‘เมืองทองธานี’ ที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะสถานที่จัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับประเทศ กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน
บนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่แห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางของผู้คนนับล้านในแต่ละปี แต่ยังเป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน และพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ซึ่งกำลังถูกยกระดับด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส (AIS) และ บางกอกแลนด์ ในโครงการ “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City”

เป้าหมายหลักของความร่วมมือครั้งนี้คือการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถของเมืองในทุกมิติ ทั้งการอยู่อาศัย (Live) การทำงาน (Work) การพักผ่อน (Play) และการเรียนรู้ (Learn) โดยอาศัยศักยภาพด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลจาก AIS เข้ามาเสริมความพร้อม เพื่อเปลี่ยนจากศูนย์กลางการจัดงาน สู่ “Hub Connectivity City” ที่เชื่อมโยงระบบนิเวศเมืองเข้าด้วยกัน

ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ AIS ในฐานะ “National Intelligent Infrastructure” ที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาเมือง โดยจะนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครบวงจรเข้ามาเสริมศักยภาพของเมืองทองธานี ทั้งการยกระดับโครงข่าย 5G-ADVANCED ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS 3BB Fibre3 และ WiFi 7 รองรับการอยู่อาศัยยุคดิจิทัล รวมถึงการนำโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions มาสนับสนุนการขับเคลื่อนธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI พร้อมเสริมศักยภาพการจัดงานของอิมแพ็คด้วยระบบเชื่อมต่อที่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มดิจิทัลด้าน Smart Living ระบบรักษาความปลอดภัย ความบันเทิง และบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ เพื่อผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็น Smart & Connected City ที่บริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบภายใน 12 เดือนข้างหน้า

“AIS มีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิต การดำเนินธุรกิจ และการพัฒนาประเทศ สำหรับเรา เมืองทองธานีเปรียบเสมือนศูนย์กลางสำคัญของประเทศไทย และมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นฮับสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ รวมถึงประชาชนในจังหวัดนนทบุรี”

ด้าน พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้ย้อนถึงแนวคิดของเมืองทองธานีที่เริ่มต้นจากการเป็น ‘Satellite City’ โดยเน้นให้เป็นเมืองที่มีความครบวงจรทั้งการทำงาน การพักอาศัย และความบันเทิงในที่เดียว เมื่อเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แนวคิดดังกล่าวจึงต้องวิวัฒนาการไปสู่การเป็น ‘Smart City’ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
การจะพัฒนาเมืองให้ก้าวไปอีกขั้น จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง จึงได้หารือกับ AIS เพื่อให้เข้ามาเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่อิมแพ็ค แต่ครอบคลุมทั้งเมืองทองธานี โดยกล่าวว่า การมีพาร์ตเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่าง AIS เข้ามาช่วยพัฒนา Intelligent Infrastructure จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิมๆ และเพิ่มโอกาสในการดึงงานระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทยมากขึ้น

“ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในเมืองทองธานีมีความหลากหลายมาก การมี Digital Infrastructure และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เมืองทองธานีและอิมแพ็คสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ เราต้องการให้ทั้งผู้อยู่อาศัย ผู้ประกอบการ และผู้ที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ ได้รับบริการและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และเชื่อว่าความร่วมมือกับ AIS จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้เร็วขึ้น”
ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เมืองทองธานีที่มีผู้คนหมุนเวียนกว่า 2.2 ล้านคนต่อเดือน กำลังจะกลายเป็นเมืองอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วแรงของอินเทอร์เน็ตที่รองรับคนนับหมื่นโดยไม่มีสะดุด หรือระบบสมาร์ตต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น เมืองทองธานีในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ย่านชานเมือง แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบที่สร้างคุณค่าให้กับผู้อยู่อาศัย ธุรกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

