จากภาพที่คุ้นตาของพุทธศาสนิกชนกับการตักบาตรในยามเช้า วันนี้การทำบุญกำลังถูกเติมความหมายอีกขั้น เมื่ออาหารที่นำไปถวายพระไม่ได้สะท้อนเพียงศรัทธา หากยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของพระสงฆ์ในระยะยาว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจับมือภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เปิดตัว “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” นำร่องที่ถนนไกรสีห์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ หวังเปลี่ยนพฤติกรรมการตักบาตรให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ไทย
โดยเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดชนะสงคราม วัดสังเวชวิศยารามวรมหาวิหาร ชุมชน ร้านค้าในพื้นที่ และครอบครัวศิลปินผู้ล่วงลับ ลงพื้นที่ขับเคลื่อน “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ภายใต้โครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” เพื่อเปลี่ยนแนวคิดจากภาพยนตร์โฆษณาสู่การลงมือทำจริง โดยเชิญชวนประชาชนเลือกอาหารสำหรับตักบาตรตามหลัก “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” พร้อมติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์และป้ายสัญลักษณ์ในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้และทำให้การถวายอาหารเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส.
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์สุขภาพของพระสงฆ์ไทยเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ โดยข้อมูลจากโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุสามเณรในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2565-2568 ของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า พระสงฆ์ไทย 78% อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ขณะที่ 55% มีภาวะไขมันในเลือดสูง และ 44% มีภาวะอ้วนสะสม
ที่น่ากังวลคือ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 7.92% ในปี 2565 เพิ่มเป็น 18.60% ในปี 2568 โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการฉันอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และมีไขมันสูง ซึ่งหากสะสมเป็นเวลานานอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การให้พระสงฆ์ปรับพฤติกรรมเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ผู้ถวายอาหาร ผู้ประกอบการร้านค้า ชุมชน ไปจนถึงวัด เพราะอาหารที่พระสงฆ์ฉันส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวาย การดูแลสุขภาพพระจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ผ่านสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ “อาหาร”
“การแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้ด้านโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ญาติโยม และร้านค้าที่จัดเตรียมอาหารสำหรับตักบาตร เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพของพระสงฆ์ไทยดีขึ้น” นพ.พงศ์เทพกล่าว
สำหรับพื้นที่ถนนไกรสีห์ สสส. พบว่า แนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งพุทธศาสนิกชน ร้านค้า และพระสงฆ์ โดยประชาชนให้ความสนใจเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับตักบาตร ขณะที่ร้านค้าเริ่มเพิ่มเมนูทางเลือกที่ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มผัก ส่วนพระสงฆ์เองก็เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพมากขึ้น

หนึ่งในผู้ประกอบการที่ร่วมปรับตัวคือ นางนฤมล ยมนาค เจ้าของร้านแม่ตุ้ย ถนนไกรสีห์ ซึ่งเดิมมีอาหารสำหรับตักบาตรให้บริการอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหมด หลังได้รับคำแนะนำจาก สสส. จึงมองเห็นบทบาทของร้านค้าในมิติที่กว้างขึ้นว่า อาหารหนึ่งชุดไม่ได้เป็นเพียงสินค้าสำหรับทำบุญ แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีให้แก่พระสงฆ์ได้
ร้านแม่ตุ้ยจึงเริ่มปรับสูตรอาหาร ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มสัดส่วนผัก พร้อมเพิ่มเมนูเพื่อสุขภาพเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการนำไปถวายพระ ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นไปในทิศทางที่ดี มีพุทธศาสนิกชนสอบถามและเลือกซื้อเมนูสุขภาพมากขึ้น ทำให้ร้านตั้งใจเดินหน้าจำหน่ายอาหารสำหรับตักบาตรที่ใส่ใจสุขภาพต่อไป
“ร้านค้าไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ยังมอบสุขภาพที่ดีให้พระสงฆ์ผ่านอาหารได้เช่นกัน” นางนฤมลกล่าว พร้อมมองว่าการปรับอาหารให้ดีต่อสุขภาพพระถือเป็นอีกทางหนึ่งของการ “ทำบุญใหญ่” ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน
ขณะเดียวกัน โครงการยังได้รับความร่วมมือจากครอบครัวของศิลปินผู้ล่วงลับ ซึ่งมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดแนวคิดผ่านภาพยนตร์โฆษณา “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ก่อนต่อยอดสู่พื้นที่จริง

นางพุทธธิดา ศิระฉายา ลูกสาวของศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ “ต้อย” เศรษฐา ศิระฉายา กล่าวว่า ครอบครัวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมโครงการ เพราะเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคุณพ่อในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา พร้อมชื่นชมกระบวนการทำงานที่ให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของครอบครัว เพื่อถ่ายทอดตัวตนของคุณพ่อผ่านภาพยนตร์โฆษณาให้ได้มากที่สุด
การได้เห็นแนวคิดจากภาพยนตร์โฆษณาต่อยอดมาเป็นพื้นที่นำร่อง จึงเป็นสิ่งที่ครอบครัวรู้สึกยินดี พร้อมหวังว่าโครงการจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนเปลี่ยนมุมมองว่า การทำบุญด้วยการตักบาตรสามารถเริ่มต้นจากการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพพระได้
ด้าน นางดวงเดือน จิไธสงค์ ภรรยาของนักแสดงผู้ล่วงลับ “สรพงศ์ ชาตรี” กล่าวว่า ครอบครัวรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาของสรพงศ์ และมองว่าการมีพื้นที่ต้นแบบอย่างถนนไกรสีห์เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพพระสงฆ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
จากถนนหนึ่งสายจึงกำลังกลายเป็นพื้นที่ทดลองของการเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำบุญ จาก “ถวายสิ่งที่ดีที่สุดตามความเชื่อ” สู่ “ถวายสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ” โดยไม่ได้ลดทอนศรัทธา แต่เติมความใส่ใจเข้าไปในทุกมื้ออาหาร
ซึ่ง สสส. เตรียมขยายผลโมเดล “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” ไปยังวัด ชุมชน และตลาดสดในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง พร้อมผลักดันตราสัญลักษณ์ “เมนูนี้ใส่ใจสุขภาพพระ” เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ประชาชนมองเห็นและเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับการตักบาตรได้ง่ายขึ้น

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเมนูใส่บาตรในวันนี้ แต่คือการสร้าง “มาตรฐานใหม่ของสังคม” ที่การทำบุญกับการดูแลสุขภาพเดินไปด้วยกัน เพราะสำหรับพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนา การได้รับอาหารที่ดีต่อสุขภาพอาจเป็นอีกหนึ่งรูปธรรมของความศรัทธาที่ส่งต่อได้อย่างยั่งยืน
ท้ายที่สุดแล้ว “ทำบุญ” อาจไม่จำเป็นต้องแถมโรค หากทุกคนเริ่มต้นง่ายๆ จากการเลือกอาหารก่อนใส่บาตร ด้วยหลัก “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพราะหนึ่งมื้อที่เราตั้งใจเลือก อาจหมายถึงสุขภาพที่ดีขึ้นของพระสงฆ์ และพลังในการสืบทอดพระพุทธศาสนาไปได้อีกยาวนาน



