
การประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ของ ซัมซุง ในปี 2026 ในแนวคิด “Your Companion for AI Living” ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของซัมซุงในการผสานความอัจฉริยะ (Intelligence) เข้าไปไว้ในทุกอุปกรณ์ เพื่อส่งมอบ AI ที่เข้าใจผู้คน และสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้ชีวิต สร้างประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นสำหรับทุกคน
ซี ยู คิม ประธานและซีอีโอ ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย กล่าวว่า ซัมซุง กำลังนำเสนอ AI ที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ มีความเป็นส่วนตัว และช่วยเหลือผู้ใช้งานได้จริง โดยเน้นที่ความเข้าใจ การตอบสนอง และเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานในแต่ละวัน
“ซัมซุงให้ความสำคัญกับการออกแบบ AI ที่เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน เพื่อให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างปลอดภัย และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นในระดับการใช้งานสำหรับบุคคลทั่วไป ในครัวเรือน หรือธุรกิจ ด้วยการทำให้เทคโนโลยีสามารถเรียนรู้พฤติกรรม และสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ มาช่วยจัดการความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัยให้อัตโนมัติ”
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญมากในการทำวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริง เพราะผู้บริโภคชาวไทยมีความตื่นตัว และปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐในการผลักดันขีดความสามารถด้านดิจิทัล ทำให้ไทยเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการนำเสนอโซลูชัน AI สู่บ้านทุกหลัง และที่สำคัญที่สุดคือ ภาษาไทยเป็นหนึ่งใน 13 ภาษาแรกที่รองรับใน Galaxy AI นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024
ในช่วงที่ผ่านมา ซัมซุง ได้เร่งนำเสนอนิยามใหม่ของความอัจฉริยะในการยกระดับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ความสามารถของ Galaxy AI ภายในงาน Galaxy Unpacked ต่อเนื่องถึงการเน้นย้ำเรื่อง Samsung Vision AI ในงาน IFA และล่าสุดในงาน CES 2026 ที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนระยะยาวด้าน AI

ปัจจัยที่ทำให้ ซัมซุง มั่นใจว่าจะสามารถยึดตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องในยุคของ AI ได้ มาจากการที่ในช่วงที่ผ่านมา ซัมซุง มีความเป็นผู้นำด้าน AI จากการลงทุนด้านนี้ต่อเนื่องมายาวนานหลายปี ตามด้วยการที่มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมจากสินค้าที่หลากหลาย ภายใต้ระบบนิเวศที่ปลอดภัย เพราะซัมซุงเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า AI ต้องทรงพลัง มีความเป็นส่วนตัว และรักษาความลับได้ด้วย
“เพื่อนคู่คิด AI” (Your AI Companion) – ช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
AI ได้สร้างความแตกต่างที่มีความหมายในชีวิตประจำวันของครอบครัวไทย ลดความซับซ้อนของงานต่างๆ และสร้างวิถีการใช้ชีวิตและการทำงานที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมายที่เรียบง่าย คือ การช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยประหยัดเวลา ลดแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนคู่คิดด้านความบันเทิง (Entertainment Companion), เพื่อนคู่คิดดูแลบ้านที่ฉลาดและไว้ใจได้ (Home Companion) หรือเพื่อนคู่คิดด้านการดูแล (Care Companion) เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว และบ้านที่ปลอดภัย
“ทุกวันนี้ AI ของซัมซุงไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง แต่อยู่ในมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนไทยใช้งานทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Galaxy AI ที่เข้าใจภาษาไทย ด้วยฟีเจอร์อย่าง Live Translate, Writing Assist และ Interpreter รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยทลายกำแพงภาษาในการติดต่อสื่อสาร”

ขณะที่ในกลุ่มบ้านอัจฉริยะ (AI Home) เครื่องใช้ไฟฟ้าในกลุ่ม Bespoke AI ที่มาพร้อม Bixby Voice Assistant ซึ่งสามารถเข้าใจบริบทการใช้งานได้ดีขึ้น และรองรับหลายคำสั่งในลักษณะการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับทีวี (Vision AI) ซึ่งทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์ม SmartThings ช่วยจัดการงานบ้าน และปรับเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้เหมาะสมกับผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และต้องเข้าถึงได้ทุกคน
เป้าหมายของซัมซุงคือการทำให้ AI เข้าถึงทุกคน ทำให้ที่ผ่านมามีการขยายฟีเจอร์ Galaxy AI ไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ Galaxy S25 FE ไปจนถึง Galaxy A Series (A56, A36, A26) ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมในภูมิภาคนี้ เพื่อให้ผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสประสบการณ์ AI แนวทางดังกล่าวสะท้อนเป้าหมายของซัมซุงในการทำให้ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกระดับสามารถเข้าถึงได้

โดยที่ปัจจุบันกว่า 84% ของผู้ใช้ซัมซุงในไทยใช้งาน Galaxy AI แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล แต่งรูป หรือการแปลภาษา นอกจากนี้ เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ซัมซุงได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง KB J Capital ผ่านโครงการ Samsung Finance+ ให้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าซัมซุง ช่วยขยายโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายยิ่งขึ้น
เรื่องการใช้พลังงานเป็นอีกส่วนที่ ซัมซุง ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน และผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากตระหนักถึงเรื่องลดการใช้พลังงาน ทำให้ซัมซุง ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์อย่าง SmartThings Energy ที่มีการนำ AI เข้ามาช่วยจัดการพลังงาน ช่วยให้ตู้เย็นบางรุ่นประหยัดพลังงานได้สูงสุดประมาณ 10% เครื่องปรับอากาศบางรุ่นประหยัดได้สูงสุดประมาณ 30% และเครื่องซักผ้าบางรุ่นประหยัดได้สูงสุดถึง 70% ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานและการทดสอบที่กำหนด
พร้อมกันนี้ ซัมซุง ยังมองถึงการสร้างรากฐานบุคลากรดิจิทัลให้ประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการอย่าง Samsung Innovation Campus (SIC) ที่มีเยาวชนไทยสนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 30,000 คน เพื่อเรียนรู้ทักษะ AI, Big Data และ Coding และโครงการประกวดนวัตกรรม Solve for Tomorrow เปิดโอกาสให้เด็กไทยใช้ AI แก้ปัญหาชุมชน โดยล่าสุด “ทีม Coconut” พัฒนา AI ตรวจจับช้างป่าและเฝ้าระวังสภาพอากาศ ซึ่งถูกนำไปใช้งานจริงแล้ว
พาไทยสู่ศูนย์กลางด้าน AI ในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ซัมซุง ยังมองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ที่สามารถนำ AI เข้ามาช่วย และผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้าน AI ในภูมิภาคนี้ ด้วยการยกระดับในอุตสาหกรรมอย่าง สุขภาพ (Health and Wellness) และโซลูชันสำหรับองค์กร ตั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventative Healthcare) ที่ขับเคลื่อนโดยอุปกรณ์สวมใส่และการถ่ายภาพทางการแพทย์ ไปจนถึงอาคารที่ฉลาดขึ้น ยั่งยืนขึ้น

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในด้านนี้ ซัมซุง ได้มีการจับมือกับพันธมิตรในไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว Business Experience Studio ที่ คิงสแควร์ คอมมูนิตี้ มอลล์ ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านความร่วมมือกับเครือสหพัฒน์ และยังร่วมมือกับ KBTG ในการจัดกิจกรรม Hackathon พัฒนา AI เพื่อตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน (Fraud Detection) ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคธนาคาร
“ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศักยภาพของคนไทย เราเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ AI ในภูมิภาคนี้ซัมซุงพร้อมเดินหน้าลงทุน พัฒนา และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่เชื่อมต่อกันอย่างปลอดภัย ยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยในระยะยาว” ซี ยู คิม กล่าวทิ้งท้าย
