สมรภูมิการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 กำลังทวีความเข้มข้นและกลายเป็นจุดตัดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเมืองหลวงในทศวรรษหน้า ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากกลุ่มพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen) และภาคประชาสังคมที่ต้องการเห็นนโยบายสาธารณะสามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน
ในฐานะสื่อสาธารณะที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวาระทางสังคม องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จึงเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ และบทสนทนาสาธารณะจากทุกภาคส่วน พร้อมจับมือกับภาคีเครือข่าย ยกระดับพื้นที่ข่าวสู่การสร้างระบบนิเวศนโยบายที่เปิดกว้าง ให้ประชาชนร่วมตั้งคำถาม คลี่โจทย์ใหญ่มหานคร และร่วมปักหมุดว่า “สถานีต่อไป” ของกรุงเทพฯ ควรเดินหน้าไปในทิศทางใด

สมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา
สมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเนื้อหา เปิดเผยว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นหมุดหมายและจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดทิศทางเมืองในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ไทยพีบีเอสจึงผนึกกำลังภาคีเครือข่ายหลากหลายสาขา ทั้งนักออกแบบเมือง นักวิจัย ภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มคนทำงานเมือง เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของ Active Citizen ดึงต้นทุนความรู้และศักยภาพของคนรุ่นใหม่มาสะท้อนมุมมอง นำเสนอแนวคิด และร่วมดีไซน์อนาคตของเมืองหลวงให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
เพื่อสร้างระบบนิเวศนโยบายสาธารณะที่สมบูรณ์ แคมเปญใหญ่ “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” จึงกำเนิดขึ้น ภายใต้การนำทัพของไทยพีบีเอสและภาคีเครือข่าย ชวนสังคมร่วมเฝ้าติดตาม ตรวจสอบโจทย์ใหญ่มหานคร ผ่านมหากาพย์ซีรีส์สารคดีข่าวเจาะลึกชุด “มหาชน – มหาภัย – มหาสมุทร” พาลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนเพื่อคลี่ภาพวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติเมือง ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิต และแรงกดทับในเชิงโครงสร้าง พร้อมเปิดช่องทางรับฟังเสียงคนเมืองผ่านกิจกรรมสำรวจความเห็นออนไลน์ “Bangkok Voice ฟังเสียงมาหาชน คนมาหานคร” ตลอดจนการทำ Tracking Poll และเครื่องมือ AI Chatbot ที่เปิดให้ประชาชนร่วมรีวิวเมืองและสะท้อนความคาดหวังต่ออนาคตกรุงเทพฯ ไปพร้อมกัน
ไฮไลต์สำคัญของแคมเปญนี้ คือการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ทางสังคมเพื่อร่วมค้นหาทางออกผ่านเวทีประชันวิสัยทัศน์และการจัดกิจกรรมสาธารณะ โดยมีกำหนดจัดเวทีดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 69 “Next Station อนาคตกรุงเทพฯ” ในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญระหว่างไทยพีบีเอสและพันธมิตรสื่อมวลชนชั้นนำ ได้แก่ ช่อง 3, ไทยรัฐทีวี, PPTV และเครือมติชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงตัวแทนพรรคการเมืองใหญ่ได้แสดงวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย

ทั้งนี้ ไทยพีบีเอสยังเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีด้วยระบบรายงานผลการเลือกตั้งครบวงจร รายงานคะแนนเรียลไทม์ผ่านภาพกราฟิกข้อมูล (Data Visualization) ครบทั้ง 50 เขต ทั้งในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวมถึงการรายงานภาคภาษาอังกฤษผ่าน Thai PBS World สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
“เมื่อเราพูดถึงกรุงเทพมหานคร คำว่า ‘มหา’ ในที่นี้ไม่ใช่เรื่องในวัด แต่เป้าหมายของเราคือการสะท้อนภาพ ‘มหานคร’ ที่เต็มไปด้วยปัญหาของมหาชน ปัญหาของมหาภัย หรือปัญหามหาสมุทรต่างๆ ซึ่งทีมข่าวไทยพีบีเอสและรายการสถานีประชาชนจะลงพื้นที่ไปรับฟัง เพื่อสะท้อนว่าในเมืองหลวงที่มีคนอยู่หลายล้านคน มีทั้งคนที่มีชีวิตชีวา และคนที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง แต่พวกเขามาใช้ชีวิตที่นี่และมีความต้องการอย่างไรบ้าง” สมชัย เผย
BANGKOK ACTIVE ผสานบิ๊กดาต้า–พลังเครือข่ายเปลี่ยนเมือง
เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีเพื่อพลเมืองให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไทยพีบีเอส โดย ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ หรือ The Active จึงจับมือกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) และ WeVis ร่วมกันสร้างคลังบิ๊กดาต้าครั้งสำคัญ ผ่านเวทีเสวนา “BANGKOK ACTIVE with Data” ด้วยการรวบรวมสถิติเชิงลึกย้อนหลัง 20 ปีของ กทม. นำมาแปลงเป็นภาพกราฟิกข้อมูลที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คนเมืองมีฐานข้อมูลที่แน่นหนาในการวิเคราะห์เมือง ทั้งมิติผังเมือง การจราจร ความเหลื่อมล้ำ โครงสร้างงบประมาณ ไปจนถึงบทบาทหน้าที่ของ ส.ก.

เวทีเสวนา “BANGKOK ACTIVE with Data”
คลังข้อมูลขนาดใหญ่ดังกล่าว ถูกนำเสนอและถ่ายทอดโดย 3 ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล-ผังเมืองชั้นนำของไทย ประกอบด้วย อรุชิตา อุตมะโภคิน ผู้จัดการกลุ่มงานด้านนวัตกรรมการสื่อสาร ไทยพีบีเอส พร้อมด้วยอดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการ UddC และธนิสรา เรืองเดช CEO จาก Punch Up และ WeVis ซึ่งร่วมกันกะเทาะเปลือกและสะท้อนปัญหาที่แท้จริงของกรุงเทพฯ ผ่านตัวเลขที่จับต้องได้

เวทีเสวนา “BANGKOK ACTIVE Networking”
ต่อเนื่องจากพาร์ตข้อมูลเชิงลึก เวทีเสวนาได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วง “BANGKOK ACTIVE Networking” ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะแบบเอกซ์คลูซีฟ พร้อมทั้งดึงนวัตกรรมทางสังคมอย่างแอปพลิเคชัน Mentimeter เข้ามาสร้างปฏิสัมพันธ์ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานในห้องประชุม-ผู้ชมทางออนไลน์ สามารถสะท้อนความคิดเห็น รวมถึงเสนอไอเดียพัฒนาเมืองแบบเรียลไทม์ โดยเสียงสะท้อนทั้งหมดของภาคประชาชนจะถูกรวบรวมเข้าสู่บทสนทนาบนเวทีทันที ทลายกรอบการสื่อสารแบบเดิมๆ และเปลี่ยนให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับอนาคตของเมืองได้อย่างสร้างสรรค์
ไอเดียสดใหม่ที่หลั่งไหลผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าว ได้รับการหยิบยกมาขยายความและร่วมแลกเปลี่ยนผ่านมุมมองของเหล่าแกนนำขับเคลื่อนเมืองรุ่นใหม่ นำโดย ดวงรักษ์ เลิศมั่งมี นักพัฒนาสังคมและผู้ขับเคลื่อนการศึกษา จากมูลนิธิวายไอวาย (Why I Why Foundation), ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย หรือ @Khajochi, ยศพล บุญสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเมืองและผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม we!park ตลอดจนจามีกร อำนาจผูก Policy Influencer จากสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ณาตยา แวววีรคุปต์
ผอ. ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส
ในตอนท้ายของช่วงเสวนา ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวสรุปพร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมต่อยอดความคิด ออกแบบอนาคต และสร้างพลังเปลี่ยนเมืองผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ในงาน “BANGKOK ACTIVE ELECTION 2026” ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 มิถุนายน 2569 ณ สวนลุมพินี
อย่างไรก็ตาม ไทยพีบีเอสไม่ได้วางเป้าหมายให้งานนี้เป็นเพียงแค่เทศกาลเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น หากแต่เป็นการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างร่วมกับทีมวิชาการนโยบายสาธารณะอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 กลไกหลัก คือ Festival & Activities กิจกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่สาธารณะ Public Dialogue & Forum เวทีระดมสมองเพื่อหาคำตอบว่าเมืองต้องการกลไกใดซัพพอร์ต
รวมถึง Policy Recommendation การจัดทำข้อเสนอนโยบายสาธารณะร่วมกับนักวิชาการออกมาเป็นเล่มสมุดปกขาว (Policy Brief) และ Policy Tracking ผ่านแพลตฟอร์ม Policy Watch ของไทยพีบีเอส ในรูปแบบแดชบอร์ด บทความ และข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของนโยบายที่ผู้บริหารเคยประกาศไว้ได้จริง
ณาตยา ระบุเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนแคมเปญเหล่านี้ในห้วงเวลาที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดึงศักยภาพและต้นทุนความรู้ของภาคประชาชนที่ตื่นตัวอยู่แล้ว ออกมาสื่อสารให้สังคมและผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เห็น เพื่อนำไปต่อยอดและเติมเต็มช่องว่างทางนโยบาย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชนทั่วไปนอกเหนือจากกลุ่ม Active Citizen ได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของเมือง เกิดความเข้าใจ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนโยบายร่วมกัน
“การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่พาร์ตงานเฟสติวัลสนุกๆ เท่านั้น เรายังร่วมมือกับทีมวิชาการจัดทำข้อเสนอนโยบายออกมาเป็นเล่มสมุดปกขาว และมีเครื่องมือ ‘Policy Watch’ คอยทำหน้าที่ติดตามความคืบหน้าว่านโยบายไหนที่พูดไว้แล้วถูกนำไปทำจริงบ้าง สิ่งที่ไทยพีบีเอสกำลังทำจึงเป็นการสร้างระบบนิเวศของการขับเคลื่อนนโยบาย ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามายึดโยงและร่วมเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนเมืองไปด้วยกัน” ณาตยา ทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหว ข้อมูลเจาะลึก และการรายงานผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทั้งหมดนี้ได้ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทางเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/BKKElection69

