การออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับคนพิการจำนวนไม่น้อย การเดินทางไปยังพื้นที่ออกกำลังกายหรือเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับคนทั่วไปยังมีข้อจำกัด โดยข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีคนพิการอายุ 15 ปีขึ้นไปที่จดทะเบียนราว 2.3 ล้านคน หรือ 3.5% ของประชากร ขณะที่ยังมีกลุ่มคนพิการที่ไม่ได้จดทะเบียนอีกจำนวนมาก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่มหกรรมกีฬา ‘Allympic Games Bangkok 2026’ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่ให้คนพิการ 200 คน คนทั่วไป 400 คน รวมกว่า 600 คน ได้ร่วมเล่นกีฬาและทำกิจกรรมทางกายด้วยกัน เพื่อทลายอคติ พร้อมสร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า กทม. ให้ความสำคัญกับการสร้างเมืองที่ทุกคนใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะคนพิการที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทางและการเข้าถึงพื้นที่กิจกรรม การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองข้อจำกัดของคนพิการ มาเป็นการมองเห็นศักยภาพ พร้อมยืนยันว่า กทม. พร้อมสนับสนุนสถานที่ บุคลากร และอุปกรณ์ เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.
ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เน้นย้ำว่า การมีพื้นที่ให้คนพิการเข้าถึงกิจกรรมได้ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขภาพที่ดี เพราะคนพิการเองก็ต้องดูแลสุขภาพเช่นเดียวกับทุกคน สสส. จึงมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ โดยส่งเสริมสุขภาวะทั้ง 4 มิติ ด้วยเหตุนี้ Allympic Games Bangkok 2026 จึงไม่ได้มุ่งเพียงการแข่งขันหรือชัยชนะ แต่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือให้คนพิการและคนทั่วไปได้ออกกำลังกาย เรียนรู้ รวมถึงทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งช่วยทั้งสร้างสุขภาพ ลดอคติ ตลอดจนทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างผู้คนมากขึ้น
“คนพิการมีความจำเป็นต้องดูแลสุขภาพทุกมิติ กิจกรรมทางกายไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสุขภาพ แต่ยังช่วยผ่อนคลาย สร้างความสุข และปรับทัศนคติการอยู่ร่วมกัน ซึ่ง สสส. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการออกกำลังกายร่วมกันระหว่างคนพิการและคนทั่วไป โดยปีนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมเป็น 600 คน และเตรียมขยายให้กระจายครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ” นางภรณี เน้นย้ำ

นายนิติธานี ปัจฉิม ตัวแทนกลุ่มคนพิการและนักกีฬาพิเคิลบอล
และหนึ่งในผู้ที่สัมผัสสิ่งนี้ด้วยตัวเองคือ นายนิติธานี ปัจฉิม ตัวแทนกลุ่มคนพิการและนักกีฬาพิเคิลบอล ซึ่งจุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้มาจากความฝันที่จะเป็นนักกีฬา แต่มาจากคำแนะนำของแพทย์ให้ออกกำลังกายหลังพบคอเลสเตอรอลสูง แรกเริ่มเขาไม่มั่นใจและต้องให้ครอบครัวพามาส่ง จนวันหนึ่งได้เห็นเพื่อนคนพิการเดินทางมาเองได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เปิดใจก้าวออกจากบ้าน ปัจจุบันได้พัฒนาฝีมือจนเข้ารอบลึกในกีฬาพิเคิลบอล และร่วมก่อตั้งชมรมพิเคิลบอลคนพิการไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อสร้างพื้นที่ให้คนพิการได้เล่นกีฬาและพบปะกันมากขึ้น

“กีฬาช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจคนพิการมากขึ้นว่าพวกเราก็อยากออกมาออกกำลังกาย และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม อยากฝากถึงเพื่อนคนพิการทุกคนให้ลองเปิดใจ ออกมาจากบ้าน ขจัดความกลัว ลองมาสัมผัสพื้นที่จริง แล้วคุณจะพบว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราออกมาใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข” นายนิติธานี ทิ้งท้าย

เมื่อมีพื้นที่ที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ กีฬาจึงไม่เพียงช่วยให้คนมีสุขภาพแข็งแรง ทว่ายังช่วยสร้างความมั่นใจ เปิดโอกาสให้คนพิการได้ออกมาใช้ชีวิต และทำให้คนทั่วไปได้เห็นศักยภาพของพวกเขามากขึ้น เช่นเดียวกับ ‘Allympic Games Bangkok 2026’ ที่ต้องการให้สนามกีฬาเป็นจุดเริ่มต้นของการพบกัน เรียนรู้ และอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสก้าวออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ

