สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อรถคันแรก หรือต้องการต่ออายุประกันภัยรถยนต์ อาจเกิดความสับสนเมื่อต้องเลือกระหว่างกรมธรรม์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 3 การทำความเข้าใจความแตกต่างของความคุ้มครองแต่ละแบบ จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกแผนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ความแตกต่างของประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) กับภาคสมัครใจ
ก่อนจะไปทำความเข้าใจประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ มาดูความแตกต่างกับประกันภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เสียก่อน
- ประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่เกิดแก่ “คน” เท่านั้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ไม่มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ (ทรัพย์สิน) แต่อย่างใด
- ประกันภาคสมัครใจ เป็นการทำประกันภัยเพิ่มเติมตามความสมัครใจของผู้เอาประกันภัย เพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่นอกเหนือจาก พ.ร.บ. เช่น คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์ของเรา รถคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายระดับชั้นให้เลือก
ประเภทประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ซึ่งแตกต่างกันตามระดับความคุ้มครองและความครอบคลุมของความเสียหายต่อตัวรถผู้เอาประกันภัยและบุคคลภายนอก
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1
- จุดเด่น: ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและสูงสุดที่สุด
- คุ้มครอง: ความเสียหายต่อตัวรถเรา ไม่ว่าจะชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา, ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี คุ้มครองรถหาย, ไฟไหม้ และน้ำท่วม
- เหมาะกับ: รถใหม่ป้ายแดง ผู้ที่เพิ่งหัดขับ หรือผู้ที่ใช้รถเป็นประจำในพื้นที่เสี่ยงสูง และต้องการความอุ่นใจเต็มรูปแบบ
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
- จุดเด่น: เน้นความคุ้มครองที่คุ้มค่าในราคาประหยัดกว่าชั้น 1
- คุ้มครอง: ความเสียหายต่อตัวรถเรา เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (ต้องมีคู่กรณี) คุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี คุ้มครองรถหาย และไฟไหม้
- ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายต่อรถเราจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ตกหลุม
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2
- จุดเด่น: เน้นความคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- คุ้มครอง: ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี คุ้มครองรถหาย และไฟไหม้
- ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายต่อตัวรถเราทุกกรณี (ไม่ว่ามีคู่กรณีหรือไม่)
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+
- จุดเด่น: เน้นความคุ้มครองรถเราและคู่กรณีเมื่อเกิดการชนกันเท่านั้น
- คุ้มครอง: ความเสียหายต่อตัวรถเรา เมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (ต้องมีคู่กรณี) และคุ้มครองทรัพย์สินคู่กรณี
- ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายต่อรถเราจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3
- จุดเด่น: เน้นความคุ้มครองราคาประหยัด คุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก
- คุ้มครอง: ความเสียหายต่อทรัพย์สินคู่กรณี
- ไม่คุ้มครอง: ความเสียหายต่อตัวรถเราทุกกรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครอง (1, 2+, 2, 3+, 3)
เลือกประกันภัยรถยนต์อย่างไรให้เหมาะกับคุณ (ฉบับมือใหม่)

การเลือกประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดคือการเลือกที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและอายุของรถของคุณ
รถใหม่ป้ายแดง หรือ มือใหม่หัดขับ
แนะนำ ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เพราะรถใหม่มีมูลค่าสูง การซ่อมแซมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมาก และมือใหม่อาจมีความเสี่ยงในการเฉี่ยวชนสิ่งที่ไม่ใช่คู่กรณีได้ง่าย การเลือกชั้น 1 จึงเป็นการโอนถ่ายความเสี่ยงทางการเงินที่คุ้มค่าที่สุด
รถเริ่มเก่า 3-7 ปี ขับคล่อง
หากคุณมั่นใจในประสบการณ์ขับขี่และมีประวัติการเคลมน้อย สามารถประหยัดเบี้ยได้โดยเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ ซึ่งยังคงคุ้มครองตัวรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น
รถเก่า 7 ปีขึ้นไป หรือ ขับน้อย
หากรถมีอายุมากและมูลค่าลดลงมากแล้ว หรือใช้รถน้อยมาก และจอดในที่ปลอดภัย การเลือกชั้น 3+ หรือชั้น 3 ที่เน้นคุ้มครองบุคคลภายนอกเป็นหลัก จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด
เลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ ที่ โลตัส มันนี่ พลัส

โลตัส โบรคเกอร์ รวมแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันภัยชั้นนำมากมาย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่า ในราคาที่โดนใจ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองสูงสุดอย่างประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ที่มอบความอุ่นใจอย่างเต็มรูปแบบ คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งมีและไม่มีคู่กรณี ครอบคลุมรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือแผนคุ้มครองที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นอย่างชั้น 2+, 2, 3 และ 3+
นอกจากนี้ ยังมอบความคล่องตัวในการชำระค่าเบี้ย ด้วยการแบ่งจ่ายได้ 0%* สูงสุด 10 เดือน ทั้งการแบ่งจ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิตโลตัส ซื้อง่ายผ่านเคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส กว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัส และช่องทางโทรศัพท์ 0-2627-8888 รวมถึงการมีการแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดหมดประกันภัยเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
สรุปบทความ
การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1, 2+, 2, 3+, และ 3 เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ เมื่อเราทราบความต้องการและความเสี่ยงของตัวเองอย่างชัดเจน การเลือกกรมธรรม์ที่มอบความคุ้มครองที่สมบูรณ์แบบในราคาที่คุ้มค่าก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย และทำให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความอุ่นใจ


