หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. ผนึกภาคี...

สสส. ผนึกภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนกลไกแก้ฝุ่น PM2.5 ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ยกระดับสุขภาวะคนไทย

24.07.26 | 17:38 น.

ก่อนที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน การสร้างระบบจัดการที่เชื่อมโยงทั้งข้อมูล วิชาการ กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของประชาชน กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนไทยในวงกว้าง การผลักดันนโยบายควบคู่กับการขับเคลื่อนของทุกภาคส่วน จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การเข้าถึง “อากาศสะอาด” เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต

เพื่อผลักดันประเด็นนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม จัด “การประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 6/2569” เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการรับมือปัญหาด้านสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยคุกคามสำคัญของประเทศ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หลังพบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 38 ล้านคน มีผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศสะสมแล้วกว่า 12 ล้านคน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลักดันการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อยกระดับการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว โดยย้ำว่า “อากาศสะอาด” คือสิทธิด้านสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ

Advertisement

“ท่านนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้เร่งป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบาง การจัดห้องปลอดฝุ่น หน้ากาก และสร้างความตระหนักในการลดฝุ่นควัน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของ สสส. ที่มุ่งเน้น 3 กลไกหลักในการพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลฝุ่นทั้งระบบ เตรียมความพร้อมภาคประชาชนรองรับกฎหมายอากาศสะอาด และขยายเครือข่ายสภาลมหายใจ รวมถึงโมเดลลดการเผาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ” รองนายกฯ กล่าว

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างรอบด้าน ผ่านการดำเนินงาน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ การเสริมพลังภาคประชาชน การผลักดันกลไกเชิงนโยบายและกฎหมาย การสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม และการเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อให้การจัดการปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกพื้นที่

“สสส. มุ่งสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัย สนับสนุนศูนย์วิชาการขับเคลื่อนอากาศสะอาด ผลักดันสภาลมหายใจใน 29 จังหวัด ขยายโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่นกว่า 2,000 แห่ง ร่วมผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด พัฒนาแอปพลิเคชัน Burn Check และเชื่อมร้อยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

การผลักดันการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานสู่ระบบบริหารจัดการคุณภาพอากาศของประเทศที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สะท้อนบทบาทสำคัญของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนและเป็นสะพานเชื่อมเครือข่ายเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ และผลักดันให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในการมีอากาศสะอาดอย่างเท่าเทียม