิชาการ ครูไม่เข้าใจเรื่องเล่นอิสระ และไม่มีทักษะการเป็นผู้อำนวยการเล่น (Play worker ) เมื่อเด็กเข้าสู่ระบบโรงเรียนเวลาเล่นยิ่งลดลง เพราะส่วนหนึ่งต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติมนอกจากเวลาเรียนปกติใช้เวลาเฉลี่ย 11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่มีช่วงเวลาผ่อนคลาย ส่งผลให้เด็กเผชิญภาวะเครียด เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า สอดคล้องกับผลสำรวจข้อมูลกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี รวม 503,884 ราย โดยกรมสุขภาพจิต ผ่านแอปพลิเคชัน Mental Health Check-in ระหว่างวันที่ 12 ก.พ. 2565 – 14 ต.ค. 2567 พบเด็กเสี่ยงทำร้ายตนเอง 17.4% เสี่ยงป่วยซึมเศร้า 10.28%
“งาน Let’s play festival มีหมุดหมายสำคัญ คือการส่งเสริมให้ครอบครัวใช้การเล่นอิสระเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสุขและพัฒนาเด็ก เน้นอะไรก็เล่นได้ ที่ไหนก็เล่นได้ และจุดประกายให้คนหันมาพูดคุยเรื่องเด็ก ต่อยอดทำงานประเด็นอื่นๆ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนผ่านกลไกความร่วมมือของชุมชน ทั้งนี้ ภายในงานผู้เข้าร่วมจะได้พบกับกิจกรรม 3 โซนไฮไลท์ 1.โซนลานเล่นอิสระ ชวนเด็กมาเล่นกับสิ่งรอบตัว loose parts เล่นกับธรรมชาติ ของเล่นวันวาน และของเล่นพื้นถิ่นวิถีวัฒนธรรม โดยมี Play Worker พร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 2.โซน Work shop การเป็น Play worker Mini work shop พาลูกเล่น 3.โซนเวทีเสวนาสื่อสารคุณค่าของการเล่น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเรื่องเล่นอิสระในสังคมไทย ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. –20.00 น.” น.ส.ประสพสุข กล่าว


