หน้าแรก เด่นวันนี้ ดุลยภาพ ดุลยพ...

ดุลยภาพ ดุลยพินิจ : ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เรื่องน่ารู้ในสังคมสูงอายุ

5.12.25 | 13:48 น.

เมื่อ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เล่าให้ฟังถึงระบบประกันการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น (Long-term Care Insurance: LTCI) ไปแล้ว วันนี้ขอขยายความถึงค่าใช้จ่ายในการเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุว่ามากน้อยเพียงใดเพื่อจะได้เห็นความจำเป็นของ LTCI มากขึ้น

เรามักจะชื่นชมกับคนญี่ปุ่นว่าอายุยืน แต่อาจไม่นึกถึงว่าการมีอายุยืนมีค่าใช้จ่ายและมีคำถามว่าใครจะเป็นคนดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถอยู่ได้ตามลำพัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าประเทศอื่นๆ การดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นปัญหาสังคมที่กดดันประเทศอยู่มาก

ดังที่เคยเรียนไปแล้ว ญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดแล้วโดยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากที่สุดในโลก คือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 29 ของประชากรทั้งหมด คาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปร้อยละ 35 ของประชากรทั้งหมด และอีก 25 ปีหลังจากนั้น สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มเป็นร้อยละ 38 ของประชากรทั้งหมด

ปัญหาสังคมสูงอายุของญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญอยู่และกำลังต้องเผชิญหนักยิ่งขึ้นในอนาคตคือการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ เพราะญี่ปุ่นมีครอบครัวขนาดเล็กและคนที่อยู่ตามลำพังมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ครอบครัวขยายที่จะได้อาศัยบุตรหลานช่วยดูแลผู้สูงอายุกำลังหายไป สิ่งที่ต้องเข้ามาแทนคือระบบการดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและแบบผสม

สถานดูแลผู้สูงอายุ อาจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Homes) และบ้านพักคนชรา (Wellness residence หรือ Elderly care home) โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหมายถึงสถานดูแลและพักฟื้นผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ ผู้ป่วยอัมพาต ที่เน้นให้การช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวัน รวมถึงฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของ
ผู้สูงอายุ โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล และนักวิชาชีพด้านต่างๆ คอยดูแล พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ครบครัน ต่างจากบ้านพักคนชราซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ อาจจะมีปัญหาสุขภาพบ้างแต่ไม่รุนแรง มีคนดูแลแต่ไม่ได้ดูแลแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล จึงไม่สามารถรองรับผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลตลอด 24 ชม. รวมถึงไม่ได้มีพยาบาลวิชาชีพ หรือแพทย์เข้ามาตรวจเยี่ยม แต่มีกิจกรรมสันทนาการ ฟิตเนส หรือสระว่ายน้ำ

Advertisement

ในส่วนของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุของญี่ปุ่นมี 5 แบบ (รวมบ้านพักคนชรา) คือ

(1) แบบพิเศษ (Tokubetsu Yogo Roujin Home) เป็นศูนย์ที่รัฐบาลให้เงินสนับสนุนเพื่อการดูแลผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องประจำวัน เช่น การกิน การอาบน้ำ และการเคลื่อนไหว ค่าบริการพอรับได้แต่ต้องรอคิวยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซากา ค่าบำรุงต่อเดือนอยู่ระหว่าง 8 หมื่น ถึง 1.5 แสนเยน (1.7-3.2 หมื่นบาท, 100 เยน = 21 บาท) ขึ้นอยู่กับระดับรายได้และการดูแล

(2) แบบดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ (Roken) เป็นศูนย์ที่เชื่อมต่อโรงพยาบาลกับบ้าน ดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ ที่ให้การฟื้นฟูและการใช้ยาเพื่อให้สามารถกลับไปดูแลต่อที่บ้าน ค่าบำรุงต่อเดือนอยู่ระหว่าง 1.2-2 แสนเยน (2.6-4.3 หมื่นบาท)

(3) แบบดูแลตามราคา (Yuryo Roujin Homu) เป็นแบบไฮโซของภาคเอกชนที่ให้บริการแบบโรงแรม เหมาะสำหรับคนมีฐานะที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว บางแห่งทำเป็นชุมชนคนเกษียณแบบหรูที่มีห้องส่วนตัว อาหารชั้นดี และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ค่าบำรุงต่อเดือนเริ่มที่ 2 แสน-6 แสนเยน (4.3 หมื่น-1.3 แสนบาท)

(4) แบบบ้านหมู่ (Gurupu Homu) สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเล็กน้อย เป็นชุมชนบ้านขนาดเล็กที่ให้บริการดูแลตามความต้องการของแต่ละคนในบรรยากาศแบบครอบครัว ผู้รับการดูแลจะอยู่ร่วมกันแบบใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-10 คน ค่าบำรุงจะแตกต่างกันตามจังหวัด แต่โดยเฉลี่ย เดือนละ 1.2 แสน ถึง 1.8 แสนเยน (2.6-3.9 หมื่นบาท)

(5) แบบเยี่ยมบ้าน (Home-visit and Day-Care Services) ภายใต้ระบบประกันสุขภาพของรัฐเพื่อผู้สูงอายุหลายคนที่ชอบอยู่บ้านของตนเองมากกว่า โดยรับบริการเป็นบางเวลา เช่น มีพยาบาลมาตรวจเยี่ยม ให้ยา หรือให้บริการตอนกลางวันในการกินอาหารหรือกิจกรรมทางสังคม ค่าบำรุงไม่มาก เฉลี่ยเดือนละ 1-3 หมื่นเยน (2,150-6,450 บาท)

ค่าบำรุงการใช้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองหรือเงินช่วยเหลือจากระบบประกันการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ (LTCI) ประมาณร้อยละ 70-90 ขึ้นอยู่กับระดับรายได้ของผู้ใช้บริการ โดยมีส่วนที่ต้องจ่ายเอง (Copay) ประมาณร้อยละ 10-30 เช่น

– ค่าห้องส่วนตัวในศูนย์ดูแลของรัฐอาจตกราวๆ เดือนละ 1.2 แสนเยน (2.6 หมื่นบาท) แต่ผู้ใช้บริการอาจจ่ายเพียงเดือนละ 2-4 หมื่นเยน (4,300-8,600 บาท)

– ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าอาหาร ค่าห้องส่วนตัว หรือบริการพิเศษอื่น ต้องจ่ายเอง

– ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องบวกเพิ่มที่สำคัญ คือ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปและกลับโรงพยาบาลเพื่อการรักษาเฉพาะโรค เช่น การผ่าตัดซึ่งแพง และค่าขนย้ายผู้ป่วยที่ขยับตัวไม่ได้ เช่น แท็กซี่ที่มีเตียงยาวเคลื่อนที่จะตกประมาณเกือบหมื่นบาทต่อครั้งไป-กลับ

วิธีการประกันตนในกระบบ LTCI ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วในบทความฉบับ 10 ต.ค.2568 จึงไม่กล่าวซ้ำ

ปัญหาของศูนย์การดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่สำคัญในปัจจุบัน โดยสรุป คือ

– การขาดแคลนพนักงาน ความเหน็ดเหนื่อยในการดูแลผู้สูงอายุและค่าจ้างต่ำ ทำให้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหาพนักงานได้ยาก ญี่ปุ่นมีการทดลองการนำ AI-assisted care และหุ่นยนต์ รวมทั้งระบบการดูแลอัจฉริยะมาใช้เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ดูแล รวมทั้งมีการนำเข้าแรงงานต่างชาติมาทำงานดูแลผู้สูงอายุ

– ช่องว่างภาคชนบท โดยเมืองใหญ่ๆ จะมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมาก ขณะที่ในชนบทจะไม่ค่อยมี

– ค่าบำรุงที่แพงขึ้น เมื่อมีความต้องการมากขึ้นจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุ แม้แต่ศูนย์ดูแลจำเป็นต้องขึ้นค่าบำรุง และ

– ความลังเลทางวัฒนธรรม บางครอบครัวยังเห็นว่าการส่งญาติผู้สูงอายุเข้าศูนย์ดูแลเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่ทัศนคติดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปเนื่องจากความจำเป็น

ผู้สันทัดกรณีมองว่าในปี 2568 ความต้องการการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นต่อไป เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าศูนย์บริการผู้สูงอายุ เมื่อต้นปีนี้มีการสำรวจโดย Lifull Senior ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ โดยใช้ตัวอย่างประมาณ 2 พันคนที่ส่งผู้สูงอายุเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่าประมาณร้อยละ 25 ของผู้ตอบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำผู้สูงอายุเข้าศูนย์ ร้อยละ 27 ของผู้ตอบต้องจ่ายค่าเข้าศูนย์โดยตัวผู้สูงอายุที่ใช้บริการเอง ส่วนที่เหลืออีกเกือบร้อยละ
50 สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้จ่าย

สำหรับค่าบำรุงศูนย์รายเดือน ร้อยละ 34 จ่ายประมาณเดือนละ 1 แสนเยน (21,500 บาท) และร้อยละ 27 เสียค่าบำรุงเดือนละ 2 แสนเยน (43,000 บาท) ซึ่งแม้ค่าบำรุงดังกล่าวจะรวมค่าบริการการดูแล ที่พัก ค่าอาหาร และค่าการจัดการแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นภาระของผู้สูงอายุที่มีรายได้จากบำนาญเพียงอย่างเดียว โดยระบบประกันสังคมที่สำคัญของญี่ปุ่นมีบำนาญแห่งชาติ (National Pension) ประมาณเดือนละ 6.5 หมื่นเยน (1 หมื่น 4 พันบาท) และบำนาญลูกจ้าง (Employees Pension) เฉลี่ยเดือนละ 147,000 เยน (31,600 บาท) (แต่จำนวนจริงจะแตกต่างไปตามรายละเอียด เช่น ประวัติการส่งเงินสมทบ อายุที่เกษียณ สถานภาพการสมรส เป็นต้น)

โดยสรุป ค่าใช้จ่ายในการใช้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแตกต่างไปตามประเภทของศูนย์ และรายละเอียดเพิ่มเติมที่ผู้ใช้บริการต้องการ โดยค่าบำรุงเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนละ 2 หมื่นบาทขึ้นไปถึงกว่าแสนบาทสำหรับศูนย์แบบไฮโซ แต่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากระบบประกันการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้ใช้บริการจะต้องออกเงินร่วม (Copay) ประมาณร้อยละ 10-30

จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นในปี 2565 ประมาณ 9.5 แสนคนและมีผู้รอคิวอีก 3 แสนคน รวมความต้องการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุประมาณ 1.25 ล้านคน จากประชากรสูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 36 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไป 18.7 ล้านคน จึงเห็นได้ว่าบริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุยังดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นได้เพียงร้อยละ 6.7 ของผู้สูงอายุปานกลาง (75 ปีขึ้นไป)

รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องเสริมการดูแลผู้สูงอายุในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุด้วยมาตรการอื่นๆ อีกหลายประการครับ

สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์