รัฐบาลไทยได้ประกาศเป้าหมายสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นทางการ ภายในปี 2050 เร็วขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2065 เป็นการปรับตัวเพื่อเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero
ที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกองคาพยพไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคสังคม
“อินโนพาวเวอร์” บริษัทด้านนวัตกรรมพลังงานและเทคโนโลยีภายใต้การนำของ อธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจของประเทศ
ช่วงต้นปี 2569 จึงจับมือกับ อบจ.กาญจนบุรี เพื่อทำให้เมืองกาญจน์เป็น Destination ที่เป็น Green นอกจากตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้วยังตอบโจทย์นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Tourism) การเลือกใช้ระบบขนส่งและที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจะเน้นการเดินทางที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นน้อยที่สุด ในประเทศไทยเติบโตประมาณ 15% ต่อปีและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในปี 2032 ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism) เติบโตด้วย ถือเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย” อธิประบุ
ดังนั้นอินโนพาวเวอร์จึงมีแผนขยายจำนวน EV BUSให้ได้ถึง 200 คันภายในปี 2569 การจับมือกับ อบจ.กาญจนบุรี ครั้งนี้อินโนพาวเวอร์ให้บริการเช่า EV BUS จำนวน 12 คัน จำนวนที่นั่ง 25-30 ที่นั่งต่อคัน ซึ่ง EV BUS นี้ยังถูกออกแบบเพื่อรองรับผู้พิการ โดยเปิดให้บริการเส้นทางสาย 6273 (ลาดหญ้า-ท่าม่วง)
นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จรองรับการให้บริการ EV BUS ไม่เกิน 5 กิโลเมตรจาก อบจ.กาญจนบุรี เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและรองรับประชาชนที่นำรถ EV มาใช้บริการชาร์จ
ทั้งนี้ EV BUS ทุกคันของ อบจ.กาญจนบุรี จะมีการติดตั้งระบบ GPS Tracking และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานและตำแหน่งรถแบบ Real-time และยังสามารถเก็บข้อมูลการเดินทาง รูปแบบการใช้บริการของประชาชน และการใช้พลังงานเพื่อนำมาปรับปรุงประสิทธิภาพการเดินรถ เพื่อวางแผนเส้นทางใหม่หรือขยายผลโครงการสู่เส้นทางอื่นๆ ต่อไป
“เรายังดูแลเรื่องการซ่อมบำรุง ตลอดอายุสัญญาและยังให้บริการรถทดแทนภายใน 24 ชั่วโมง หากรถเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถให้บริการได้ พร้อมประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ความพร้อมในการเดินรถ และได้มาตรฐานด้านความปลอดภัย” อธิประบุ
อธิปให้มุมมองว่า เรื่องพลังงานสะอาด หน่วยงานภาครัฐควรเป็นต้นแบบเริ่มเรื่องนี้ก่อน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับภาคเอกชน ส่วนจะขยายโมเดลนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ นั้น ทางอินโนพาวเวอร์จะต้องลงพื้นที่เพื่อหารือถึงความสนใจของหน่วยงานราชการของจังหวัดก่อน
จากการรุกคืบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อธิป ระบุถึงผลประกอบการของอินโนพาวเวอร์ปี 2568 ว่า ผลประกอบการเติบโตเกือบ 10 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจด้านนี้มีการเติบโตที่สูง
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2569 อินโนพาวเวอร์ได้เริ่มขยายเทคโนโลยีสีเขียวจากกลุ่มอุตสาหกรรมสู่ระดับท้องถิ่น เช่น โครงการนำร่อง EV Bus 20 คัน ซึ่งอินโนพาวเวอร์ร่วมกับ อบจ.กาญจนบุรี เพื่อผลักดันให้กาญจนบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่เห็นความสำคัญกับคาร์บอนฟุตพรินต์ที่เกิดจากการท่องเที่ยว
“แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำ แต่เทคโนโลยีสีเขียวจะทำให้เราแข่งขันได้ หัวใจสำคัญ คือ เราต้องเข้าใจตัวเอง เข้าใจเทคโนโลยี แล้วเลือกโซลูชั่นที่เหมาะสมกับธุรกิจ คุณจะไม่ได้แค่ช่วยโลก แต่ช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นด้วย” อธิประบุ
ด้าน นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ให้มุมมองเสริมว่า อบจ.กาญจนบุรี มุ่งสนับสนุนนโยบายลดมลพิษในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว ผ่านการใช้ระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด พร้อมพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี EV BUS เพื่อยกระดับจังหวัดสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเมืองท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ข้อมูลการเดินทางและการใช้พลังงานที่เก็บรวบรวมจากระบบดิจิทัลบนรถจะช่วยยกระดับการวางแผนเส้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนและต่อยอดการขยายโครงการไปยังเส้นทางและพื้นที่อื่นๆ ในอนาคตได้
เพราะพลังงานสะอาดไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่เป็นความจำเป็นของโลกอนาคตที่ผู้ประกอบการไม่ว่ารายเล็กและรายใหญ่ หรือหน่วยงานราชการ ควรเตรียมให้พร้อมเพื่อตอบรับกับนโยบาย Net Zero ของรัฐบาลที่ประกาศไว้ที่ COP 30
เพื่อตอบรับเทรนด์โลกที่จะเข้มข้นขึ้นในอนาคต!!

