พื้นที่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดูแลรับผิดชอบ ที่เป็นป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่าง ๆ มีประมาณ 74 ล้านไร่ และใน 74 ล้านไร่ เป็นพื้นที่บกประมาณ 64 ล้านไร่ ที่มีสภาพเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่น้ำประมาณ 5 ล้านไร่ และมีพื้นที่ทำกินของประชาชนอีกประมาณ 4.257 ล้านไร่ ครอบคลุม 4,042 ชุมชน
ในพื้นที่ประมาณ 4.25 ล้านไร่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ กรมอุทยานฯ กำลังจัดที่ดินในรูปแบบการรับรองสิทธิให้ทำกินแต่ยังคงสถานะเป็นที่ดินของรัฐอยู่นั้น มีความสำคัญที่กรมอุทยานฯ ต้องไปดูเรื่องการทำประโยชน์ เพราะพื้นที่ตรงนี้มีความล่อแหลมและต้องคำนึงถึงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ติดป่าหรืออยู่ในพื้นที่ป่า และเป็นพื้นที่ที่มีความสูงชัน พื้นที่ที่อยู่ในเกณฑ์ลุ่มน้ำชั้น 1 และชั้น 2 มีประมาณ 40% ของพื้นที่ทำกิน 4.257 ล้านไร่ หมายความว่ามีพื้นที่สูงชันอยู่ในที่ทำกินของประชาชนเกือบ 2 ล้านไร่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่สูงชันนี้
กรมอุทยานฯ มุ่งหวังจะให้ประชาชนปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่สูงชัน มาเป็นการปรับรูปพื้นดินให้เป็นเทอร์เรซ (Terrace) หรือขั้นบันได เพราะขั้นบันไดช่วยลดการไหลบ่าของน้ำในช่วงฤดูฝน ช่วยสะสมปุ๋ยและอินทรียวัตถุในดิน หลักการสำคัญคือต้องการให้น้ำอยู่กับดินให้มากที่สุด และให้ดินอยู่กับที่โดยไม่ไหลไปพร้อมกับน้ำ
“การทำบันไดดินแบบต่อเนื่อง ก็เหมือนกับการทำนาขั้นบันได แต่ของเราไม่ได้หมายถึงเฉพาะการทำนาอย่างเดียว เป็นการปลูกพืชผลเกษตรที่มีระบบส่งเสริมเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร เช่น การทำระบบฝายชะลอน้ำให้ประชาชนได้ใช้ได้มากขึ้น และพืชที่ปลูกจะเป็นแบบผสมผสาน พยายามลดพืชเชิงเดี่ยวลง และเพิ่มไม้ผลหรือไม้ที่สร้างมูลค่าให้กับประชาชน” อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าว
เป้าหมายที่วางเอาไว้นั้น กรมอุทยานฯ พยายามคัดเลือกพื้นที่ที่มีความสูงชันมากๆ ก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำลุ่มน้ำชั้น 1 (1A และ 1B) ตรงนี้เราจะไปขอความร่วมมือกับประชาชน และมีการตั้งงบประมาณขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้พี่น้องประชาชนไปทำขั้นบันได เป็นการร่วมมือกันทั้งฝ่ายประชาชนและฝ่ายส่งเสริมจากกรมอุทยานฯ งบประมาณที่ได้มานั้น จะใช้ในส่วนของ เป็นค่าแรงและค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องไปทำขั้นบันได จะมีเจ้าหน้าที่ไปสอนสูตรว่า ถ้าระดับความชันและความสูงเท่านี้ ควรทำขั้นบันไดให้มีความกว้างและความสูงในแต่ละขั้นเท่าไร
การทำขั้นบันไดดินแบบต่อเนื่อง ช่วยลดภัยพิบัติได้มาก ตรรกะง่าย ๆ คือถ้าเทน้ำลงในพื้นที่สโลป (ลาดชัน) โดยไม่มีขั้นบันได น้ำจะไหลแรงและพัดพาหน้าดิน ปุ๋ย และอินทรียวัตถุลงไปกองในลำห้วย แม่น้ำลำธาร ทุกครั้งที่ฝนตกเราจึงเห็นแม่น้ำมีสีดินโคลนเข้มมาก เพราะมันพัดมาจากหน้าดินในพื้นที่ป่า ถ้าเราทำขั้นบันได ตะกอนดินเหล่านี้ก็จะลดลง

“การดำเนินการเรื่องนี้ ตอนนี้หลายพื้นที่เริ่มมีการเข้าไปส่งเสริมแล้วครับ เพียงแต่ยังไม่สามารถทำในภาพรวมที่เยอะได้ เพราะงบประมาณมีจำกัด สิ่งที่เราพยายามทำคือขอความร่วมมือจากชุมชนโดยใช้ภาคสมัครใจ และชี้ให้เห็นประโยชน์ว่าถ้าทำแล้วผลผลิตจะมากขึ้น เปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสานที่มีมูลค่ามากขึ้น และลดภัยพิบัติ นอกจากนี้เรายังอนุญาตให้ท้องถิ่นที่มีงบประมาณสามารถเข้ามาสนับสนุนประชาชนทำขั้นบันไดได้ด้วยครับ” นายอรรถพล กล่าว และว่า ในแง่ความร่วมมือที่ได้รับตอบรับจากชุมชน ประชาชนอยากทำ เพราะเขามองเห็นประโยชน์และเป็นวิถีชุมชนที่เขารู้อยู่แล้วว่าได้ประโยชน์ แต่ติดที่ข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าแรง และต้นทุนการผลิตที่เขามีน้อย อันนี้เราต้องเข้าไปช่วยเสริมเขา
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหมายในการขยายพื้นที่ หรือเพิ่มงบประมาณยังไงบ้าง อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า อยากทำให้เร็วและมากที่สุด อย่างน้อยสัก 1.5 ล้านไร่ ถึง 2 ล้านไร่ ถ้าทำได้ทุกที่จะดีมาก จะลดภัยพิบัติได้มหาศาล และที่สำคัญคือเป็นเรื่องการสร้างรายได้เสริมด้วย เพราะภูมิประเทศที่สวยงามจากการทำขั้นบันไดจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้คนมาเที่ยวดูนาขั้นบันไดและผลผลิตต่าง ๆ

เมื่อถามอีกว่า การทำเรื่องนี้ เป็นงบเฉพาะของกรมอุทยานฯ หรือมีที่อื่น เช่น โครงการหลวง มาร่วมด้วยหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ปกติภายใต้โครงการหลวงหรือโครงการปิดทองหลังพระจะมีโครงการนี้อยู่แล้ว รวมถึงกรมพัฒนาที่ดินด้วย แต่ส่วนใหญ่จะทำนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่กรมอุทยานฯ จะเน้นทำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ถ้ารวมทั้งประเทศในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ น่าจะยังไม่ถึง 1,000 ไร่ครับ เราจึงอยากทำเพิ่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางพื้นที่อย่างที่แม่อาย มีชาวบ้านบอกว่า ต่อคิวกันแต่ยังไม่ได้คิว เพราะงบประมาณเราจำกัด เรากำลังพยายามขอสำนักงบประมาณให้มากที่สุด ทั้งเรื่องการปรับพื้นที่ขั้นบันได และการทำระบบน้ำในพื้นที่ชุมชนสูงชัน ซึ่งเป็นระบบน้ำที่ช่วยอนุรักษ์ทั้งดินและน้ำ
“การทำบันไดดินแบบต่อเนื่อง มีเป้าหมายนี้จะช่วยลดภาระในการแก้ปัญหาภัยพิบัติ ลดภาระเรื่องประชาชนเปิดที่ทำกินใหม่เรื่อย ๆ เพราะถ้าที่ดินเป็นขั้นบันไดเขาสามารถทำซ้ำในที่เดิมได้ ไม่ต้องหมุนเวียนที่ดินไปเรื่อย ๆ ช่วยลดภาระการลาดตระเวนป้องกันพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือช่วยลดปัญหาไฟป่าให้ลดลงด้วยครับ “นายอรรถพล กล่าว



