ในยุคที่คนไทยเผชิญกับภัยเงียบจากโรคไม่ติดต่อ NCDs (Non-Communicable Diseases) อย่างต่อเนื่อง โดยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ติดรสจัด ทั้งหวาน มัน และเค็ม เกินความพอดี เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ “อาหาร” จึงไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ความอร่อย ทว่ายังเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตในทุกวัน
จากโจทย์ดังกล่าว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงผนึกกำลังกับ ช่อง 7HD และบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด เปิดตัว “รสแลกเงิน” รายการแข่งขันทำอาหารรูปแบบใหม่ ที่นำเรื่องใกล้ตัวอย่างการกินมาสื่อสารผ่านความบันเทิง โดยท้าทายเหล่าเชฟให้สร้างสรรค์เมนู ภายใต้แนวคิด “ลดปรุง แต่ไม่ลดความอร่อย” พร้อมคำนึงถึงหลักโภชนาการ เพื่อชิงเงินรางวัลรางวัลใหญ่ หวังสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยหันมาใส่ใจโภชนาการ และพิสูจน์ให้เห็นว่าความอร่อยที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องปรุงรสเสมอไป
ภารกิจดึงรสธรรมชาติจากวัตถุดิบ
สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส. และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินของรายการ ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า การสื่อสารเรื่องสุขภาพในปัจจุบันไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการให้ความรู้ แต่ต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและเรื่องใกล้ตัวที่ผู้คนพบเจอในทุกวัน โดยเฉพาะ “อาหาร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้น การนำประเด็นโภชนาการมาถ่ายทอดผ่านรายการแข่งขันทำอาหาร จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เรื่องสุขภาพเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น พร้อมชวนให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรมการกินในแต่ละมื้อ โดยยังคงความอร่อยไว้ได้
แนวคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดผ่านกฎกติกาของรายการที่เข้มข้น โดยเชฟผู้เข้าแข่งขันจากรายการระดับโลกอย่าง MasterChef, Top Chef และ Hell’s Kitchen Thailand จะได้รับเงินรางวัลตั้งต้นสูงถึง 50,000 บาท แต่หากเชฟต้องการเครื่องปรุงรสเพิ่มเติมจะต้อง “ใช้เงินรางวัลซื้อ” ในราคาที่สูงมาก เช่น น้ำตาลทรายที่มีราคาจำลองสูงถึง 15,000 บาท ซึ่งแรงกดดันนี้จะบีบให้เชฟต้องงัดเทคนิคธรรมชาติออกมาใช้แทนการปรุงรสแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการดึงความหวานจากผักแทนน้ำตาล หรือการใช้สาหร่ายทะเลเพื่อเพิ่มรสอูมามิแทนน้ำปลา เพื่อพิสูจน์ฝีมือว่าพวกเขาสามารถปรุงเมนูระดับ Fine Dining หรือ Street Food ให้อร่อยได้ภายใต้หลักโภชนาการที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ รายการยังได้สองเชฟมือโปรอย่าง เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ และ เชฟกอล์ฟ-สัญญา ธาดาธนวงศ์ มาเป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมถ่ายทอดเคล็ดลับสุขภาพที่ทำได้จริง เช่น เทคนิค 2:1:1 (ผัก 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จในการลดพุง ลดโรค โดยผู้ชมสามารถนำไปปรับใช้ในมื้ออาหารประจำวันของครอบครัวได้ทันที
ปักหมุดพร้อมกัน 24 ส.ค. นี้ ทางช่อง 7HD
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของรายการรสแลกเงิน ไม่ใช่เพียงแค่การเฟ้นหาผู้ชนะที่ทำอาหารได้อร่อยที่สุด แต่คือการสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมไทยให้ตระหนักถึงอันตรายของการปรุงรสจัดเกินพอดี ตามความตั้งใจของ สสส. ที่ต้องการให้รายการนี้เป็นสื่อกลางในการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยอย่างยั่งยืน หากเริ่มต้นจากการปรับลดเครื่องปรุงลงทีละนิดในแต่ละวัน สุขภาพและคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นในระยะยาว

ร่วมติดตามการต่อสู้ที่ต้องแลกด้วยรสชาติและเงินรางวัลได้ในรายการ “รสแลกเงิน” ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 18.00 น. เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ทางช่อง 7HD กด 35 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix เพื่อร่วมเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารที่ “อร่อย คุ้มค่า และดีต่อสุขภาพ” ไปพร้อมๆ กัน



