อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 อุตสาหกรรม Ride-Hailing ไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงสำคัญของการยกระดับมาตรฐาน เมื่อผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร
อย่างไรก็ตาม การนำผู้ขับขี่จำนวนมากเข้าสู่ระบบภายในกรอบเวลาเดียวกัน ไม่ได้มีเพียงโจทย์เรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นโจทย์เรื่อง “ความพร้อมของทั้งระบบ” ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจให้ผู้ขับขี่ การเตรียมเอกสาร การตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติ การจดทะเบียนรถ ไปจนถึงกระบวนการออกใบอนุญาต ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องอาศัยทั้งระยะเวลา ช่องทางรองรับ และการประสานงานจากหลายฝ่าย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบได้จริงโดยไม่กระทบต่อการประกอบอาชีพ
ท่ามกลางผู้ขับขี่ที่ทยอยเข้าสู่กระบวนการจำนวนมาก กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มการอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน ตรวจสอบคุณสมบัติ และดำเนินการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ขณะที่ Bolt ประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าผลักดันให้ผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มถือใบขับขี่สาธารณะครบ 100% ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
ที่ผ่านมา Bolt ลงทุนมากกว่า 30 ล้านบาท ผ่านโครงการ Bolt Sure และกิจกรรม Booster Week เพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ตั้งแต่การให้ข้อมูล การเตรียมความพร้อม ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกในกระบวนการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีผู้ขับขี่ผ่านแพลตฟอร์มได้รับใบขับขี่สาธารณะแล้ว มากกว่า 100,000 ราย
สำหรับผู้ขับขี่ การเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องเป็นสิ่งที่หลายคนเห็นถึงความสำคัญ แต่ประสบการณ์จริงยังสะท้อนว่า “เวลาและความสะดวกของกระบวนการ” เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องแบ่งเวลาจากการทำงานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ

คุณปัณณวัฒน์ รักแช่ม พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ Bolt ประเภทรถยนต์ 4 ล้อ เล่าถึงประสบการณ์การทำใบขับขี่สาธารณะที่สำนักงานขนส่งจตุจักรว่า “เดิมคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันหรืออาจต้องเผื่อเวลาทั้งวัน แต่เมื่อไปดำเนินการจริงใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง โดยการเตรียมตัวอ่านแนวข้อสอบล่วงหน้าและการมีเจ้าหน้าที่ Bolt คอยให้คำปรึกษา จัดเรียงเอกสาร และแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ ช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น”
เสียงจากผู้ขับขี่สะท้อนอีกด้านหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ว่า “การกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจนเป็นจุดเริ่มต้น แต่การทำให้มาตรฐานเกิดขึ้นได้จริง จำเป็นต้องมีระบบสนับสนุนที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของผู้ขับขี่” ทั้งด้านข้อมูล ขั้นตอน ระยะเวลาดำเนินการ จุดให้บริการ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้ขับขี่จำนวนมากเข้าสู่กระบวนการพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ Bolt ยังได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก คณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) ตำรวจจราจร และเครือข่ายผู้ขับขี่ จัดกิจกรรม “รวมพลังยกระดับผู้ขับขี่มืออาชีพ สู่มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมความรู้ตั้งแต่การมีใบอนุญาตและการจดทะเบียนรถที่ถูกต้อง วินัยในการขับขี่ การดูแลสภาพรถ ไปจนถึงความรู้ด้านประกันภัยและสิทธิเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โบลท์ ซัพพอร์ต เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การยกระดับมาตรฐาน Ride-Hailing ต้องมองทั้งเป้าหมายและกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปพร้อมกัน เพราะผู้ขับขี่แต่ละรายมีความพร้อมและข้อจำกัดแตกต่างกัน”
“เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องให้ได้มากที่สุด เพราะมาตรฐานและความปลอดภัยต้องเดินไปด้วยกัน แต่การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ แพลตฟอร์ม และผู้ขับขี่ เพื่อให้กระบวนการสามารถรองรับผู้ขับขี่ที่กำลังทยอยเข้าสู่ระบบได้จริง” นายณัฐดนย์กล่าว

สำหรับ Bolt วันที่ 30 กันยายนจึงไม่ใช่เพียงเส้นตายของการปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำผู้ขับขี่ Ride-Hailing เข้าสู่มาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ ซึ่งความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้ที่ได้รับใบอนุญาต แต่รวมถึงการสร้างกลไกที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ทิ้งผู้ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการไว้ข้างหลัง
ท้ายที่สุด การสร้าง Ride-Hailing ที่ปลอดภัยและเป็นมืออาชีพจึงต้องเกิดจากทั้ง มาตรฐานที่ชัดเจน ผู้ขับขี่ที่พร้อมปฏิบัติตาม และระบบสนับสนุนที่พร้อมพาพวกเขาเข้าสู่มาตรฐานนั้น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจริงในทุกการเดินทาง

