หน้าแรก เด่นวันนี้ ชาตินิยมหน้าก...

ชาตินิยมหน้ากาก-เสียงเพลง /โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

4.04.17 | 13:20 น.

สุดท้ายรายการหน้ากากนักร้องในซีซั่นหนึ่งก็สร้างทั้งปรากฏการณ์และความหวังให้กับวงการอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของไทยในวันนี้จนได้ ประการแรก ด้วยเรตติ้งอันถล่มทลายของรายการหน้ากากนักร้อง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ล้มช้างขึ้น และเกิดช้างตัวใหม่ในเวลาเดียวกัน นั่นคือการกลับมาของรายการบันเทิง โดยเฉพาะเกมโชว์ในฐานะรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ไม่ใช่ข่าวและละคร โดยเฉพาะจากช่องเดิมๆ

ประการที่สอง ด้วยเรตติ้งอันถล่มทลายของรายการหน้ากากนักร้อง ทำให้เกิดความหวังว่าทีวียังมีอนาคต โดยเฉพาะทีวีดิจิทัล ซึ่งผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ด สุดท้ายสามารถสถาปนาความโดดเด่นของตัวเองได้ โดยเฉพาะการนำเสนอที่เน้นเรื่อง ความบันเทิงŽ ไม่ใช่เรื่องของความจริงหรือความรู้เชิงสารคดี นำไปสู่การเกิดทีวีเฉพาะทางที่ชัดเจน เช่น เป็นสถานีทีวีที่เน้นความบันเทิง สามารถเปิดได้ทั้งวัน ไม่ใช่ต้องมีทุกอย่าง เช่น ข่าวหรือละคร เท่านั้น

ประการที่สาม คำถามที่สำคัญก็คือ เราสามารถมีสูตรสำเร็จในการสร้างความบันเทิง และสร้างความนิยมให้กับรายการทีวีได้จริงหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ ได้หรือไม่ไม่ทราบ แต่ท้าทายไม่ใช่เล่น

โดยเฉพาะหากพิจารณาการสร้างความนิยมจากโครงสร้างรายการทีวีด้วยสองเงื่อนไข หนึ่ง จาก ความเข้าใจโครงสร้างของรายการที่เรียกว่า เรียลิตี้โชว์Ž

สอง จากความเข้าใจโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรียลิตี้โชว์กับความเป็นชาตินิยม ในสิ่งที่เราไม่ค่อยสังเกต เช่นเรื่องใกล้ๆ ตัว หรือเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่โตขนาดออกไปรบทัพจับศึกกับใคร แต่เป็นการอธิบายและให้ความหมายกับตัวตนของเรา และชุมชนที่เราจินตกรรมขึ้นมา

Advertisement

พูดง่ายๆ ก็คือ รายการทีวีไม่ได้เป็นที่นิยมเพียงเพราะสร้างความบันเทิงเท่านั้น แต่รายการทีวีนั้นเป็นที่นิยม เพราะโทรทัศน์แห่งชาตินั้นสร้างชุมชนจินตกรรมให้ขึ้นมา เป็นชุมชนแห่งชาติรูปแบบหนึ่ง

กล่าวโดยละเอียดแล้ว ในการศึกษาเรื่องราวของโครงสร้างรายการเรียลิตี้โชว์นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่พัฒนาต่อมาจากการศึกษาเรื่องของเกมโชว์แบบเดิม และในโลกปัจจุบันนั้นก็มีหยิบยืมหรือซื้อลิขสิทธิ์กันจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่ง ในวันนี้คงไม่มีใครพูดได้ตรงๆ ว่า เรียลิตี้โชว์นั้นเป็นเรื่องของการสะท้อนความจริง

แต่เอาเข้าจริงแล้ว เรียลิตี้โชว์เป็นการ ประกอบสร้างŽ หรือ ผลิตŽ ความจริงแบบหนึ่งขึ้นมา มากกว่าเป็นเพียงการสะท้อนความจริง ดังนั้นความจริงประเภทไหนที่ถูกสร้างขึ้นต่างหากที่น่าสนใจ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เรียลิตี้โชว์ก็คือลักษณะทับซ้อนกับรายการประเภท เกมโชว์Ž อยู่ไม่น้อย คือเน้นความบันเทิงและการแข่งขัน

แต่ทีนี้อีกหนึ่งสูตรความสำเร็จของรายการ เรียลิตี้โชว์ก็คือ การซื้อลิขสิทธิ์รายการไปดัดแปลงให้เข้ากับ รสนิยมŽ ของแต่ละชาติ ซึ่งความเข้ากับรสนิยมของคนในชาติเองนั้นส่วนหนึ่งก็คือการประกอบสร้างอัตลักษณ์ของความเป็นตัวตนของชาติ และชุมชนที่คิด ขึ้นมา

มี การศึกษาในต่างประเทศ ที่ค้นพบว่าสูตรสำเร็จของรายการอย่าง survival ที่เอาคนมาทำกิจกรรมแข่งขันกันเป็นทีม และแต่ละประเทศเอาไปทำแตกต่างกัน แม้ว่าจะมีความสำเร็จร่วมกัน แต่ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จในประเทศอาจแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น แม้ว่าจะมีการแข่งขันภายใต้สถานการณ์ที่เป็นสูตรสำเร็จของรายการ และมีคนโดนคัดออก แต่ความนิยมมันเกิดจากรสนิยมของรายการที่แต่ละประเทศสร้างมุมและเรื่องราวที่แตกต่างกัน

กรณีรายการต้นตำรับ คือ survival ของสวีเดน จะไปเน้นอยู่ฉากหนึ่งคือ ฉากเทศกาลงานเฉลิมฉลองของประเทศ ของอเมริกันชนนั้น จะให้ความสำคัญกับภาพความไม่แคร์ใครของผู้เล่นคนหนึ่ง ที่เฉลียวฉลาดในการวางแผน และมุ่งมั่นเอาชัยชนะในทุกสถานการณ์ โดยไม่เลือกวิธีการ ของรัสเซียนั้น ว่ากันว่าความสำเร็จของรายการเวอร์ชั่นของเขาอยู่ที่ไฮไลต์ตอนหนึ่งที่ตัวผู้เล่นยอมแพ้ เพราะรับไม่ได้ที่จะต้องมาแข่งหรือเอาชนะคะคานกับผู้แข่งสตรี

ทีนี้เมื่อย้อนมาดูปรากฏการณ์หน้ากาก เราจะพบว่า ปัจจุบันรายการที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมมากขึ้น มักจะเป็นรายการเรียลิตี้โชว์แบบไทยๆ คือ เป็นทั้งเกมและโชว์ และการสะท้อนความจริง จากเดิมที่เกมโชว์นั้นเป็นเรื่องของการเอาดาราหรือคนทางบ้านมาเล่นเกมแจกของ กันเฉยๆ หรือเรียลิตี้โชว์ ที่เน้นว่าต้องเป็นคนธรรมดา หรือสถานการณ์บ้านๆ

รายการปัจจุบันที่เป็นที่นิยม อาจจะแบ่งเป็นรายการสำคัญอยู่สักสองกลุ่ม คือ รายการประเภทปลดหนี้ และรายการประเภทร้องเพลงประกวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้องเพลงลูกทุ่ง

รายการหน้ากากนักร้องนั้น อาจจะมีบางส่วนคล้ายกับต้นฉบับของเกาหลี คือมีการเอาคนมาใส่หน้ากากแล้วแข่งกันร้องเพลง แล้วให้คนเดา และลงคะแนน นอกจากนั้นจะมีกรรมการคอยให้ความเห็นสร้างความบันเทิงอยู่ตลอด แต่สิ่งที่ค่อนข้างแตกต่างจากรายการของไทยก็คือ ความอลังการงานสร้างของเรามีมากกว่า (พิสูจน์ว่าการทำรายการประเภทนี้ไม่ได้ทำได้ในงบประมาณต่ำ) และที่สำคัญ ของเกาหลีอาจจะเน้นไปในทางนักร้องโลกลืม คือนำนักร้อง-ดารา ที่เคยมีชื่อเสียงมาปรากฏตัวอีกครั้ง

ขณะที่ของไทยนั้น ความรู้สึกร่วมที่อยากให้ คนไทยทั้งประเทศŽ ได้ซึมซับก็คือ นักร้องหลายคนนั้นไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้รับโอกาสให้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ เช่น อยากร้องเพลงในแนวอื่น แต่ต้นสังกัดหรือแฟนเพลง หรือผู้ใหญ่ไม่ได้ให้โอกาสให้ร้องเพลง แต่เป็นพิธีกรหรือดาราแทน ความซึ้งใจและความกินใจจึงไม่ได้อยู่ที่เรื่องราวว่าใครคือคนอยู่หลังหน้ากาก เพราะเดากันไม่ค่อยจะผิด แต่อยู่ที่เรื่องราวว่าทำไมตอบรับ คำเชิญในการมาออกรายการ และอยากจะฝากเรื่องราวอะไรให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ทราบบ้าง?

ประเด็นที่สำคัญก็คือ คนไทยทั้งประเทศŽ ได้รับเรื่องราวอะไรบ้างจากความบันเทิงเหล่านี้

ความจริงที่จริงไปอีกชั้นหนึ่งŽ คือเสน่ห์ของรายการหน้ากากนักร้อง นั่นก็คือ คุณรู้จักเรื่องราวของคนที่คุณคิดว่าคุณรู้จักมากน้อยแค่ไหน? ความน่าสนใจอยู่ที่ว่าเขาคือคนคุ้นเคยของคุณที่ไม่เคยรู้จักมุมเล็กๆ มุมนี้ของเขา แม้กระทั่งคนเดาถูกหมด แต่เรื่องสำคัญก็ยังไปอยู่ที่ว่าทำไมเขาเลือกหน้ากากดังกล่าวมาเล่าหรือปกปิดตัวตนของเขา เป็นการปกปิดที่เปิดเผยตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขาไปในเวลาเดียวกัน ส่วนเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ คนไทยทั้งประเทศŽ มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนในฐานะ ผู้ชมŽ และ ผู้ตัดสินŽ

รายการเรียลิตี้ เกมโชว์สมัยใหม่ อาจจะให้ความสนใจจากคะแนนโหวตจากทางบ้าน ส่วนหนึ่งบางคนอาจจะเห็นว่านี่คือรากฐานเบื้องต้นของสังคมประชาธิปไตย บางคนบอกว่าอย่าคิดมาก เพราะเป็นวิธีการทำธุรกิจที่จะขายบริหารการลงคะแนนของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

คำถามก็คือ ในสังคมแบบนี้เราสนใจเรื่องราวของการเกี่ยวพันกับ คนไทยทั้งประเทศŽ แค่ไหน

บางรายการรู้สึกว่า ใช้กรรมการตัดสินก็พอ เราจึงเป็นสังคมนิยมกรรมการ กรรมการผูกขาดคำตัดสิน และรางวัล บางรายการใช้คนโหวตเท่าที่จะมีในห้องส่ง บางส่วนอาจจะง่ายต่อการผลิต (บันทึกเทปไว้ได้) แต่อาจจะต้องตั้งคำถามว่า เราใช้เงื่อนไขอะไรในการเลือกตัวแทนมานั่งตัดสินแทนเรา บางรายการใช้การผสมคะแนน ทั้งจากกรรมการ จากตัวแทน และจากผู้ชมทางบ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยได้ให้หลักประกันว่า คนที่เราเชื่อว่าชนะและเป็นตัวแทนของประชาชนนั้น จะเป็นที่นิยมของคนบางกลุ่มบางพวก

ดูอย่างความสำเร็จของรายการเดอะวอยซ์ สุดท้ายก็ไม่ได้ให้หลักประกันอะไรว่าแชมป์ที่ชนะทั้งประเทศ จะร้องเพลงจริงๆ ได้ดังกว่าคนที่เข้ารอบลึกๆ หรือพลาดแชมป์บางเพลงก็เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาได้ต่างกัน

คำถามที่น่าสนใจต่อไปคือ ท่ามกลางความนิยมในความจริงที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อความบันเทิงอย่างรายการหน้ากากนักร้อง แต่เรายังรอร่างรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้เพื่อให้ คนไทยทั้งประเทศŽ ได้มีส่วนร่วมในการประกอบสร้างความจริงแบบใหม่ และในวันนี้เราก็มีลักษณะผู้ชมแบบที่มีแต่กรรมการที่เราไม่ได้ตั้ง และมีตัวแทนที่เราไม่รู้ว่าใครเลือกเข้ามา

เรายังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้มีส่วนร่วม อย่างเต็มที่ในฐานะ คนไทยทั้งประเทศโดยสมบูรณ์Ž หรือสุดท้ายคนไทยทั้งประเทศก็จะเป็นเพียงแค่ ผู้ชมŽ มากกว่า ผู้เล่นŽ ในชุมชนจินตกรรมที่เรียกว่า ชาติŽ เท่านั้นเอง

และคนที่ใส่หน้ากากบนเวทียังไงก็ยังมีหน้ากากอีกหลายชั้นที่ไม่มีใครกำหนดให้ถอดได้