หน้าแรก เด่นวันนี้ นโยบายเศรษฐกิ...

นโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน 2 ประคับประคองมากกว่าปฏิรูป

16.04.26 | 12:31 น.

ากการแถลงนโยบายของรัฐบาล นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ขอตั้งข้อสังเกตไว้ 13 ประเด็น 

1.ภาพรวมนโยบายเป็นการแก้ “ปัญหาเดิม”

การแถลงนโยบายของรัฐบาล นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นนโยบายเศรษฐกิจทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การสร้างโอกาสการเริ่มต้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว ล้วนเป็นเรื่องที่ประเทศไทยเผชิญมานานแล้ว เช่น ปัญหาหนี้สิน ความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงทุนของ SMEs การแข่งขันทางการค้า และรายได้จากภาคเกษตรกับการท่องเที่ยว จึงสะท้อนว่านโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เสนอปัญหาใหม่หรือแนวทางใหม่อย่างชัดเจน แต่เป็นการหยิบโจทย์เดิมมาพูดซ้ำอีกครั้ง

2.นโยบายเป็น “การประคับประคอง” มากกว่า “การปฏิรูป”

Advertisement

แม้นโยบายจะมีเป้าหมายช่วยให้ประชาชนอยู่รอด จากการลดหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสเข้าถึงทุน และพัฒนาทักษะก็ตาม แต่ยังไม่เห็นมาตรการที่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จึงทำให้นโยบายมีลักษณะเป็นการรักษาเสถียรภาพระยะสั้น มากกว่าการปฏิรูปเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงระยะยาว เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

3.ขาดการแก้ปัญหา “ฐานราก” ของเศรษฐกิจไทย

นโยบายยังไม่แตะต้นตอของปัญหาเศรษฐกิจไทยอย่างลึกพอ เช่น ผลิตภาพแรงงานไทยยังต่ำ ระบบการศึกษายังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน คะแนน STEM นักเรียนนักศึกษาไทยต่ำกว่าประเทศอาเซียน ต้นทุนการผลิตที่สูง FDI ที่เข้ามายังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยยังอ่อนแอ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากเหมือนเดิม ดังนั้นแม้นโยบายจะช่วยบรรเทาปัญหาได้บางส่วน แต่ยังไม่ชัดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทย “แข็งแรงขึ้นจากรากฐาน” ได้อย่างไร

4.ขาดมิติการรองรับเศรษฐกิจ “สังคมผู้สูงวัย”

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ในนโยบายยังไม่เห็นแนวทางชัดเจนว่าจะใช้ศักยภาพของผู้สูงวัยมาพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างไร เช่น การจ้างงานผู้สูงวัย การพัฒนาทักษะใหม่สำหรับแรงงานสูงวัย การออกแบบเศรษฐกิจที่รองรับสังคมสูงวัย นี่เป็นช่องว่างสำคัญ เพราะในอีก 5-10 ปีข้างหน้า คนสูงวัยของไทยจะมีสัดส่วนสูงมาก หากไม่มีนโยบายรองรับ ประเทศจะมีภาระทางเศรษฐกิจมากขึ้น

5.ขาดการยกระดับ “คุณภาพบัณฑิตและแรงงานรุ่นใหม่”

แม้จะมีการพูดถึง AI และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ยังไม่เห็นมาตรการชัดเจนเรื่องการพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและบัณฑิตไทยให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ ปัญหาในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ “เข้าถึง AI”
แต่คือ “ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ คือการให้ AI เป็นหัวหน้าของบัณฑิตไทยมากกว่าให้ AI เป็นผู้ช่วย และ “มีทักษะวิเคราะห์ที่แท้จริง” หากนโยบายไม่แก้เรื่องคุณภาพคน ก็ยากที่เศรษฐกิจใหม่จะเกิดขึ้นได้จริง

6.ขาดนโยบายพลังงานที่ชัดเจน

ต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งต่อประชาชนและภาคธุรกิจ แต่ในนโยบายยังไม่ปรากฏแนวทางชัดเจนเรื่องการปรับโครงสร้างพลังงาน เช่น การปรับโครงสร้างราคา การลดต้นทุนพลังงาน การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานทางเลือก การผลักดันพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อพลังงานเป็นต้นทุนหลักของการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพ การไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้มากพอถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจ

7.ภาคเกษตรยังขาดความชัดเจนเรื่อง “เกษตรคาร์บอนต่ำ”

นโยบายยังไม่ชัดเจนในเรื่องเกษตรคาร์บอนต่ำ ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจโลก เช่น ข้าวคาร์บอนต่ำหรือสินค้าเกษตรอื่น หรือมาตรฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากไทยไม่เร่งพัฒนาเรื่องนี้ ก็อาจเสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างประเทศในอนาคต

8.ขาดมาตรการต้านคอร์รัปชั่นที่เป็นรูปธรรม

ปี 2568 ดัชนีคอร์รัปชั่น (CPI) ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนามและลาว คอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่กระทบเศรษฐกิจโดยตรง เพราะทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้น ลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบั่นทอนประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของรัฐ แต่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้อย่างชัดเจน ทั้งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว

9.ขาดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับปัญหา PM2.5

PM2.5 ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่กระทบสุขภาพแรงงาน การท่องเที่ยว ภาคเกษตร และคุณภาพชีวิตโดยรวม อย่างไรก็ตาม นโยบายยังไม่แสดงให้เห็นว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ขาดมุมมองเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

10.นโยบายมีความกว้าง แต่ยังไม่ลึก

นโยบายครอบคลุมหลายเรื่องมาก แต่แต่ละเรื่องยังพูดในลักษณะกว้างๆ และเหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมาเช่น พัฒนา AI พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพิ่มการแข่งขัน หรือสร้างโอกาสให้ประชาชน ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ฟังดูดี แต่ยังไม่ชัดพอในเชิงวิธีการปฏิบัติ ทำให้เกิดคำถามว่า จะทำอย่างไร ใครรับผิดชอบ ใช้งบประมาณเท่าไร และวัดผลแบบไหน

11.ขาดลำดับความสำคัญของปัญหา

นโยบายพยายามครอบคลุมทุกด้าน แต่ยังไม่ชัดว่ารัฐบาลมองว่าอะไรคือ “ปัญหาเร่งด่วนที่สุด” ของเศรษฐกิจไทยกันแน่ เช่น ระหว่างหนี้ครัวเรือน พลังงาน ฝุ่น PM2.5 คุณภาพแรงงาน หรือความสามารถในการแข่งขัน หากไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ ก็เสี่ยงที่นโยบายจะกระจายตัวมากเกินไปและไม่เกิดผลชัดเจน

12.สะท้อนความต่อเนื่องมากกว่าความเปลี่ยนแปลง

เมื่อพิจารณาภาพรวม นโยบายเศรษฐกิจชุดนี้มีลักษณะคล้ายกับรัฐบาลก่อนหน้าในหลายด้าน คือเน้นการบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าและรักษาระดับเศรษฐกิจ มากกว่าการสร้างจุดเปลี่ยนใหม่ที่ทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นนโยบายที่เน้น “ความต่อเนื่อง” มากกว่า “ความเปลี่ยนแปลง”

13.ขาดกรอบระยะเวลา และ KPI 

นโยบายที่ดี ต้องมีกรอบระยะเวลา และมีดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน หากไม่มี จะทำให้การชี้วัด (KPI) หรือประเมินความก้าวหน้า และความสำเร็จของนโยบายยากมาก สิ่งสำคัญคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีหลักยึดในการทำงานเพื่อให้สำเร็จ 

อย่างไรก็ตาม นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน 2 ก็มีการจัดหมวดหมู่ของนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่าบางรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพของประเด็นเศรษฐกิจที่รัฐบาลตั้งใจจะแก้ไข