ทรัมป์ยันไม่คิดชิง ปธน.สมัย 3 ไม่ตัดความเป็นไปได้ ใช้กำลังผนวกกรีนแลนด์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ปฏิเสธว่า เขาไม่ได้คิดที่จะหาทางลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 3 ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญสหรัฐที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 22 กำหนดให้บุคคลสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้เพียง 2 สมัยเท่านั้น
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับรายการ Meet the Press with Kristen Welker ทางสถานี NBC เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ผมจะเป็นประธานาธิบดี 8 ปี และจะเป็นประธานาธิบดี 2 สมัย ผมคิดเสมอว่านั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ วัย 78 ปี เคยกล่าวว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น เกี่ยวกับความต้องการที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ สมัยที่ 3 หรือแม้แต่สมัยที่ 4 โดยเขาระบุในเวลาต่อมา ว่าคำพูดของเขามีจุดประสงค์เพื่อแกล้งล้อสื่อที่นำเสนอข่าวปลอม
ขณะที่บริษัท The Trump Organization ของเขาได้วางขายหมวกที่มีข้อความว่า “Trump 2028” ทำให้เกิดการคาดเดาจากผู้คนว่า ทรัมป์อาจพยายามที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปหลังจากที่วาระที่ 2 ของเขาสิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2029
ในการสัมภาษณ์ที่มีการบันทึกเทปจากบ้านพักของเขาในฟลอริดาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ทรัมป์กล่าวว่าเขาได้รับคำร้องขอมากมายจากผู้คน ที่ขอให้เขาพิจารณาดำรงตำแหน่งต่อไป
“มีคนมากมายอยากให้ผมทำ เท่าที่ผมรู้ มันเป็นสิ่งที่คุณมีสิทธิ์ทำ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่ห้ามไว้หรือไม่” ทรัมป์กล่าวเพียงไม่กี่วันหลังจากฉลองการดำรงตำแหน่งในวาระที่ 2 ของเขาครบ 100 วัน
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า “มีคนจำนวนมากที่ขายหมวกปี 2028 แต่ผมไม่คิดจะทำแบบนั้น” พร้อมกับระบุรายชื่อสมาชิกพรรครีพับลิกันที่อาจเข้ามารับตำแหน่งต่อจากเขา รวมถึงรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ
ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ระบุเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้ไม่เกิน 2 สมัย จะต้องได้รับการเห็นชอบด้วยคะแนน 2 ใน 3 ของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร และยังต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลระดับรัฐของสหรัฐถึง 3 ใน 4 ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนทรัมป์บางคนเสนอว่าอาจมีช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่เคยถูกทดสอบในศาล
เมื่อ NBC ถามว่าเคยมีใครมาพูดกับเขาเกี่ยวกับทฤษฎีเหล่านี้หรือไม่ ทรัมป์เบี่ยงประเด็นโดยตอบว่า “ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขัน มีหลายคนพูดถึงสิ่งต่างๆ กันมากมาย”
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ยังปฏิเสธคำวิจารณ์เกี่ยวกับการจัดการเศรษฐกิจของเขา ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แต่ยังทำให้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022
ทรัมป์กล่าวว่า “ดูสิทุกอย่างโอเค ผมบอกว่านี่คือช่วงเปลี่ยนผ่าน ผมคิดว่าเรากำลังจะไปได้สวยมาก”
เมื่อถูกถามว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจหดตัวต่อเนื่องหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ผมคิดว่าเรากำลังจะมีเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเรา”
ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้ที่ภาษีศุลกากรจะกลายเป็นถาวร โดยบอกกับผู้สัมภาษณ์ว่า “ถ้ามีคนคิดว่าภาษีจะถูกยกเลิก แล้วเขาจะมาสร้างโรงงานในสหรัฐทำไมล่ะ?”
ทรัมป์ยังปฏิเสธว่าคนอเมริกันจะต้องเตรียมตัวรับมือกับสินค้าที่มีจำหน่ายในร้านค้าน้อยลงในช่วงสงครามการค้า โดยระบุว่า เขาไม่ได้พูดแบบนั้น แต่เขาแค่บอกว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีตุ๊กตา 30 ตัว พวกเขามีแค่ 3 ตัวก็พอ และพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีดินสอ 250 แท่ง พวกเขามีแค่ 5 แท่งก็ได้
ทรัมป์ยังถูกถามเกี่ยวกับสิทธิในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 5 ซึ่งรับรองสิทธิบางประการแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
นักวิจารณ์กล่าวว่าแผนการเนรเทศของเขาละเมิดกระบวนการนี้ และรัฐบาลของเขาได้ขับไล่บุคคลที่ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดๆ ออกไป ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสในการให้การป้องกันทางกฎหมาย
เวลเกอร์ถามทรัมป์ว่า ในฐานะประธานาธิบดีคุณไม่จำเป็นต้องเคารพรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาหรือ พร้อมชี้ว่าทรัมป์อาจกำลังละเลยคำปฏิญาณในการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งกำหนดให้เขา “รักษา ปกป้อง และคุ้มครองรัฐธรรมนูญ”
“ผมไม่รู้ ผมต้องตอบว่า ผมมีทีมทนายความอัจฉริยะที่ทำงานให้ผม และแน่นอนว่าพวกเขาจะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกา” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่สามารถตัดทิ้งการใช้กำลังทหารเพื่อผนวกกรีนแลนด์ได้ แต่บอกว่าเขาไม่ได้กำลังพิจารณาที่จะใช้กำลังทหารโจมตีแคนาดาเพื่อบีบบังคับให้ประเทศเพื่อนบ้านให้กลายเป็นรัฐที่ 51 ของอเมริกา
“ผมไม่เห็นด้วยกับแคนาดา” ทรัมป์กล่าว หลังจากที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแคนาดาเลือกมาร์ก คาร์นีย์ ผู้นำพรรคเสรีนิยมเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเป็นการปฏิเสธพรรคอนุรักษ์นิยมอย่างน่าตกตะลึง
“พวกเขาคิดว่าเราจะปกป้องพวกเขา และเราจะปกป้องพวกเขาจริงๆ แต่ความจริงก็คือ พวกเขาไม่ได้แบกรับส่วนแบ่งทั้งหมด และนั่นไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐอเมริกาและผู้เสียภาษีของเรา” ทรัมป์กล่าว
ทั้งนี้ คาร์นีย์มีกำหนดจะเยือนทำเนียบขาวเพื่อพบกับทรัมป์ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

