ฟ้ายังไม่ทันสาง แต่ริมฝั่งแม่น้ำมูลกลับคึกคักไปด้วยผู้คนนับพัน บางคนสวมรองเท้าวิ่งคู่เก่งที่ผ่านการลงสนามมานับสิบครั้ง บางคนเพิ่งซื้อมาใหม่เพราะอยากลองเริ่มต้นดูแลสุขภาพสักครั้งในชีวิต พ่อค้าแม่ค้าในย่านเมืองเก่าตื่นแต่เช้าเตรียมของกินเล่นรสชาติท้องถิ่นไว้ต้อนรับนักวิ่งที่กำลังจะผ่านหน้าร้าน ขณะที่คนทำงานออฟฟิศหลายคนที่ปกติวันหยุดใช้เวลาอยู่กับหน้าจอ วันนี้กลับเลือกออกมายืดเส้นยืดสาย ขยับร่างกาย และรอคอยแสงแรกของวันที่จะสาดส่องเหนือลำน้ำมูล นี่คือภาพความเคลื่อนไหวของ “อุบล อยู่ดี” เมืองที่กำลังพิสูจน์ว่าสุขภาพที่ดีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ทุกคนเข้าถึงได้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2569 ที่ฮอลล์ 1 อุบลฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุบล จ.อุบลราชธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน และเครือข่ายกว่า 10 องค์กร จัดเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. 2569
ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า จังหวัดมีต้นทุนสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และความเข้มแข็งของชุมชน การขับเคลื่อน “อุบล อยู่ดี” จึงเป็นการนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะการฟื้นชีวิตย่านเมืองเก่าและริมแม่น้ำมูลให้กลายเป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ทำกิจกรรม เรียนรู้ และออกกำลังกายร่วมกัน เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้อุบลราชธานีเป็นเมืองน่าเที่ยว แต่ต้องเป็นเมืองที่คนอยู่แล้วมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัย เข้าถึงอาหารสุขภาพ และภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 5 สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งพัฒนาเมืองที่เอื้อต่อสุขภาวะดี โดยใช้พื้นที่จริงเชื่อมโยงงานด้านกิจกรรมทางกาย อาหารสุขภาวะ พื้นที่สาธารณะ และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งเชื่อมโยงกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการเนือยนิ่งและการบริโภคอาหารหวานมันเค็ม โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวเสริมว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงงานวิ่ง แต่เป็นพื้นที่ทดลองทางสังคมที่ผสานสุขภาพ วัฒนธรรม อาหาร และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องสร้างกิจกรรมใหม่ทั้งหมด แต่นำอาหารท้องถิ่น ย่านเมืองเก่า งานประเพณี และพื้นที่ริมแม่น้ำมูลมาปรับให้เอื้อต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
หลากกิจกรรม เชื่อมสุขภาพเข้ากับวิถีชีวิตคนอุบล
ภายในงานเริ่มต้นด้วยกิจกรรม “Draw Your Sun” ชวนผู้เข้าร่วมวาดภาพสะท้อนตัวตนผ่านวงกลมแสงแรก เชื่อมโยงกับแนวคิดการเริ่มต้นดูแลสุขภาพของตนเอง ตามด้วยกิจกรรมขยับกายสำหรับวัยทำงานเพื่อลดภาวะเนือยนิ่งและออฟฟิศซินโดรม พร้อมเวิร์กช็อปและโชว์เคสว่าด้วยกิจกรรมทางกายในทุกช่วงวัย
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการต้นแบบ 3 โซน ครอบคลุมมิติร่างกาย อาหาร พื้นที่ ใจและปัญญา รวมถึงกิจกรรมสาธิตการทำเทียน ทุนวัฒนธรรมสำคัญของชาวอุบลฯ ที่นำมาประยุกต์เป็นกิจกรรมฝึกสมาธิ เชื่อมโยงประเพณีแห่เทียนพรรษาเข้ากับสุขภาวะทางใจ พร้อมเวทีเสวนา “เพื่อความอยู่ดี คนอุบล” และการประชุมเชิงปฏิบัติการ “สานพลังยกระดับชุมชนลดโซเดียมและลดอ้วน” ที่นำเสนอเมนูต้นแบบ 15 เมนูในรูปแบบ Food Mapping พร้อมตรวจวัดความเค็มด้วยเครื่อง Salt Meter ทุกเมนู เพื่อคงรสชาติอาหารพื้นถิ่นไว้ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ

ช่วงเย็นมีการแสดงรำเปิดเมืองสู่ “อุบล อยู่ดี” ที่แยกราชบุตร ถนนพรหมราช พร้อมกิจกรรม City Run นำส่งหมุดสัญลักษณ์และพิธีปักหมุดเปิด Global Digital Mark ก่อนไฮไลต์สำคัญในช่วงเช้ามืดวันที่ 12 ก.ค. 2569 คือกิจกรรมวิ่ง Iconic RUN Fest – RUN UBON : อุบล อยู่ดี ณ ถนนคนเดินริมแม่น้ำมูล โดย Race Village เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 04.00 น. ก่อนปล่อยตัวนักวิ่งระยะ 10 กิโลเมตร ซึ่งมีนักวิ่งและประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมเปิดประวัติศาสตร์เมืองรับแสงแรกริมแม่น้ำมูล ผ่านเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ย่านเมืองเก่า และวิถีชุมชนอย่างคึกคัก
จากรอยเท้านักวิ่งนับพันที่ทอดยาวริมฝั่งแม่น้ำมูล สู่รอยยิ้มของพ่อค้าแม่ค้าย่านเมืองเก่าที่ได้ต้อนรับผู้คนแปลกหน้าให้กลายเป็นคนคุ้นเคย “อุบล อยู่ดี” ได้สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างเมืองสุขภาวะไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งใหม่เสมอไป แต่สามารถต่อยอดจากทุนเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม อาหาร ผู้คน หรือพื้นที่ประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนสุขภาพที่ยั่งยืน เมื่อคนในพื้นที่รู้สึกเป็นเจ้าของและร่วมลงมือทำ การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่คือวิถีชีวิตใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในทุกย่างก้าวของเมืองอุบลราชธานี


