หน้าแรก เด่นวันนี้ ยุคใหม่ค้าปลี...

ยุคใหม่ค้าปลีก ‘CJ MORE-KMITL’ เตรียมผุด ‘New Concept Store’ แห่งแรก

1.12.25 | 17:15 น.

ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังจะก้าวสู่มิติใหม่ เมื่อ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด “ซีเจ มอร์” ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกที่มีสาขากว่า 1,700 แห่งทั่วประเทศ ผนึกกำลังกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) โดย คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ (AAD) เปิดตัว “CJ x AAD, KMITL: New Concept Store” ซึ่งถูกนิยามให้เป็น “Playground” ที่จะเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับโลกธุรกิจจริงอย่างยั่งยืน

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญ นายวีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงที่มาของแนวคิดว่า เป็นการต่อยอดวิสัยทัศน์ของบิดา (นายเสถียร เสถียรธรรมะ) ที่มองเห็น Gap สำคัญระหว่างสิ่งที่นักศึกษาเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยกับการนำมาประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจจริง

“การร่วมมือกับสถาบันชั้นนำอย่าง KMITL จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างสนามทดลอง (Playground) ให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ด้านต่างๆ มาพัฒนาสินค้าและบริการที่สามารถ Commercialize ได้จริง โดยซีเจ มอร์ สาขานี้จะไม่ได้คำนึงเพียงผลตอบแทนด้านกำไร หรือการทำ Recruitment และ Internship เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการเข้าใจคนรุ่นใหม่ และใช้ร้านค้าเป็นพื้นที่ให้ทุกสายงานวิชาชีพ ทั้งเทคโนโลยี งานระบบ โลจิสติกส์ ซัพพลายเชน เอ็นจิเนียริ่ง ออโตเมชั่น งานบริการ ดีไซเนอร์ มาร์เก็ตติ้ง และการขาย เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมค้าปลีก”

นายวีรธรรมยังได้เน้นย้ำถึงมุมมองในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกว่า บริษัทต้องเร่งนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็น Key Driver โดยมองว่าธุรกิจค้าปลีกจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการมาของสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชันต่างๆ ดังนั้น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจึงต้องใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกหลัก

Advertisement

พร้อมยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร จากการทำซัพพลายเชนบนกระดาษในยุคแรก มาสู่การใช้ AI ในปัจจุบัน รวมถึงการเปลี่ยนจากการใช้คนและโฟล์คลิฟท์ เป็นการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาแนวโน้มค่าแรงขั้นต่ำที่อาจสูงขึ้นในอนาคต

“ในธุรกิจค้าปลีก ความแม่นยำ (Accuracy) มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากมีการสั่งของออนไลน์แล้วส่งของมาผิด ลูกค้าจะเกิดประสบการณ์ที่เลวร้ายจนไม่กล้ากลับไปสั่งอีก เพราะฉะนั้น Accuracy อย่างนี้ คือ 100% ไม่ใช่ 99% หรือ 99.99% ซึ่งถ้าเราไม่พยายามนำเทคโนโลยีกับ Automation มาใช้ ก็ต้องมีโอกาส Human Error 20-30% ”

ดังนั้น หลายอย่างของซีเจ มอร์จึงถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมีทีมศึกษาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดคุ้มทุน (Equilibrium) ระหว่างการนำเทคโนโลยีเข้ามากับการรักษาผลกำไร (Profitable) พร้อมกับเผยถึง Aspiration ของบริษัทฯ ที่ต้องการจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีก และไม่ได้ต้องการเป็นเพียง “เทคโนโลยียูสเซอร์” แต่ต้องการเป็น “เจ้าของเทคโนโลยี” บางอย่างด้วยตนเอง ซึ่งความร่วมมือกับ KMITL ที่มีความสามารถในการทำ Research Team และ Forecast เทรนด์ในระยะไกล จะเข้ามาตอบโจทย์ที่ภาคเอกชนขาดหายไปนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้าน ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ KMITL ได้กล่าวเสริมว่า จุดประสงค์หลักของความร่วมมือครั้งนี้คือการให้ “การศึกษาเป็นผู้นำ” และใช้ร้านนี้เป็น Sandbox หรือกระบะทรายทดลองเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาขาดทุนกำไรที่นักออกแบบมักเผชิญ เพราะขาดความเข้าใจด้านการตลาดและการคำนวณต้นทุนกำไร (Margin)

Concept Store แห่งนี้จะไม่ใช่เพียงร้านสะดวกซื้อทั่วไป แต่จะเป็นพื้นที่ที่สามารถ Customize ได้อย่างอิสระ โดยมีแนวคิดสำคัญคือการดึง Communication Art and Design มาช่วยในเรื่อง Branding และ User Experience เพื่อให้ลุคของร้านมีความเฉพาะตัว แตกต่างจากซีเจ มอร์ สาขาอื่นๆ อย่างชัดเจน อาจจะมีการเลือกใช้ Material ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีโครงการนำขวดน้ำใช้แล้วในคณะมาอัดใหม่เป็นแผ่น Panel เพื่อใช้ในการตกแต่งหน้าร้าน

นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ ที่ขยายไปถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีการดึงศักยภาพด้าน Computing Science และ AI จาก CMKL University (สถาบันร่วมกับ Carnegie Mellon University) เข้ามาร่วมพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้วย

นายวีรธรรม กล่าวเสริมในส่วนของผลลัพธ์ว่า ทุกองค์ประกอบของร้านจะเป็น Portfolio ติดตัวนักศึกษาที่ร่วมประกวดและออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้างที่บริษัทพร้อมออก Fund ให้ผู้ชนะได้เลือก Material จริง โดยจะมีการปรับเปลี่ยนได้ทุก 2-3 ปีตามเทรนด์และความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษารุ่นใหม่

“รวมถึงการออกแบบอุปกรณ์ในร้านให้แตกต่างจากร้านค้าปลีกทั่วไป เช่น การดีไซน์ Beauty Corner ให้มีความเป็น Beauty Corner จริงๆ และยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลอง Feat. สินค้าของตนเองกับแบรนด์ดัง ๆ เพื่อทดลองตลาดด้วยราคาที่ตั้งขึ้นเอง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “Playground” แห่งนี้เปิดโอกาสให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริงอย่างมหาศาล และเป็นจุดเริ่มต้นสู่การพัฒนาบุคลากรที่พร้อมทำงานได้จริง”

ผศ.ดร.อันธิกา ย้ำทิ้งท้ายถึงความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ว่า ตอบโจทย์เทรนด์โลกที่มหาวิทยาลัยต้องสร้าง “Impact Ranking” การนำองค์ความรู้มาสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยไม่ได้เน้นแค่ทฤษฎี แต่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง และการจับมือในวันนี้ยังเป็นการ Kick-off ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือในหลากหลายรูปแบบต่อไปในอนาคตอันใกล้