LiVEx หนุน SMEs – Startups ไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมเปิดเวทีให้พิชชิ่งแบบจัดเต็ม

21.04.25 | 16:58 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่า วิสาหกิจขนาดกลาง (SMEs) รวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในหลากหลายมิติ ทั้งบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนตลาดแรงงาน และภาคส่งออก ทำให้ทั้ง SMEs และ Startups กลายเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ

เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ตลาดหลักทรัพย์แห่งที่สามของประเทศไทยจึงได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหุ้นของ SMEs และ Startups ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 3 ปี LiVEx ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย จัดงาน ‘LiVEx Investor Day 2025’ เชิญผู้ลงทุนที่พร้อมลงทุนในธุรกิจรับฟังการนำเสนอแผนธุรกิจใน Business Pitching (Non-Deal Roadshow) จาก SMEs และ Startups 11 บริษัท โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มผู้ประกอบการ New S Curve และเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง และบูธจากผู้ประกอบการ 34 บริษัท

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็ก ต่างมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ แต่ปัจจุบันยังเผชิญกับความท้าทายด้านความรู้ความเข้าใจในทางธุรกิจและตลาดทุน ดังนั้น LiVEx จึงมุ่งมั่นสนับสนุนให้ธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครือข่ายพันธมิตรที่พร้อมช่วยสนับสนุนการเติบโต การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นเวทีให้ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการมาพบปะและรับฟังแผนธุรกิจ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และโอกาสการเติบโต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนมองเห็นภาพรวมของธุรกิจ สร้างความมั่นใจก่อนลงทุน

Advertisement

LiVEx Investor Day 2025 เป็นงานครบรอบการดำเนินงาน 3 ปี LiVEx และเป็นการสร้างฐานผู้ประกอบการให้กว้างมากขึ้น รวมถึงเป็นงานที่รวมนักลงทุนและผู้ที่สนใจ ร่วมงานกว่า 300 ราย ที่พร้อมมารับฟังและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มกำลัง” ผู้จัดการ LiVEx กล่าว

จากผลการดำเนินงานอย่างเข้มข้นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน LiVEx มีหลักทรัพย์จดทะเบียน 7 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวม 5,200 ล้านบาท และมีมูลค่าระดมทุนรวม (Issuer size) 287.5 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2568) และคาดว่าปีนี้จะมีธุรกิจสินเชื่อการเงิน ดิจิทัลเทคโนโลยี และสุขภาพการแพทย์ เข้าระดมทุนเพิ่มเติม

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) หนึ่งในหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมจัดงานครั้งนี้ ให้ข้อมูลว่า กว่า 80% ของกลุ่มธุรกิจในไทยคือ SMEs และ Startups ที่ถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินการลงทุน ทักษะการขยายธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาองค์กร และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุน 2. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน หรือการกำกับดูแลตลาดทุน 3. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุน การลงทุน และการพัฒนาตลาดทุน ให้แก่ผู้ลงทุน ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง และ 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย อบรม และพัฒนาองค์ความรู้ หรืองานวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อตลาดทุน

“เนื่องจากว่ากลุ่มที่มีธุรกิจคือ SMEs และ Startups บางครั้งอาจยังมีองค์ความรู้ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ CMDF ที่ต้องให้ความรู้ ทำงานกับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. องค์กรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ในเรื่องของการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ตั้งแต่การสนับสนุน การขยายธุรกิจ การสร้างผู้ประกอบการที่ดี และที่สำคัญทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” ผู้จัดการ CMDF กล่าว

ด้าน นายธนพงษ์ ณ ระนอง (ผู้ลงทุน) กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (Beacon VC) แสดงความคิดเห็นว่า ในฐานะบริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพมาเป็นเวลานาน ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการลงทุนกับธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีแรงผลักดันในการแก้ปัญหาต่างๆ โดยที่ผ่านมา Beacon VC สนใจลงทุนอยู่ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ FinTech 2. ธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI และ 3. มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีแนวคิดดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีการพัฒนาโซลูชันเพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติต่างๆ ของ ESG

“ต้องบอกว่าปัจจุบันนักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ธุรกิจที่มีความน่าสนใจหรือมีการเติบโตดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ของตัวผู้ประกอบการด้วย และงานในครั้งนี้เราหวังว่าจะมีโอกาสได้เจอผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่สามารถตอบโจทย์ความสนใจและวัตถุประสงค์ในการลงทุนของเรา” นายธนพงษ์ กล่าว

ความน่าสนใจในการจัดงานครั้งนี้ นอกจากบูธจากผู้ประกอบการ 34 บริษัทแล้ว LiVEx ยังจัดกิจกรรม Business Pitching ให้ SMEs และ Startups 11 บริษัท อาทิ บริษัท ซีน อินโนเวชั่น จำกัด (Zeen) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และ AI (Software as a Service) ด้าน Marketing & Retail Technology ที่จะช่วยยกระดับธุรกิจด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ด้วยโซลูชัน AI ที่สามารถวิเคราะห์และเข้าใจรูปภาพ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาย การกระจาย และการจัดเรียงสินค้าบนเชลฟ์ (Merchandising) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถตรวจจับ SKU ที่หลากหลาย รองรับเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าหน้าร้านและผลักดันยอดขายให้เติบโต

บริษัท เพลย์ทอเรียม โซลูชันส์ จำกัด เป็น Digital Transformation Partner ที่เชี่ยวชาญด้าน IT Solutions แบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปี ได้ช่วยให้องค์กรต่างๆ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ผ่านการพัฒนาและออกแบบซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ภายใต้แนวคิด ‘Speed x Quality’ เพื่อให้ได้โซลูชันที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้บริการ IT Outsourcing โดยคัดสรรผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการขององค์กร อีกทั้งยังมีบริการ Software as a Service (SaaS) ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอง พร้อมมุ่งสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่สร้างนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

หรือ บริษัท เอนเนอร์จี ไทย เทรดดิ้ง ฮับ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นให้บริการด้านการพัฒนากลยุทธ์พลังงานที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้า โดยใช้โมเดล Solar PPA (Power Purchase Agreement) ในการเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ภาครัฐมากว่า 20 ปี รวมถึงเป็นผู้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จัดการ ดูแลระบบ และให้คำปรึกษาโซลูชันต่างๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายช่วยให้หน่วยงานของลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขันระดับโลก และมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคในอนาคต หากได้รับความรู้ในเรื่องการลงทุน มีเครื่องมือช่วยลงทุน และช่องทางสู่การลงทุนแบบง่ายๆ อย่าง LiVEx