สืบเนื่องกรณีกรุงเทพมหานครจัด 4 ชุดปฏิบัติการ ลงพื้นที่ดูแลและคัดกรองคนไร้บ้านในพื้นที่ราชดำเนินและตรอกสาเก วันละ 3 รอบ เวลา 18.00 น. 20.00 น. และ 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีสำนักเทศกิจ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักงานเขตพระนคร และสำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมปฏิบัติภารกิจ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย พม. ตำรวจ ทหาร และ MCATT ร่วมสนับสนุน
เมื่อวันที่ 3 กันยายน เวลาประมาณ 11.30 น. สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย เผยแพร่แถลงการณ์ โดยระบุว่า การปฏิบัติการของกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น เครือข่ายสลัม 4 ภาค จึงขอเรียกร้องต่อกรุงเทพมหานครและรัฐบาล 3 ข้อ คือ การยุติปฏิบัติการกวาดจับและคุกคามคนไร้บ้านที่อาศัยหลับนอนตามที่สาธารณะ และกทม.ต้องสร้างการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้คนไร้บ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายคนจนเมืองร่วมออกแบบแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ไม่ใช้การบังคับ ข้อสุดท้ายกทม.และรัฐบาลต้องลงทุนการจัดที่อยู่อาศัยทางเลือกสำหรับคนจนเมือง ทั้งนี้ได้แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย ความดังนี้
แถลงการณ์สมาพันธ์คนไร้บ้านไทย
“เมืองน่าอยู่” ต้องไม่กวาดล้างคนจน หยุดคุกคามและคืนสิทธิในที่อยู่อาศัยให้แก่คนไร้บ้าน
ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีปฏิบัติการจัดระเบียบคนไร้บ้านบริเวณพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยการสนธิกำลังของหน่วยงานรัฐหลายหน่วย ทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร เพื่อกวาดจับ ข่มขู่ และกดดันผลักดันพี่น้องคนไร้บ้านเข้าสู่สถานสงเคราะห์ จำกัดสิทธิในการดำเนินชีวิต ราวกับถูกคุมขังในข้อหากระทำการที่เป็นอันตรายต่อประชาชน ภายใต้ข้ออ้างเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตและจัดระเบียบการพัฒนาเมือง การใช้หน่วยงานความมั่นคงเป็นการตีตราและซ้ำเติมความยากจน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของรัฐที่มองความยากจนและความไร้บ้านเป็น “ภัยความมั่นคง” หรือ “อาชญากรรม” ทั้งที่พวกเขาคือกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม การใช้กลไกการข่มขู่คุกคามและการบังคับจำกัดขอบเขต จึงเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และซ้ำเติมบาดแผลของคนจน
การปฏิบัติการของกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นกระบวนการแก้ปัญหาที่ก้าวถอยหลังอย่างสิ้นเชิง สิทธิในที่อยู่อาศัยและสิทธิการอยู่อาศัยในเมือง เป็นของทุกคน ปัญหาการไร้บ้านไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ หรือเป็นความสมัครใจของบุคคล แต่ปัญหาการไร้บ้านเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่คนจนสามารถเข้าถึงได้ การขับไล่และกวาดจับคนไร้บ้านออกจากพื้นที่สาธารณะ จึงไม่ต่างจากการไล่รื้อชุมชนคนจนเมือง เพื่อซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม และริบ “สิทธิในการทำมาหากินและการอาศัยในเมือง” ของพวกเขาไป
สถานสงเคราะห์ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และการยกระดับคุณภาพชีวิตต้องไม่บังคับ การกดดันเข้าสถานสงเคราะห์แบบบังคับ โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมและวิถีชีวิต เป็นการแก้ปัญหาแบบรวบรัด ปลายเหตุ และยัดเยียด สิ่งที่คนไร้บ้านรวมถึงคนจนเมืองต้องการ ไม่ใช่การเอาไปกักขังในสถานสงเคราะห์ แต่คือ “ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย” ในรูปแบบศูนย์ตั้งหลักจำลองหรือที่อยู่อาศัยราคาประหยัดที่พวกเขาบริหารจัดการตนเองได้ และยังสามารถเข้าถึงแหล่งงานในเมืองได้
เครือข่ายสลัม 4 ภาค ในฐานะองค์กรภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนเรื่องสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง ขอแถลงยืนยันว่า “คนไร้บ้านคือส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง” ไม่ว่าจะเป็น คนเก็บของเก่า แรงงานราคาถูก ที่เป็นกลไกเล็กๆที่สำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาเมือง ล้วนแล้วต้องการกลุ่มคนเหล่านี้เป็นแรงงาน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนั้นเครือข่ายสลัม 4 ภาค ขอเรียกร้องต่อกรุงเทพมหานคร และรัฐบาลดังนี้
1.ยุติปฏิบัติการกวาดจับและคุกคามคนไร้บ้านที่อาศัยหลับนอนตามที่สาธารณะทันที รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ต้องสั่งการให้ยุติการใช้กำลังทหาร ตำรวจ และเทศกิจ เข้าข่มขู่ กดดัน และกวาดจับคนไร้บ้านโดยทันที
2.กรุงเทพมาหานครต้องสร้างการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้คนไร้บ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายคนจนเมืองต่างๆ เข้ามาร่วมออกแบบแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ไม่ใช้การบังคับ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และสอดคล้องวิถีชีวิตในทุกกลุ่ม
3.กรุงเทพมหานคร และรัฐบาลต้องลงทุนการจัดที่อยู่อาศัยทางเลือกสำหรับคนจนเมือง เร่งสนับสนุนศูนย์ตั้งหลัก ที่พักฉุกเฉินในเขตเมือง และพัฒนานโยบายที่อยู่อาศัยราคาประหยัดสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างจริงจัง และเพียงพอ เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้บ้านจากรากเหง้า
เครือข่ายสลัม 4 ภาค ขอประกาศยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องคนไร้บ้านทุกคน เมืองที่พัฒนาแล้วต้องวัดกันที่การดูแลคนเปราะบางที่สุด ไม่ใช่การกวาดล้างพวกเขาออกจากสายตาเพื่อสร้างภาพสวยหรูให้กับเมือง “ที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐาน คนจนต้องมีสิทธิอาศัยในเมืองอย่างมีศักดิ์ศรี”

