ประเทศไทยเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติที่มีความรุนแรงและความถี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแล้ง ดินถล่ม การกัดเซาะชายฝั่ง และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวางและจัดทำผังเมือง จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ได้กำหนดระบบการผังเมืองที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับพื้นที่ เพื่อให้ การใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาเมืองสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติอย่างเป็นระบบ
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) มอบนโยบายการบริหารงานแก่กรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องการวางผังเมืองที่ตอบสนองต่อการพัฒนาในทุกมิติ และหันมาทบทวนและปรับผังเมืองรวมให้ทันสมัย ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงในแต่ละท้องที่ ทั้งในเมือง ชานเมือง และชนบท โดยฟังเสียงชุมชนและใช้ข้อมูลพื้นที่จริงมาประกอบ เพื่อให้ผังเมืองใช้งานได้จริง
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้กล่าวว่า พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 แบ่งประเภทของผังเมืองออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบด้วย ผังนโยบายระดับประเทศ ผังนโยบายระดับภาค และผังนโยบายระดับจังหวัด และผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประกอบด้วย ผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ ซึ่งมีความเชื่อมโยงและถ่ายทอดนโยบายจากระดับบนลงสู่ระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ
– ผังนโยบายระดับประเทศ ทำหน้าที่กำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ของประเทศในภาพรวมโดยบูรณาการข้อมูลความเสี่ยงภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อกำหนดนโยบายการใช้พื้นที่ที่ปลอดภัยและมีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ
– ผังนโยบายระดับภาค จะถ่ายทอดนโยบายดังกล่าวสู่ระดับภูมิภาค โดยกำหนดโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่รับน้ำ พื้นที่ป้องกันภัย และแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับลักษณะภูมิประเทศและความเสี่ยงของแต่ละภาค
– ผังนโยบายระดับจังหวัด จะวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยในพื้นที่เฉพาะจังหวัดและกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ การตั้งถิ่นฐาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของพื้นที่จังหวัดนั้น ๆ
– เมื่อถ่ายทอดมาสู่ระดับปฏิบัติ ผังเมืองรวม จะนำแนวนโยบายดังกล่าวมากำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ลุ่มน้ำ พื้นที่รับน้ำหลาก พื้นที่สีเขียว พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม พร้อมทั้งกำหนดข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน อาคารและกิจกรรมที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของพื้นที่ เพื่อป้องกันการขยายตัวของชุมชนเข้าไปในพื้นที่อันตราย
– ส่วนผังเมืองเฉพาะ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในพื้นที่ที่มีความสำคัญหรือมีปัญหาเฉพาะด้าน โดยสามารถกำหนดมาตรการเชิงลึก เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วม การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย การจัดทำทางอพยพ พื้นที่ปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างละเอียดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การวางและจัดทำผังเมืองเพื่อรองรับภัยพิบัติธรรมชาติจึงไม่ใช่เพียงการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่นโยบายระดับประเทศจนถึงการพัฒนาในระดับพื้นที่จริง ส่งผลให้เกิดการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เสริมสร้างความปลอดภัยของชุมชน และสนับสนุนการพัฒนาเมืองและชนบทที่มีความยั่งยืนและสามารถปรับตัวต่อภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ




